น้องๆ รู้หรือไม่ว่า หลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพในมหาวิทยาลัยรัฐบาลในประเทศไทย มีการเซ็น "สัญญาชดใช้ทุน" ต้องทำสัญญากันตั้งแต่ก่อนเรียน สัญญาดังกล่าวมีผลต่อเนื่องจนถึงเรียนจบ หากเรียนจบชดใช้ทุนได้ตามปกติก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่สามารถใช้ทุนได้ตามสัญญา ก็จะมีการปรับเพื่อชดใช้การผิดสัญญา ซึ่งคณะที่เข้าเงื่อนไขนี้ คือ คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขนี้จะเป็นกรณีของการเรียนจบแต่ไม่ใช้ทุน แต่คณะทันตแพทยศาสตร์และเภสัชศาสตร์บางมหาวิทยาลัย มีสัญญาในเรื่องของการเรียนจบหลักสูตรด้วย หากไม่สามารถเรียนจนจบหลักสูตรได้ จะมีค่าปรับ ดังนั้นใครจะเรียน 2 คณะนี้ ต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วยค่ะ
เรียนไม่ไหวก็ต้องไหว! 3 คณะปริญญาตรี ม.รัฐ มีเงื่อนไข "ค่าปรับ" ถ้าไม่ใช้ทุนหรือลาออกก่อนเรียนจบ
ทำไมต้องชดใช้ทุน และทำไมต้องมีค่าปรับ
น้องๆ เคยเห็นค่าเทอมของคณะวิทย์สุขภาพในมหาวิทยาลัยเอกชนมั้ยคะ? กว่าจะเรียนจบครบหลักสูตร 6 ปี ต้องเสียค่าเรียนหลายล้านบาทเลยทีเดียว เพราะเป็นค่าอุปกรณ์การเรียน เครื่องมือแพทย์ ค่าอาจารย์ และบุคลากรต่างๆ ทำให้มีต้นทุนที่สูงมาก
ดังนั้น คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์และเภสัชศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยของรัฐ จึงเป็นคณะที่รัฐบาลใช้งบประมาณในการสนับสนุนการเรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถจ่ายค่าเทอมได้พอๆ กับคณะอื่นๆ เมื่อรัฐบาลสนับสนุนให้เด็กไทยได้เรียนในสายวิทย์สุขภาพได้ในราคาที่ไม่แพงเกินไป ผู้เรียนก็ต้องมีการใช้ทุน แต่จะคืนด้วยการรับราชการ คือทำงานให้กับรัฐบาลในระยะเวลาที่กำหนด (ได้รับเงินเดือนตามปกติ) หากใครเรียนจบและไม่ต้องการใช้ทุน ก็จะต้องจ่ายค่าปรับ
ส่วนคนที่เรียนไปแล้วเรียนไม่ไหว อยากซิ่วหรือลาออก ก็มีค่าปรับเช่นเดียวกัน เพราะถือว่ารัฐบาลได้สนับสนุนค่าเล่าเรียนไปบางส่วนแล้ว แต่ค่าปรับการลาออก จะมีการคำนวณตามระยะเวลาเรียนและเวลาที่เหลือ ไม่ใช่คิดเต็มจำนวนแบบการไม่ใช้ทุน
คณะไหน ถูกปรับเท่าไหร่บ้าง
ข้อมูลนี้ อ้างอิงจากตัวอย่างในสัญญาการเป็นนิสิต/นักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ มีรายละเอียดดังนี้
คณะแพทยศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ ในสัญญา ระบุเฉพาะค่าปรับ กรณีไม่ใช้ทุนหลังเรียนจบ
- ค่าปรับกรณีไม่ใช้ทุนหลังเรียนจบ : 400,000 บาท หากใช้ทุนไม่ครบ 3 ปี ค่าปรับจะคำนวณตามระยะเวลาใช้ทุนที่เหลืออยู่
