TCAS69 รอบ 2 หรือ Quota เป็นรอบที่น้องๆ หลายคนตั้งความหวังเอาไว้สูง เพราะเป็นรอบที่เปิดโอกาสให้เด็กในพื้นที่ เด็กกิจกรรม เด็กที่มีคุณสมบัติเฉพาะ แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ DEK69 ที่จะยื่นในรอบนี้ต้องเตรียมตัวกันให้ดีนะครับ เพราะทุกปีจะมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่หลุดในรอบนี้ ทั้งที่คุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข คะแนนถึง แต่พลาดเรื่องเอกสารไม่ครบ เตรียมไม่ทัน หรือส่งผิดรูปแบบ ดังนั้นน้องๆ ควรเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ
ตอนนี้รอบ Quota 69 ใกล้เข้ามามากแล้วครับ ซึ่งด่านแรกที่น้องๆ ต้องรีบจัดการคือเรื่องของการจัดเตรียมเอกสารที่ใช้ยื่น เพราะสามารถเตรียมตัวไว้เผื่อได้เลยเพื่มลดภาระลงไป และหลังจากนี้น้องๆ จะได้ไปโฟกัสกับด่านอื่นต่อไปแทนครับ
รวมเอกสารสำคัญ Quota TCAS69! มีอะไรต้องเตรียมล่วงหน้าบ้าง
ก่อนไปดูรายการเอกสารอยากให้เข้าใจตรงกันก่อนว่ารอบ Quota เป็นอีกรอบที่ต้องสมัครกับมหาวิทยาลัยโดยตรง ดังนั้นน้องๆ จะต้องเตรียมเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนกับมหาวิทยาลัย และในบางโครงการของบางสาขาก็อาจมีเงื่อนไขเฉพาะก็จะมีการใช้เอกสารเฉพาะเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย เราไปดูกันดีกว่า ว่ามีเอกสารอะไรที่ต้องเตรียมบ้าง
1. ใบแสดงผลการเรียน (ปพ.1)
ใบ ปพ.1 คือเอกสารบันทึกผลการเรียนเฉลี่ยของแต่ละวิชา/ผลการเรียนเฉลี่ยรวมและข้อมูลกิจกรรมของผู้เรียน เป็นเอกสารอันดับต้นๆ ที่ต้องนึกถึงและรีบเตรียมการเพื่อไม่ให้ล่าช้า สิ่งที่ต้องเช็กก่อนขอเอกสารใบแสดงผลการเรียนกับทางโรงเรียน คือ
- โครงการที่จะยื่นต้องการ ปพ.1 กี่ภาคเรียน บางที่ใช้ 5 เทอม บางที่ใช้ 6 เทอม แต่ส่วนมากจะใช้จำนวนเทอมล่าสุดที่มี
- เอกสารต้องใช้เป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ แต่โครงการทั่วไปภาคปกติ ใช้เอกกสารภาษาไทยทั้งหมด
- ต้องใช้ระยะเวลาในการขอกับทางฝ่ายทะเบียนกี่วัน และใบ ปพ.1 มีระยะเวลาที่ใช้งานได้กี่วัน เพราะหากขอล่วงหน้านานเกินไป เอกสารอาจหมดอายุก่อน
สิ่งที่ต้องระวัง
- ขอเอกสารไม่ทัน เพราะโรงเรียนใช้เวลาดำเนินการ
- ใช้ไฟล์เก่าที่เกรดไม่อัปเดต
- สแกนเอกสารไม่ชัด อ่านไม่ออก หรือเห็นตัวเลขไม่ชัดเจน
โดยส่วนมากถ้าเป็นกรณีของน้องๆ เด็กซิ่ว โครงการต่างๆ จะใช้ ปพ.1 เป็น 6 เทอม และอาจมีการกำหนดขั้นต่ำของ GPAX เอาไว้ หรือบางโครงการอาจต้องการ ปพ.7/ปพ.2 เพิ่มเติมก็ต้องเช็กระเบียบการของแต่ละโครงการให้ดี
2. เอกสารส่วนตัว
รอบ Quota จะต้องมีการใช้เอกสารเพื่อยืนยันผู้สมัครเช่นเดียวกัน โดยเอกสารส่วนตัวจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ที่มีข้อมูลชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็น มักจะประกอบไปด้วย
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- รูปถ่ายหน้าตรงชุดนักเรียน/ชุดสุภาพ
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
ก่อนแนบเอกสารเหล่านี้ต้องดูให้ดีในเรื่องของขนาดไฟล์ นามสกุลไฟล์ ขนาดรูปถ่าย และระวังเรื่องระยะเวลาในการถ่ายไม่ควรเกิน 6 เดือน เพราะถ้านานเกินไปอาจไม่เหมือนตัวจริงในปัจจุบัน เพราะในระบบของแต่ละที่เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วอาจไม่สามารถแก้ไขได้ และที่สำคัญคือ ควรเซ็นสำเนาถูกต้องพร้อมกำกับว่า "ใช้สำหรับการสมัครโครงการ....." เพื่อป้องกันการนำผู้ไม่หวังดีนำเอกสารข้อมูลของเราไปใช้ทำอย่างอื่น
3. Portfolio หรือเอกสารแสดงผลงาน
