จุฬาฯ เปิดรับสมัครรอบ Portfolio 3-17 พฤศจิกายน 68 พร้อมกันทุกโครงการ เปิดรับมากถึง 54 โครงการ ทั้งกลุ่มคณะวิทย์ และคณะศิลป์ สำหรับรอบนี้ จะมีการกำหนดคุณสมบัติและผลงาน Portfolio รวมทั้ง GPAX ขั้นต่ำไว้เกือบทุกคณะ น้องๆ ที่จะสมัคร เช็กคุณสมบัติให้ดี และสมัครได้เพียง 1 โครงการ ส่วนหลักสูตรนานาชาติ จะมีกำหนดเปิดรับสมัครรอบ Early Admission 16 โครงการ วันที่ 27 พฤศจิกายน - 26 ธันวาคม 2568
ก่อนเปิดรับสมัคร รอบ Portfolio จุฬาฯ ทีแคส69 ทางมหาวิทยาลัยได้จัดแถลงข่าวการเปิดรับสมัคร โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ทันตแพทย์ ดร.ศุภชัย ชื่นจิตรวงษา ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านโครงสร้างและระบบสนับสนุนวิชาการ นวัตกรรมการเรียนรู้ การประกันคุณภาพหลักสูตร และมาตรฐานวิชาชีพ พี่มิ้นท์สรุปประเด็นสำคัญมาให้แล้ว มีอะไรที่น้องๆ ควรรู้ก่อนสมัครบ้าง เช็กเลย
อาจารย์ จุฬาฯ แนะนำ 5 เทคนิคทำพอร์ตและ 5 เรื่องควรรู้ ก่อนสมัครรอบ Portfolio TCAS69
สำหรับ ภาพรวมจำนวนรับของ TCAS69 จุฬาฯ แบ่งการรับเป็น 3 รอบ ทั้งหลักสูตรปกติและหลักสูตรนานาชาติ แต่ละรอบมีจำนวนรับ ดังนี้
หลักสูตรปกติรอบ Portfolio มีจำนวนรับโครงการปกติ 2,033 ที่นั่ง รอบ Quota 735 ที่นั่งและรอบ Admission 3,699 ที่นั่ง โดยไม่เปิดรับรอบ 4 Direct Admission
หลักสูตรนานาชาติ รอบ Early Admission 1,452 ที่นั่ง รอบ Admission 211 ที่นั่ง และรอบ International Admission ผูไมถือสัญชาติไทย 220 ที่นั่ง
นโยบายหลักของ จุฬาฯ คือ ชัดเจน ตรงไปตรงมา โปร่งใส และเปิดโอกาสให้กับนักเรียนทุกคน โดยเปิดการรับสมัครทั้ง 3 รอบ ให้เข้าถึงกลุ่มต่างๆ ที่มีความหลากหลาย ทั้งเด็กไทยและต่างชาติ ทั้งนี้แต่ละหลักสูตรจะวิเคราะห์มาก่อนว่าต้องการคุณสมบัติของนักเรียนแบบใด ก็จะกระจายไปรับในรอบต่างๆ ซึ่งตรงนี้น้องๆ จะเห็นว่าบางคณะรับเยอะในรอบ Portfolio บางคณะรับเยอะในรอบ Admission ตรงกับนโยบายของทางจุฬาฯ ในปัจจุบัน "เติบโตรอบทิศ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง"
5 เรื่องควรรู้ก่อนสมัครรอบ Portfolio
1.ค่าสมัครรอบ Portfolio จุฬาฯ โครงการละ 200 บาท ยกเว้นโครงการกีฬาชาติ เลือกได้สูงสุด 2 อันดับ โดยอันดับ 1 คิด 200 บาท อันดับถัดไป 50 บาท ดังนั้นหากสมัคร 2 อันดับ จ่าย 250 บาท
สำหรับการสมัคร หลักสูตรปกติ น้องๆ เลือกได้เพียง 1 โครงการเท่านั้น แต่หลักสูตรนานาชาติ สมัครกี่คณะก็ได้ สมัครที่เว็บของคณะโดยตรง และราคาค่าสมัครแต่ละคณะนั้นไม่เท่ากัน
2. รอบ Portfolio ปิดรับสมัคร 17 พ.ย.68 เวลา 16.00 น. (4 โมงเย็น) การชำระเงินก็มีกำหนดปิดในวันและเวลาเดียวกัน ไม่แนะนำให้ทำรายการวันสุดท้าย ป้องกันการเกิดปัญหาจ่ายไม่ทันหรือปัญหาอื่นๆ จากระบบ สำหรับรอบ Portfolio น้องๆ สามารถจ่ายเงินได้ตั้งแต่ลงทะเบียนรับสมัครวันแรก ทางมหาวิทยาลัยจึงแนะนำให้น้องๆ จ่ายเงินก่อน แล้วค่อยเข้าไปอัปโหลดข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูล ซึ่งทำได้ตลอดระยะเวลารับสมัคร
