|
วันนี้ พี่ลาเต้ เผลอได้ไปอ่านข่าวนี้มา...และก็ไปสะดุดตรงด้านท้ายของข่าว...ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับเรื่องการใช้คะแนนความดีสอบเข้ามหาวิทยาลัยครับ...จะเป็นอย่างไรนั้น ลองไปอ่านดูครับผม... นายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รัฐมนตรีว่าการ วธ. มีแนวคิดให้มีตำรวจวัฒนธรรมว่า ตนคิดว่าแนวคิดดังกล่าวคงไม่ได้หมายความว่า วธ.จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจวัฒนธรรมขึ้นมา เพื่อจะได้มีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้ที่กระทำผิดทางด้านวัฒนธรรม แต่คงหมายถึงการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมที่คอยเป็นหูเป็นตาช่วยกันสอดส่องดูแลสังคม สิ่งไหนไม่ถูกไม่ควร ไม่เหมาะสมก็ประสานงานและแจ้งเข้ามายัง วธ. ซึ่งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ได้กำหนดแนวทางในเรื่องเครือข่ายทางวัฒนธรรมไว้แล้ว 2 ส่วน คือ 1.การตั้งศูนย์วัฒนธรรมในสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมงานศิลปวัฒนธรรมไปสู่นักเรียน โดยจะให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการในศูนย์แห่งนี้ โดยมีอาจารย์ในสถานศึกษา ผู้แทนสภาวัฒนธรรมจังหวัด และ สวช.ช่วยเป็นที่ปรึกษาและเป็นพี่เลี้ยงให้การสนับสนุนในเรื่องขององค์ความรู้ วัสดุอุปกรณ์ หนังสือต่างๆ ซึ่งการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมในสถานศึกษานี้จะทำให้มีเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมที่เป็นนักเรียนจำนวนมากทั่วประเทศ เมื่อมีสิ่งไหนที่ไม่ดีก็สามารถแจ้งเข้ามายัง วธ.ได้ และ 2.โครงการวัฒนธรรมสายใยชุมชน ที่ได้ดำเนินการมาแล้วและกำลังขยายการดำเนินโครงการไปยังตำบลต่างๆ ซึ่งทำให้ได้เครือข่ายทางวัฒนธรรมที่มาจากชุมชนเพิ่มขึ้นด้วย
เลขาธิการ กวช. กล่าวด้วยว่า ในเร็วๆ นี้ถ้าร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์มีผลบังคับใช้แล้ว จะมีการจัดตั้งสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ขึ้นมา โดยจะให้ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมจากสำนักงานปลัด วธ.มาทำงานรวมอยู่ด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยขยายผลเรื่องเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม โดยจูงใจให้เยาวชนหันมาเป็นเครือข่ายได้มากขึ้น โดย สวช.มีแผนจะมอบรางวัลให้เป็นประกาศนียบัตรแก่เครือข่ายนักเรียนที่แจ้งข้อมูลเข้ามา และจะมีการจัดระบบเก็บสถิติเป็นคะแนนสะสมให้ด้วย เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปรวมกับคะแนนความดีในสถานศึกษาของตนเอง ซึ่งทราบว่าทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และมหาวิทยาลัยรัฐต่างๆ กำลังพิจารณาให้ใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาด้วย ทั้งนี้ ผลจากการดำเนินการในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ตนเชื่อว่าจะทำให้การแก้ไขปัญหาทางวัฒนธรรมได้ผลดียิ่งขึ้นในอนาคต |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชนพ |

30 ความคิดเห็น
+ เราว่านะถ้าเราทำดี
+ แล้วหวังเกียรติบัตร
+ เอามาแลกเข้ามหาลัยอ่า
+ ก็เหมือนทำดีเอาหน้า
+ ในหลวงยังบอกเลยว่าควรปิดทองหลังพระ
+ ช่ายป่ะ
+ คนเราอ่าทำดีมานก็อยู่ที่ตัว
+ ไม่ใช่วัดกันที่เกียรติบัตรหรือคะแนนสะสม
+ แล้วอนาคตเด็กไทยจะเป็นอย่างไร
+ ทำดีเพื่อหวังผลเหรอ
+ ถ้าไม่ได้ของตอบแทนก็ไม่ทำงั้นสิ
รุ่นพี่เก่งจังเลย แปะๆ
อ.เราบอกให้ทำเหมือนกัน บันทึกความดี เราเอามากจากเว็บ ก็อปรูป ตกแต่งเล็กน้อย ส่งอ. แล้วอ.ก็จับไม่ได้
ไม่เห็นจะช่วยอะไรเลย ดีแต่ทำให้แย่ลงเปล่าๆ เพราะเด็กจะไม่ตั้งใจเรียนกัน
อนาคตของชาติ ดีอย่างเดียวประเทศไปไม่รอด เพราะเราจะไม่ทันต่างประเทศเขา เพราะเขาดีชั่วพัฒนาไว้ก่อน
ต้องทันคน ทันโลก และมีไหวพริบด้วย
แต่ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคนที่ได้เกียรติบัตรด้วยครับ สมควรได้แล้วจริงๆ คนดีทำดีคนรู้เป็นที่เชิดชู แต่ไม่รู้ก็ยังเป็นปิดทองหลังพระ
อืม ถ้าความดีสามารถตีความเป็นคะเเนนได้ อีกหน่อยก็ผักชีเต็มประเทศเลย
โอ๊ยย~
ไม่เอาเด็ดขาด!!
สมุดบันทึกความดีนี่แหละเป็นตัวก่อความชั่วเลย
คิดูดิ..แทนที่จะเอาเวลาไปทำการบ้าน อ่านหนังสือหรือพักผ่อน ก็ต้องเอาเวลามานั่งคิดแต่งเรื่องที่จะเขียนในสมุดความดีอ่ะ
ความดีไม่ใช่ว่าพวกเราไม่ได้ทำเลยหนิ..
สมุดความดีของรร.เราต้องมีคนเซ็นยืนยันการทำความดีด้วยอ่ะ
สมมติว่าลุกให้คุณยายแก่ๆนั่งบนรถเมล์ แล้วเราก็ต้องพกสมุดความดีนี้ไปตลอดเวลาเลยเหรอ?
ให้พ่อแม่เซ็นก็หาว่าขี้โกงซะอย่างงั้น- -*
การเอาคะแนนความดีมาใช้ก็โอเคน่ะนะ..
แต่เปลี่ยนวิธีการวัดความดีดีกว่ามั้ย?
เข้าใจว่าอยากให้เยาวชนเป็นคนดี
ผู้ใหญ่ทุกคนก็อยากให้พวกเราเป็นคนดีมากกว่าคนเก่ง
(ถ้าเก่งและดีก็เพอร์เฟ็คไปเลย)
แต่
ค ว า ม ดี มั น วั ด กั น ไม่ได้ ! ? !
ความดีต้องสะสม ทำไปเรื่อยๆ..แต่ผู้ใหญ่จะใช้เกณฑ์ไหนวัดล่ะ