สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ค่ะ ใครที่กำลังเตรียมตัวบินไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เชื่อว่าหลายคนอาจมีความกังวลไม่น้อยกับ step ถัดไปหลังจาก Landing ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง อันนั้นก็ต้องทำ อันนี้ก็ห้ามลืม! (บอกเลยว่าวีคแรกเป็นช่วงที่ปรับตัวหนักสุดๆ เลยค่า)
วันนี้พี่ก็เลยขอมาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว พร้อมแนะนำเช็กลิสต์ 5 ข้อที่น้องๆ ควรทำเมื่อเดินทางมาถึง UK จะมีอะไรบ้าง? ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ
1. เปิด SIM Card
การเปิดซิมโทรศัพท์ในประเทศอังกฤษถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเปิดบัญชีธนาคารหรือสมัครสมาชิกร้านค้าต่างๆ ล้วนต้องใช้เบอร์มือถือของ UK กันหมด ขอบอกว่าที่นี่มีตัวเลือกให้หลายเครือข่ายเลยทีเดียว เช่น EE, O2, Vodafone, Three เป็นต้น ซึ่งน้องๆ สามารถเช็กว่าแต่ละเจ้าสามารถใช้งานได้ครอบคลุมทั้งใน-นอกอาคารได้หรือไม่ ผ่านทางเว็บไซต์ OFCOM หรือลองดูรีวิวจากคนอื่นว่าเมืองนั้นเครือข่ายไหนใช้งานได้ดีที่สุด เพราะแต่ละเมืองจะมีสัญญาณแตกต่างกันนั่นเอง
สำหรับการเปิดซิมโทรศัพท์ หากน้องๆ ต้องการใช้งานทันทีที่แลนด์ดิ้ง ทางสนามบินก็มีร้านขายซิมด้วยค่ะ แต่ราคาค่อนข้างแรงเลยทีเดียว ข้อดีคือพนักงานจะดำเนินการเปิดซิมให้เลย แต่หากใครไม่รีบ ภายในเมืองก็จะมีร้านสะดวกซื้อที่ขายซิมอยู่เกือบทุกจุด อีกทั้งยังมีร้านที่ของเครือข่ายนั้นๆ โดยเฉพาะ เผื่อน้องๆ อยากเดินเข้าไปถามพนักงานโดยตรงว่ามีโปรไหนที่เหมาะกับเราบ้าง
นอกจากนี้ตอนทำวีซ่านักเรียน น้องๆ อาจได้ซิมโทรศัพท์มาด้วย ซึ่งโปรค่อนข้างดีเลยทีเดียว อาจเก็บไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ ส่วนตัวพี่เองเลือกที่จะซื้อซิมที่สนามบินเพราะต้องการใช้งานเลย โดยพี่เลือกเป็นโปรแบบ Pay as You Go หรือแบบเติมเงินนั่นเอง เพราะคิดว่าเราจะงานอินเทอร์เน็ตเฉพาะเวลาออกไปข้างนอกเท่านั้น อย่างเวลาอยู่หอหรือไปมหา’ลัยก็สามารถต่อ Wifi ได้
Note: สำหรับน้องๆ ที่ยังต้องการรับ OTP หรือรักษาเบอร์มือถือที่ประเทศไทย แนะนำให้ติดต่อเจ้าของเครือข่ายที่ใช้ก่อนเดินทางมาอังกฤษ โดยให้เขาทำการเปลี่ยนโปรและเปลี่ยนซิมเป็น eSIM เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานค่ะ
2. ลงทะเบียน GP
สุขภาพถือเป็นเรื่องสำคัญในการมาเรียนต่อเลยทีเดียว ดังนั้นการลงทะเบียนกับสถานพยาบาล (GP Surgery) จึงเป็นสิ่งที่ควรรีบทำทันทีที่มาถึงอังกฤษ
แต่ก่อนอื่นพี่ขอให้ข้อมูลเรื่องระบบดูแลสุขภาพของประเทศอังกฤษก่อน ซึ่งที่นี่เรียกว่า The National Health Service หรือ NHS เป็นระบบบริการสุขภาพที่มอบให้กับพลเมืองของ UK และนักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนต่อเกิน 6 เดือน โดยน้องๆ ต้องชำระค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า ‘Immigration Health Surcharge (IHS)’ มูลค่า 1,164 ปอนด์ (ประมาณ 50,000 บาท ณ วันที่ 21 ก.ย. 68) ในขั้นตอนสมัครวีซ่านักเรียนก่อน ถึงจะสามารถเข้ามาอยู่ในระบบบริการสุขภาพนี้ได้