3. ทำ Portfolio ให้ยึดรูปแบบการทำแฟ้มสะสมผลงานจากระเบียบการของแต่ละคณะ หากคณะที่มีเว็บไซต์ทำพอร์ตอยู่แล้ว ให้ใช้ระบบของมหาวิทยาลัย คณะอื่นๆ ให้ทำรูปแบบตามที่กำหนดท้ายระเบียบการ ทั้งนี้รอบ Portfolio ไม่ได้ลิ้งก์กับระบบ TCASFolio จึงไม่สามารถนำแฟ้มที่ทำจากระบบนี้มายื่นได้ทั้งหมด แต่สามารถดึงบางหน้ามายื่นได้ และเรียงลำดับใหม่ตามแนวทางการทำพอร์ตของจุฬาฯ
4. ในการคัดเลือกจะมี 2 ขั้นตอน คือ การพิจารณา Portfolio และสอบสัมภาษณ์ ขั้นตอนแรกหากผ่านการพิจารณา Portfolio แล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการสอบสัมภาษณ์ต่อไป
5. แม้รอบ Portfolio จะไม่ได้แยกโครงการออกมาชัดเจนว่าเป็นโครงการความสามารถพิเศษเหมือนมหาวิทยาลัยอื่นๆ แต่จริงๆ แล้วแต่ละคณะก็กำหนดเป็นลักษณะของความสามารถพิเศษเฉพาะตัว เช่น หากใครมีความสามารถทางภาษาอังกฤษ มีโครงการของคณะทันตแพทยศาสตร์ หรือคณะนิเทศศาสตร์ แต่ละสาขาก็กำหนดคุณสมบัติด้านความสามารถพิเศษที่แตกต่างกัน
จุฬาฯ กำลังจะมี Chula Lifelong Learning ที่ ม.ปลาย สามารถเข้ามาเรียนเพื่อเก็บเกรดหรือเก็บประสบการณ์ สามารถนำมาใช้ในรอบ Portfolio หรือถ้าเข้ามาเรียนในจุฬาฯ ก็สามารถโอนหน่วยกิตวิชานั้นๆ ได้
คำแนะนำจากอาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถึงน้องๆ DEK69
- ก่อนสมัคร อยากให้น้องๆ ทำการบ้านมาก่อนว่าแต่ละคณะ/แต่ละรอบ ต้องการคุณสมบัติผู้สมัครแบบไหน เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ รอบ Portfolio ไม่ได้ต้องการคะแนนสอบด้านวิชาการมาก แต่ต้องมีศักยภาพในด้านความคิดสร้างสรรค์ การประดิษฐ์ นวัตกรรม ผ่านโครงงานหรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ และที่สำคัญคือ ควรทำจากความชอบของตนเอง ไม่ใช่ตามเพื่อนหรือตามกระแส ซึ่งอาจทำให้ได้เกียรติบัตรหรือผลงานเยอะ แต่ไม่มีสะท้อนความสนใจหรือความสามารถของตัวเองจริงๆ
- ไม่ต้องสนใจรูปแบบหรือ format ของ Portfolio ไม่มีการให้คะแนนพาร์ทความสวยงาม ให้คะแนนตามความเป็นจริง ไม่ต้องจ้างคนทำพอร์ต ขอแค่ให้อ่านเกณฑ์ เกณฑ์ต้องการอะไรต้องมีให้ครบ ซึ่งเกณฑ์จะไม่มีการเปลี่ยนใหญ่ หากมีจะต้องบอกล่วงหน้า 3 ปี ดังนั้นน้องๆ ม.4-5 ก็สามารถอ่านเกณฑ์เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าได้เลย
- Portfolio แบบไหนที่โอกาสได้น้อย? คือ Portfolio ที่มีผลงานเหมือนเป็ด คือ ทำเป็นหลายอย่าง ผ่านกิจกรรมมาหลากหลาย แต่ไม่มีอะไรโดดเด่น เวลากรรมการให้คะแนนจะได้คะแนนน้อย เพราะกิจกรรมแต่ละประเภทมีคะแนนแตกต่างกัน และระดับของกิจกรรมก็แตกต่างกันด้วย เช่น กิจกรรมด้านวิชาการ ระดับโรงเรียน ระดับประเทศ ระดับชาติ ระดับนานาชาติ คะแนนแตกต่างกัน เวลาให้คะแนนจะให้เป็นกลุ่มของกิจกรรม ไม่ได้แยกให้คะแนนทีละชิ้น ดังนั้นควรดึงกิจกรรมที่โดดเด่นที่สุด แม้กิจกรรมมีจำนวนน้อยแต่โดดเด่นกว่าก็มีโอกาสสอบติดมากกว่า