- ค่าปรับกรณีลาออกก่อนเรียนจบ : ไม่มี
คณะทันตแพทยศาสตร์
คณะทันตแพทยศาสตร์ ในสัญญา ระบุค่าปรับทั้งกรณีไม่ใช้ทุนหลังเรียนจบ และกรณีเรียนไม่จบตามหลักสูตร
- ค่าปรับกรณีไม่ใช้ทุนหลังเรียนจบ : 400,000 บาท หากใช้ทุนไม่ครบ 3 ปี ค่าปรับจะคำนวณตามระยะเวลาที่เหลืออยู่
- ค่าปรับกรณีลาออกก่อนเรียนจบ (บางมหาวิทยาลัย) : 400,000 / จำนวนปีที่เรียน เช่น เรียน 1 ปี จะต้องจ่ายค่าปรับ 66,666 บาท
คณะเภสัชศาสตร์
คณะทันตแพทยศาสตร์ ในสัญญา ระบุค่าปรับทั้งกรณีไม่ใช้ทุนหลังเรียนจบ และกรณีเรียนไม่จบตามหลักสูตร
- ค่าปรับกรณีไม่ใช้ทุนหลังเรียนจบ : สำหรับการใช้ทุนของคณะเภสัชศาสตร์ จะแตกต่างจากแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ คือ หากในปีนั้นมีประกาศตำแหน่งงานใช้ทุนออกมา แล้วมีผู้ลงชื่อใช้ทุนจนครบ คนที่เหลือก็จะไม่เสียค่าปรับใดๆ ค่ะ แต่ถ้าเราแจ้งความประสงค์ใช้ทุน แต่ไม่ไป มีค่าปรับ 250,000 บาท หรือหากใช้ทุนไม่ครบตามกำหนด 2 ปี ค่าปรับจะคำนวณตามระยะเวลาที่เหลืออยู่
- ค่าปรับกรณีลาออกก่อนเรียนจบ (บางมหาวิทยาลัย) : ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย เช่น จุฬาฯ ปรับ ปีการศึกษาละ 50,000 บาท ม.ธรรมศาสตร์ ปรับตามจำนวนปีที่เรียน
คณะที่มีค่าปรับหากลาออกก่อนเรียนจบ นอกจากทันตแพทยศาสตร์และเภสัชศาสตร์ (บางสถาบัน) แล้ว อาจมีคณะหรือหลักสูตรอื่นๆ อีก หากคณะนั้นมีเงื่อนไขการทำสัญญาให้ทุนแบบผูกพัน หรือโครงการพิเศษอื่นๆ ที่มีทุนให้แต่สมัครใจรับทุน
ยกตัวอย่างเช่น พยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก ในแต่ละปีสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจะมีโควตาทุนประมาณ 4,000 กว่าทุนทุกปี เป็นทุนแบบสมัครใจ หากใครสมัครรับทุนนี้ จะต้องใช้ทุนหลังเรียนจบเช่นกัน หากลาออกก่อนครบหลักสูตร ก็จะมีค่าปรับขึ้นอยู่กับวิทยาลัยพยาบาลแต่ละแห่ง
สรุปแล้ว คณะด้านวิทย์สุขภาพเป็นคณะที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนเพื่อให้น้องๆ นักเรียนได้เรียนในค่าเทอมที่ไม่แพงเกินไป แต่จะมีเงื่อนไขที่จะต้องใช้ทุนตามสัญญาด้วย หากผิดสัญญาก็จะมีค่าปรับ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ค่าปรับจากการไม่ใช้ทุนตามกำหนด และค่าปรับกรณีลาออกก่อนจบการศึกษา แต่อย่างหลังมีแค่บางมหาวิทยาลัยเท่านั้น ดังนั้นก่อนที่น้องๆ จะสมัครหรือตัดสินใจเรียนคณะไหน อย่าลืมอ่านเงื่อนไขเยอะๆ นะคะ :)
App "เด็กดี TCAS" โหลดฟรี ใช้งานฟรี
- Android คลิก http://bit.ly/42nyzWT
- iPhone คลิก http://bit.ly/41IDKAA
0 ความคิดเห็น