มารู้จัก! คณะแพทยศาสตร์ น้องใหม่ "ม.วงษ์ชวลิตกุล" เรียนหมอไม่เน้นแข่ง แต่เน้น "รู้จริง" พร้อมระบบดูแลจิตใจจนเรียนจบ

มารู้จัก! คณะแพทยศาสตร์น้องใหม่ "ม.วงษ์ชวลิตกุล" 
เรียนหมอไม่เน้นแข่ง แต่เน้น "รู้จริง" พร้อมระบบดูแลจิตใจจนเรียนจบ

 

คณะแพทยศาสตร์ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของเด็กไทยอยู่เสมอและมีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทุกปี แต่สิ่งที่ตามมาคู่กับความภูมิใจมักจะเป็นคำถามเรื่องความกดดัน สุขภาพจิต และการแข่งขันที่สูงลิ่ว จนบางครั้งความฝันอาจจะกลายเป็นภาระที่หนักอึ้งเกินไป วันนี้เราเลยอยากพาน้องๆ ไปทำความรู้จักกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จังหวัดนครราชสีมา สถาบันผลิตแพทย์น้องใหม่ลำดับที่ 29 ของประเทศไทย ที่กำลังจะเปลี่ยนนิยามการเรียนหมอให้มีสมดุลและมีความสุขมากขึ้น

คณะแพทยศาสตร์ ลำดับที่ 29 และเอกชนลำดับที่ 5 ของประเทศไทย

ปัจจุบันมีคณะแพทยศาสตร์เปิดสอนหลายแห่ง และล่าสุดคณะแพทยศาสตร์ ม.วงษ์ชวลิตกุล เป็นคณะแพทยศาสตร์แห่งที่ 29 และเป็นสถาบันในสังกัดมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งที่ 5 ของประเทศไทย เป็นหลักสูตรใหม่ พ.ศ.2569 ผ่านการตรวจประเมินคุณภาพจากสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ (สมพ.) ตามมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์ระดับสากล (World Federation for Medical Education: WFME) และได้รับการรับรองหลักสูตรโดยแพทยสภาเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568  ที่ผ่านมานี้เอง

ความพร้อมเพื่อนักศึกษาตั้งแต่ปีหนึ่งจนสำเร็จการศึกษา

หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ม.วงษ์ชวลิตกุล เป็นหลักสูตร 6 ปี จำนวนหน่วยกิตรวม 240 หน่วยกิต การจัดการเรียนการสอนถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง เพื่อให้นักศึกษาได้รับทั้งทฤษฎีและประสบการณ์คลินิกที่เข้มข้น คือ

  • ชั้นปีที่ 1-3 (ปรีคลินิก) เรียนที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จ.นครราชสีมา  ซึ่งที่นี่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีการเรียนรู้อย่างห้องปฏิบัติการ 3D และหุ่นจำลองเสมือนจริง การเรียนในระดับนี้เน้นพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่เชื่อมโยงกับปัญหาหรือความผิดปกติทางคลินิก ซึ่งจะทำให้นักศึกษารู้ว่าเรียนแล้วจะเอาไปใช้ประโยชน์ในชั้นคลินิกอย่างไร โดยจะมีอาจารย์แพทย์มาร่วมสอนใน module ต่างๆ ตั้งแต่ต้น
  • ชั้นปีที่ 4-6 (คลินิก)  ฝึกปฏิบัติงานจริง ณ ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลหนองคาย ซึ่งเป็นคู่ความร่วมมือหลักของคณะฯ โดยนักศึกษาจะได้ใกล้ชิดกับอาจารย์แพทย์และเรียนรู้จากเคสผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพสูง

สำหรับค่าเทอม เป็นแบบเหมาจ่าย 400,000 บาท/เทอม (800,000 บาท/ปีการศึกษา) 

5 จุดเด่นที่ทำให้แพทยศาสตร์ ม.วงษ์ชวลิตกุล คือเป้าหมายของคนเรียนแพทย์

  1. ขับเคลื่อนความรู้ไปพร้อมเทคโนโลยี  คณะมีความพร้อมทั้งด้านหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน สถานที่เรียน และมีสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ เช่น ห้องสมุด 24 ชั่วโมง ห้องเรียนกลุ่มย่อย ห้องสโมสรนักศึกษา เป็นต้น ด้านเทคโนโลยีก็พร้อมให้นักศึกษาทุกคนได้ใช้เพื่อการศึกษาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการ อุปกรณ์หุ่นเสมือนจริง เทคโนโลยีสามมิติสำหรับการเรียนระบบร่างกาย ห้องฝึกทักษะทางคลินิก
     
  2. ระบบประเมินผล S/U (ผ่าน/ไม่ผ่าน) เป็นสถาบันแพทย์แห่งที่ 4 ของไทยที่ใช้ระบบนี้ คือไม่มีการตัดเกรด แต่เป็นลักษณะของการให้ผ่านหรือไม่ผ่าน ซึ่งแนวคิดนี้เปลี่ยนการโฟกัสจากการอ่านเพื่อสอบและทำคะแนนให้สูง มาเป็นการทำให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดแรงกดดันจากการแข่งขันและส่งเสริมให้เด็กๆ ช่วยเหลือกันในการเรียน  รวมถึงการเรียนจะเน้นเนื้อหาที่สำคัญและจำเป็น
     