- ผลงานที่ถูกใจกรรมการ คือ ผลงานที่เห็นถึงความตั้งใจของผลงานนั้นๆ และเป็นประสบการณ์จริงที่ได้ทำผ่านมา เช่น หากเป็นโครงงาน หรือ การวิจัย ก็ต้องทำให้เห็นถึงความตั้งใจตั้งแต่กระบวนการคิดและการลงมือทำ ซึ่งจะต้องมาอธิบายและพูดคุยในวันสอบสัมภาษณ์ ไม่จำเป็นต้องระดับนานาชาติเสมอไป แต่ต้องทำจริงและเป็นส่วนหนึ่งของมัน หรือ ในปีที่ผ่านๆ มา มีนักเรียนยื่นความสามารถด้านภาษาอังกฤษระดับที่สูงมาก แต่วันสัมภาษณ์ตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ เป็นเพราะไปติวเพื่อสอบเท่านั้นแต่ไม่เคยใช้จริงจึงสื่อสารไม่ได้
สำหรับคณะที่ไม่ได้กำหนดผลงานเฉพาะเจาะจง เช่น แนวกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ รูปแบบผลงานที่เข้าตากรรมการ จะต้องไม่ใช่แค่การ "เข้าร่วม" แต่ต้องแสดงให้เห็นว่ามีความตั้งใจมุ่งทำในสิ่งนั้นเพื่อให้เกิดผลลัพธ์จริงๆ เช่น โดยทั่วไปถ้าเป็นจิตอาสา นักเรียนจะส่งรูปภาพที่ไปใส่ชุดและทำกิจกรรมอาสา ในขณะที่บางคนมีความสามารถด้านเปียโน หรือไปฝึกเปียโนเพิ่ม และไปเล่นเปียโนให้ผู้ป่วยฟังที่โรงพยาบาล แบบนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและตอบโจทย์การบำเพ็ญประโยชน์
- เอกสารทุกชิ้น ต้องเป็นของจริง ต้องทำผลงานเองจริงๆ มีที่มาที่ไป ไม่ปลอมแปลงเอกสาร ที่ผ่านมาเคยมีนักเรียนปลอกเอกสารใบประกาศโอลิมปิกวิชาการ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง ทั้งประวัติด้านการศึกษา หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ นอกจากจะไม่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ยังถือว่ามีความผิดอีกด้วย
นอกจาก 5 ข้อในเรื่องการทำ Portfolio แล้ว อาจารย์ยังฝากถึงน้องๆ ด้วยว่า TCAS ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต อย่าทิ้งชีวิตของเราทั้งหมดเพื่อ TCAS ควรบาลานซ์เพื่อให้ชีวิตมีความสุข และหากทำอะไรแล้วขอให้มุ่งมั่นทำสิ่งนั้นให้เกิดผลลัพธ์ อย่าทำตัวเป็นเป็ด คือทำได้หลายอย่างแต่ไม่มีอะไรโดดเด่น
กำหนดการรับสมัคร
เรียกว่าการรับรอบ Portfolio ของจุฬาปีนี้ก็จัดเต็มไม่แพ้ปีอื่นๆ ซึ่งรอบนี้จะมีเงื่อนไขรายละเอียดค่อนข้างเยอะมากทีเดียว น้องๆ ควรศึกษารายละเอียดทั้งคุณสมบัติ เกณฑ์คัดเลือก รายละเอียดการทำ Portfolio ที่สำคัญเมื่อทำพอร์ตแล้ว เก็บไว้ให้ดี ยังต้องใช้ในวันสอบสัมภาษณ์ด้วยค่ะ ใครอยากเข้าจุฬาฯ พี่มิ้นท์เอาใจช่วย ขอให้สอบติดในคณะที่หวังนะคะ :)
อีกหนึ่งช่องทางตามข่าว TCAS อัปเดตข่าวไว เช็กได้ทุกวัน
พร้อมโปรแกรมตัวช่วย ม.ปลาย อีกเพียบ
โหลดเลย! App "เด็กดี TCAS" ทั้ง iOS และ Android
0 ความคิดเห็น