สำหรับสิทธิ์ที่จะได้รับในบริการด้านสุขภาพฟรีภายใต้ NHS เช่น การพบแพทย์, การเข้ารักษาในแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (Accident & Energency หรือ A&E), การคุมกำเนิด, วัคซีนที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
มาต่อกันที่วิธีการลงทะเบียน GP กันค่ะ ขอบอกว่าสะดวกมากๆ เราสามารถทำในเว็บไซต์ของ NHS ได้เลย โดยเค้าจะให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว ประวัติการรักษา รวมไปถึงรหัสไปรษณีย์ของหอพักเพื่อทำการค้นหาสถานพยาบาล (GP Surgery) ที่ใกล้ที่สุดให้กับเรา อย่างของพี่ก็จะลงทะเบียนกับ Leeds Student Medical Practice ซึ่งให้บริการนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเมืองลีดส์ เช่น University of Leeds, Leeds Beckett University, Leeds Arts University เป็นต้น
เบอร์โทรฉุกเฉินที่ควรรู้
- กรณีที่ต้องการขอคำปรึกษาจากแพทย์ด้านปัญหาสุขภาพที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต สามารถโทรได้ที่เบอร์ 111
- หากเป็นเหตุฉุกเฉินถึงขั้นร้ายแรงถึงชีวิต (แจ้งตำรวจ เรียกรถพยาบาล นักดับเพลิง) สามารถโทรได้ที่เบอร์ 999
3. Identity Check
ของ University of Leeds จะมีให้นักศึกษากรอกแบบฟอร์ม Identity Check (คล้ายๆ กับการลงทะเบียนเป็นนักศึกษา) ก่อนเดินทางเข้าประเทศ พร้อมอัปโหลดรูปที่จะติดบัตรนักศึกษาให้เรียบร้อย และหลังจากที่เราแลนด์ดิ้งแล้วจะได้ต้องกรอกแบบฟอร์มอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเราได้มาถึงประเทศอังกฤษแล้วนั่นเอง หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลแล้ว เราก็จะได้รับอีเมลให้ไปรับบัตรนักศึกษาค่ะ // ขอบอกว่าขั้นตอนนี้ยิ่งรีบทำก็ยิ่งดี เพราะถ้าเป็นช่วงเปิดเทอมไปแล้วอาจต้องรอบัตรนานกว่าปกติ
สำหรับน้องๆ ที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยอื่นสามารถเช็กข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บไซต์ของแต่ละแห่ง เพราะอาจมีขั้นตอนการรับบัตรนักศึกษาแตกต่างกันค่ะ
4. เปิดบัญชีธนาคาร
อันนี้ขึ้นอยู่กับน้องๆ เลยค่ะว่าจะเปิดหรือไม่ แต่การมีบัญชีธนาคารที่อังกฤษช่วยอำนวยความสะดวกในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นสามารถใช้ตัดบิลต่างๆ เช่น ซิมโทรศัพท์แบบ contract กำหนดให้ตัดผ่านบัตรเดบิตของธนาคารใน UK เท่านั้น อีกทั้งสะดวกในการรับค่าจ้างงานพาร์ตไทม์ รวมไปถึงหากเราอยากแชร์ค่าอาหารกับเพื่อน เราสามารถโอนเงินปอนด์ให้เพื่อนโดยตรงได้เลย
และหากจะบอกว่าอังกฤษมีความเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มากขึ้นก็คงไม่ผิด เพราะร้านค้า ร้านอาหาร รถประจำทาง ฯลฯ ต่างรับบัตรเครดิต/เดบิตแบบ contactless กันเกือบหมด หากใครต้องการผูกบัตรไว้กับ Apple Pay หรือ Google Pay ก็สามารถเอาบัตรที่ธนาคารใน UK ออกให้มาผูกบนโทรศัพท์ได้ (แล้วแต่ประเภทบัญชี) ทำให้สะดวกในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น อีกหนึ่งข้อดีหลายธนาคารจะมีสิทธิประโยชน์ให้กับคนที่เปิดบัญชีกับเขาด้วย เช่น เครดิตเงินคืน (Cashback), ฟรีค่าธรรมเนียมการเปิดบัญชี, ฟรีค่าธรรมเนียมรายเดือน เป็นต้น