  3. ด้านการจัดการเรียนการสอน  เน้นการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการเรียนแบบ Collaborative Learning Cases (CLC) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์กรณีศึกษาร่วมกัน ช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์  พร้อมกับการจัดการเรียนรู้เพื่อให้พร้อมกับการสอบ   National License (NL)  เพื่อช่วยให้นักศึกษามีความพร้อมและมีโอกาสสอบผ่าน ได้ใบประกอบวิชาชีพอย่างมั่นใจ
     
  4. ดูแลนักศึกษาด้วยระบบบ้าน (Home System)  ตั้งแต่เข้าเรียนจนสำเร็จการศึกษา โดยแต่ละบ้านจะมีอาจารย์และรุ่นพี่ เพื่อให้คำปรึกษาทั้งเรื่องเรียนและการปรับตัว ระบบนี้ช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน มีความมั่นคงทางจิตใจและลดความเครียดในการเรียน
     
  5. สถานที่จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นคลินิก ได้ทำความร่วมมือกับศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิกโรงพยาบาลหนองคาย จ.หนองคาย  ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดเหมาะสมสำหรับการฝึกประสบการณ์ น้องๆ จะได้สัมผัสกับเคสที่หลากหลายในสถานการณ์จริง แต่ยังคงได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากอาจารย์แพทย์ เนื่องจากจำนวนนักศึกษาในแต่ละรุ่นมีเพียง 30 คน ทำให้การเรียนการสอนทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

เส้นทางอาชีพและการใช้ทุน

คณะแพทยศาสตร์ ม.วงษ์ชวลิตกุล เมื่อน้องๆ สำเร็จการศึกษาแล้วจะไม่มีภาระผูกพันการเป็นแพทย์ใช้ทุนกับหน่วยงานรัฐบาล ดังนั้น หากเรียนจบและสอบผ่านได้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์ ก็สามารถตามความฝันการเป็นแพทย์ในหน่วยงานต่างๆ ที่สนใจได้ทันที หรือสามารถสมัครเข้ารับการฝึกอบรมเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะ เพื่อต่อยอดการเป็นแพทย์เฉพาะทางได้ทั้งในและต่างประเทศ  

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสายงานด้านสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงพยาบาล แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจ Wellness และที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมการแพทย์อีกด้วย
 

การรับสมัครรุ่นแรก ปี 2569

ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ เปิดรับสมัครรอบที่ 2 แล้ว มีรายละเอียดดังนี้

คุณสมบัติ

  • อยู่ ม.6 หรือเทียบเท่า หรือสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ที่เทียบเท่า grade 12 หรือ year 13
  • มีแฟ้มสะสมผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์เกี่ยวกับวิชาชีพแพทย์ ด้านนวัตกรรม/วิจัย/ความคิดสร้างสรรค์ ด้านคุณธรรม/จริยธรรม/ ด้านการทำงานเป็นทีม ด้านจิตอาสา และด้านความสามารถพิเศษ
  • มีคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น TOEFL (iBT), TOEFL, IELTS, CU-TEP, Kept
  • มีคะแนนสอบความสามารถด้านวิชาการ อย่างใดอย่างหนึ่งเช่น GED, Advanced Level,  IB,  A-Level+TPAT1, NETSAT,  TBAT+CU-AAT,  AKAT, MCAT,  UCAT, NMAT

กำหนดการรับสมัคร

  • วันนี้ - 20 เมษายน 2569 รับสมัคร
  • 22 เมษายน 2569 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์
  • 2 พฤษภาคม 2569 สอบสัมภาษณ์
  • 4 พฤษภาคม 2569 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา

เว็บไซต์รับสมัคร

สมัคร คลิก https://vumed.vu.ac.th/wp/

ช่องทางติดต่อคณะแพทยศาสตร์ 

  • คณะแพทยศาสตร์ อาคารขวัญแก้ว มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล เลขที่ 84 หมู่ 4 ถ.มิตรภาพ-หนองคาย ต.บ้านเกาะ  อ.เมือง จ. นครราชสีมา 30000
  • โทร 044-009711 ต่อ 120 หรือ 089-3924532
  • Website: vumed.vu.ac.th 
     

การเรียนแพทยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จึงไม่ใช่แค่การเรียนเพื่อไปเป็นหมอรักษาโรค แต่เป็นการเรียนอย่างมีความสุขกับวิชาชีพที่เลือก หากน้องๆ เป็นคนที่มองหาพื้นที่การเรียนรู้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต เน้นการช่วยเหลือกัน และต้องการโอกาสในการบริหารจัดการชีวิตตัวเองได้อย่างสมดุล ที่นี่อาจเป็นมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ความฝันของน้องๆ ได้อย่างดีที่สุด
 

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น