สวัสดีค่ะชาว Dek-D วันนี้เรามีประสบการณ์จากทางบ้านมาเล่าให้ฟังค่ะ เป็นเรื่องราวของ “ตาตั้ม ธีระพล” ที่ได้เดินทางไปนำเสนอผลงานในงานประชุมนานาชาติด้าน Science, Mindfulness, and Meditation ที่ประเทศภูฏาน
บทสัมภาษณ์นี้เป็นการเล่าตั้งแต่ที่มาของความสนใจ งานวิจัยที่ทำ ไปจนถึงบรรยากาศในงานประชุมระดับนานาชาติ เผื่อจะเป็นอีกหนึ่งมุมมองให้คนที่สนใจสายวิชาการ การทำวิจัย หรือการไปเวทีต่างประเทศได้เห็นภาพชัดขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ
ทักทายผู้อ่านกันก่อน
สวัสดีครับ (Kuzuzangpo la) ชื่อ "ตาตั้ม" นะครับ เรียนจบคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาจากจุฬาฯ และนิติศาสตร์จาก ม.รามคำแหง ก่อนจะได้รับ ASEAN Scholarship ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ Nalanda University ประเทศอินเดียครับ
หลังเรียนจบ ผมมีโอกาสเดินทางต่อมายังประเทศภูฏาน เพื่อเข้าร่วมและนำเสนอผลงานในงานประชุมนานาชาติด้าน Science, Mindfulness, and Meditation ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ประสบการณ์การเรียน การฝึกปฏิบัติ และงานวิจัยที่สนใจมาตลอด ได้มาบรรจบกันอย่างเป็นรูปธรรม

จุดเริ่มต้นความสนใจเรื่อง “สติ” และการทำงานวิจัย
สำหรับผม การศึกษาและการวิจัยเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการหันกลับมามองตัวเอง ความสนใจเรื่องสติและสมาธิไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่ค่อยๆ สะสมมาตั้งแต่วัยเด็ก จากการที่คุณพ่อคุณแม่แนะนำให้ไปวัดดีๆ และมีโอกาสบวชเรียนในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน
พอโตขึ้นและเริ่มทำงาน แม้บางครั้งจะมีเวลาจำกัด ผมก็ยังพยายามกลับไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมระยะยาวอยู่เสมอ โดยเฉพาะคอร์สที่มีการฝึกอย่างเข้มข้น สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมเริ่มสนใจการระลึกให้รู้ว่ามี “ตัวรู้” และสิ่งที่ถูกรู้ การเห็นรูปและนาม ธาตุทั้งสี่ และขันธ์ทั้งห้า ซึ่งกลายมาเป็นพื้นฐานความคิดสำคัญในการต่อยอดสู่การทำงานวิจัยในเวลาต่อมา
งานประชุม Science, Mindfulness, and Meditation ที่ภูฏาน
งาน Science, Mindfulness, and Meditation เป็นงานประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นโดย Zhichenkhar Centre for Bhutan & GNH Studies ที่กรุงทิมพู ประเทศภูฏาน จุดประสงค์ของงานคือการเปิดพื้นที่ให้แนวทางการปฏิบัติทางจิตวิญญาณและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้มาพบกัน
ผู้เข้าร่วมงานมีทั้งนักวิชาการ นักปรัชญา นักประสาทวิทยา รวมถึงผู้ปฏิบัติสมาธิจากหลายประเทศ บรรยากาศของงานไม่ได้เคร่งวิชาการจนเกินไป แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันอย่างจริงจังและเคารพในความหลากหลายของแนวคิด



นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน
งานที่นำเสนอ และสิ่งที่ได้จากเวทีนานาชาติ
ผลงานที่ผมนำเสนอเป็นงานวิจัยที่ต่อยอดมาจากประสบการณ์การฝึกปฏิบัติสมาธิของตัวเอง โดยพยายามเชื่อมโยงแนวคิดทางพุทธศาสนาเข้ากับกรอบทางวิชาการ เพื่อให้สามารถอธิบายและทำความเข้าใจได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
สิ่งที่ผมได้จากเวทีนี้ ไม่ได้มีแค่การนำเสนอผลงานของตัวเอง แต่รวมถึงการได้ฟังมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และได้เห็นว่างานด้านสติและสมาธิยังมีพื้นที่ให้ศึกษาและพัฒนาอีกมากในระดับนานาชาติ




ความทรงจำและมุมชีวิตนอกห้องประชุม
นอกเหนือจากช่วงงานประชุม ผมเลือกพักและใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนชาวภูฏานที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพื่อนๆ ดูแลผมเป็นอย่างดี และพาไปสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทำให้ผมได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนในมุมที่ใกล้ตัวมากขึ้น
สำหรับผม การเดินทางมานำเสนอผลงานที่ภูฏานครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแค่การไปทำหน้าที่ในฐานะนักวิจัย แต่เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทำให้ได้ทบทวนตัวเอง ได้เห็นคุณค่าของการเรียนรู้ และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
ผมเชื่อว่าการศึกษา งานวิจัย หรือแม้แต่การฝึกปฏิบัติ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการค่อยๆ ทำความเข้าใจตัวเอง รู้ว่าชอบอะไร และทำสิ่งนั้นอย่างสม่ำเสมอ เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม โอกาสก็เปิดทางให้เราเองครับ




หากบทสัมภาษณ์นี้พอจะเป็นประโยชน์หรือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ใครก็ตามที่กำลังสนใจเส้นทางสายวิชาการ การทำวิจัย หรือการออกไปแลกเปลี่ยนในเวทีต่างประเทศ ผมก็รู้สึกยินดีมากแล้วครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านจนถึงตรงนี้ครับ
0 ความคิดเห็น