สำหรับขั้นตอนในการเปิดบัญชีก็ค่อนข้างสะดวกเลยทีเดียวค่ะ อย่างของพี่เปิด 2 ธนาคาร คือ Lloyds และ HSBC ซึ่งทั้งสองที่ให้ดำเนินการเปิดบัญชีในแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ หลังจากนั้นธนาคารก็ได้ส่งรหัสล็อกอินเข้าใช้งานแอปพลิเคชันแบบเต็มระบบมาให้ทางอีเมล ส่วนบัตรเดบิตก็จะส่งมาทางไปรษณีย์ค่ะ // **ทั้งนี้ขั้นตอนการเปิดบัญชีและเงื่อนไขของแต่ละธนาคารอาจแตกต่างกัน แนะนำให้น้องๆ เช็กที่เว็บไซต์ของแต่ละที่นะคะ
Note: ปัจจุบันธนาคารในอังกฤษแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ
- ธนาคารที่มีสาขา (High Street Bank) หรือพูดง่ายๆ คือเราสามารถเดินเข้าไปคุยกับพนักงานในธนาคารได้โดยตรง เช่น Lloyds, HSBC, Santander, NatWest, Barclays เป็นต้น หลายที่มีเงื่อนไขว่าผู้เปิดบัญชีต้องอาศัยอยู่ในอังกฤษมากกว่า 6 เดือนและมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
- ธนาคารดิจิทัล (Digital Bank) หรือธนาคารที่ไม่มีสาขา เช่น Monese, Monzo, Revolut เป็นต้น การทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดจะทำผ่านแอปพลิเคชันโทรศัพท์ หากต้องการติดต่อพนักงานก็สามารถทำได้ด้วยการโทรศัพท์ติดต่อ Customer Service แต่มีความยืดหยุ่นคือน้องๆ ที่เรียนใน UK ไม่เกิน 6 เดือน สามารถเปิดบัญชีได้นั่นเองค่ะ
5. สมัครสมาชิกแอปพลิเคชันต่างๆ
หลายร้านในอังกฤษจะมีส่วนลดให้กับนักศึกษา (Student Discount) โดยเฉพาะ เช่น Boots, Superdrug รวมไปถึงร้านอาหารต่างๆ สำหรับร้านที่ขายของอุปโภคบริโภคอย่าง Tesco Express, Morrisons, Sainsbury’s ฯลฯ ก็มีแอปพลิเคชันให้สมัครสมาชิกเพื่อสะสมแต้มและรับส่วนลดด้วย อย่างล่าสุดพี่ไปซื้อ Pringles ที่ Tesco Express มาแล้วใช้ Clubcard ก็ได้ลดไปเกือบ 1 ปอนด์เลยค่ะ
อีกสิ่งที่อยากแนะนำให้น้องๆ ดาวน์โหลดคือแอป ‘UNiDAYs’ เพราะแอปนี้รวมส่วนลดที่แบรนด์ต่างๆ มอบให้กับนักศึกษา เรียกได้ว่าครอบคลุมเกือบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นรองเท้า เสื้อผ้า ร้านอาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสถานที่ท่องเที่ยวใน UK ใครอยากช้อปแบรนด์ไหนสามารถเข้าไปส่องดีลก่อนได้ แต่ขอโน้ตไว้หน่อยว่าควรถามพนักงานให้ชัวร์ว่าสาขานั้นรับส่วนลดจาก UNiDAYs ด้วยไหม เพราะบางสาขาอาจไม่เข้าร่วมโปรโมชันนั่นเองค่ะ อีกหนึ่งข้อดีของแอปนี้คือ กรณีที่ยังไม่ได้บัตรนักศึกษา เราสามารถเอา ID ในแอปนี้โชว์ให้พนักงานดูได้ อย่างล่าสุดพี่ไปเข้ามหาวิหารยอร์ก (York Minster) มา แล้วยื่น ID ให้เจ้าหน้าที่ดูก็ได้บัตรค่าเข้าในราคานักศึกษาค่ะ // ใครยังไม่ได้ลงทะเบียน ต้องรีบโหลดมาด่วนๆ เลย
…………………………..
และนี่ก็คือ 5 สิ่งที่พี่อยากแนะนำให้น้องๆ ทำเมื่อเดินทางมาถึงอังกฤษ หากใครอยากแชร์สิ่งที่ตัวเองทำเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่พี่ได้เล่าไปก็มาคอมเมนต์กันด้านล่างได้เลยนะคะ บทความหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร รอติดตามกันได้เลย See you guys next time~
Source:https://students.leeds.ac.uk/before-you-arrive/doc/opening-uk-bank-accounthttps://students.leeds.ac.uk/before-you-arrive/doc/healthcare-immigration-statushttps://www.nhs.uk/nhs-services/getting-medical-care-as-a-student/
0 ความคิดเห็น