แม้จะเป็นรอบ Quota แต่ในหลายโครงการยังคงต้องใช้แฟ้มสะสมผลงานประกอบการพิจารณาอยู่ และในบางสาขาอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อใช้ดูความสนใจในสาขานั้นจริงหรือไม่ ความต่อเนื่องของกิจกรรม และความเหมาะสมกับโครงการที่สมัคร สำหรับ Portfolio ในรอบ Quota มีทั้งเหมือนและแตกต่างจากรอบ Portfolio เช่น การคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุด การเขียนหรือบอกเหตุผลที่อยากเข้าเรียนในสาขานั้น เป็นต้น น้องๆ จะต้องตรวจสอบรายละเอียดการทำ Portfolio แต่ละคณะอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งที่ต้องระวัง
- ทำพอร์ตฟอลิโอที่เน้นกับสาขาอย่างชัดเจน ซึ่งอาจใช้เล่มเดิมกับรอบ 1 ไม่ได้ และจริงๆ ก็ไม่ควรใช้ เพราะต่างคณะ ต่างมหาวิทยาลัย มีเงื่อนไขต่างกัน
- จำนวนหน้าที่กำหนด บางโครงการนับ/ไม่นับ หน้าปก คำนำ สารบัญ
- รูปแบบของไฟล์ เช่น จำกัดขนาดของไฟล์ , นามสกุลไฟล์ , แยก/รวมไฟล์
- โครงสร้างที่มหาวิทยาลัยกำหนดอย่างชัดเจน หลายคนทำพอร์ตดีแต่อ่านเงื่อนไขไม่ชัดเจนก็พลาดและหลุดได้
4. เอกสารยืนยันคุณสมบัติเฉพาะโครงการ
นอกจากเอกสารส่วนตัวแล้ว ยังมีเอกสารสำคัญอื่นๆ ที่น้องๆ หลายคนพลาดบ่อย เพราะไม่ได้เช็กเงื่อนไขของโครงการเพิ่มเติมว่าต้องใช้อะไรเพิ่มอีกบ้าง ทำให้เตรียมเอกสารให้ครบ เช่น
- เอกสารรับรองภูมิลำเนา หรือ เอกสารยืนยันเขตพื้นที่การศึกษา ในกรณีที่เป็นโควตาด้านพื้นที่
- เอกสารกิจกรรมหรือผลงานเฉพาะด้าน หรือ เกียรติบัตร/หนังสือรับรองความสามารถพิเศษ หรือหลักฐานการเข้าร่วมแข่งขันประเภทต่างๆ ในกรณีโควตาด้านความสามารถพิเศษ
- ผลคะแนนสอบตามเกณฑ์ เช่น TGAT/TPAT A-Level (กรณีโครงการไม่ได้ดึงคะแนนโดยตรง) หรือ TOEIC, TOEFL หรือการสอบอื่นๆ ซึ่งนี่เป็นเอกสารรองรับผลคะแนนสอบของเรานั่นเอง
5. ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)
โครงการในรอบ Quota หลายคณะ โดยเฉพาะด้านวิทย์สุขภาพมักกำหนดคุณสมบัติด้านสุขภาพของผู้สมัครว่าต้องเป็นผู้ที่ไม่เป็นผู้ติดต่อร้ายแรง หรือเป็นโรคที่เป็นอุปสรรคในการเรียน ซึ่งจะต้องมีการยืนยันโดยแพทย์ หมายความว่า น้องๆ จะต้องไปตรวจร่างกายเพื่อนำใบรับรองแพทย์มายืนยันนั่นเอง
ส่วนมากแล้วใบรับรองแพทย์จะใช้ในสาขาที่ต้องระวังโรคติดต่อ โรคทางด้านสายตา ตาบอดสี การได้ยินเสียง เช่น สาขาที่เรียนเกี่ยวกับการแพทย์ เป็นต้น ทั้งนี้การตรวจร่างกาย บางมหาวิทยาลัยอาจมีกำหนดแบบฟอร์มให้น้องๆ print เพื่อให้แพทย์ตรวจ แต่หากไม่กำหนดก็สามารถใช้ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลที่ไปตรวจได้เลย รวมทั้งอาจมีกำหนดให้ใช้แบบฟอร์มตรวจสุขภาพของมหาวิทยาลัยด้วย รายละเอียดต่างๆ นี้ น้องๆ สามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ในระเบียบการครับ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เพื่อความชัวร์พี่แนะนำให้น้องๆ เก็บเอกสารสำคัญเอาไว้เผื่อไว้อย่างน้อย 3 ชุด ทั้งแบบถ่ายเอกสารและสแกนเก็นไว้เป็นไฟล์ เพื่อป้องกันเอกสารเสียหาย และที่สำคัญที่สุดก็คือการติดตามระเบียบการของโครงการที่น้องๆ สนใจด้วยตัวเองเพื่อความเข้าใจอย่างครบถ้วนครับ
ถ้าจะพูดว่ารอบ Quota นี้ “ใคร พร้อมก่อน พร้อมกว่า ได้เปรียบ” ก็คงไม่ผิดครับ บางครั้งคะแนนใกล้กันแต่ตัววัดความพร้อมอีกอย่างก็คือเอกสารตามเงื่อนไขเหล่านี้นี่แหละครับ ดังนั้นมาเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ โอกาสก็จะอยู่ข้างเรามากขึ้นครับ
App "เด็กดี TCAS" โหลดฟรี ใช้งานฟรี
- Android คลิก http://bit.ly/42nyzWT
- iPhone คลิก http://bit.ly/41IDKAA
0 ความคิดเห็น