ไม่ใช่แค่ความเก่ง! แต่เด็กสอบติดมักทำ 3 อย่างนี้เหมือนกัน!

สวัสดีครับน้องๆ ทุกปีในระบบ TCAS จะมีคำถามเดิมๆ เกิดขึ้นเสมอประมาณว่า คนนั้นเก่งจังเราสู้ไม่ได้แน่ หรือบางคนก็ดูไม่ได้เก่งที่สุด ดูไม่ได้อ่านหนังสือหนัก แต่กลับสอบติด ขณะที่มีอีกหลายคนทุ่มสุดเกินเหตุจนไม่ได้นอน แต่ก็ยังคงไม่มั่นใจว่าจะติดแน่นอนไหมอยู่ดี ความจริงแล้วความต่างไม่ได้อยู่ที่ความเก่งหรือดวง แต่อยู่ที่วิธีคิดและวิธีเตรียมตัวก่อนเข้าสู่สนามจริงมากกว่า

จากการสังเกตแนวทางของเด็กที่สอบติดในหลายคณะในแต่ละรอบ จะเห็นได้ว่าเขามักทำ 3 อย่างนี้เหมือนกัน ซึ่งจริงๆ เป็นเรื่องพื้นฐานมาก แต่กลับเป็นเรื่องที่ถูกปล่อยให้ตกหล่นบ่อยครั้งเช่นเดียวกัน หรือพอนึกถึงก็เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้เข้าใจรายละเอียดอย่างชัดเจนครับ

ไม่ใช่แค่ความเก่ง! แต่เด็กสอบติดมักทำ 3 อย่างนี้เหมือนกัน!

1. อ่านระเบียบการด้วยตัวเอง ไม่เดาจากความรู้สึก

สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดของเด็กที่สอบติดคือจะไม่ใช้คำว่า “น่าจะได้” ตอนสมัคร ทั้งรอบที่ใช้คะแนนสอบและรอบที่ยื่นตามเงื่อนไขโครงการ เพราะการอ่านระเบียบการที่ดีคือการอ่านระเบียบการทุกบรรทัดด้วยตัวเองโดยไม่เดาจากความรู้สึก หรือฝืนยื่นแค่เพราะเป็นคณะที่ชอบ หรือปีก่อนๆเห็นคนที่คะแนนใกล้ๆ กับเราติดแล้วจะชะล่าใจ เพราะต้องอย่าลืมว่าเกณฑ์แต่ละปีอาจไมีการเปลี่ยนแปลง

ยังมีน้องๆหลายคนที่ให้ผู้ปกครองช่วยเหลือในการสมัครเข้าเรียน ซึ่งสามารถทำได้ แต่ให้ช่วยตลอดทุกขั้นตอนไม่ได้จริงๆ เพราะตัวของน้องๆ เองก็ต้องรู้รายละเอียดทั้งหมดของรอบที่จะยื่นด้วยว่ามีความตรงกับคุณสมบัติของตัวเองหรือไม่ เช่น

  • ต้องใช้คะแนนสอบวิชาอะไรในการยื่นสมัคร
  • การกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำ GPAX หน่วยกิต คะแนนสอบ
  • มีเงื่อนไขพิเศษ เช่น กำหนดเขตพื้นที่ ความสามารถพิเศษ
  • การกำหนดให้ส่งรายละเอียดผลงานเพิ่มเติม
  • เอกสารที่ใช้ในการสมัครแต่ละรอบ
  • เช็กสนามสอบ A-Level ให้ดี คลิก

2. โฟกัสถูกจุด ไม่อ่านทุกอย่างจนล้นมือ

เด็กที่สอบติดไม่ได้แปลว่าต้องเป็นคนที่เก่งมากเสมอไป ไม่ได้เป็นคนที่อ่านหนังสือมากที่สุด ซึ่งก็จะต่อจากข้อที่ 1 คือรู้ว่ารอบที่ตัวเองจะยื่นต้องใช้วิชาไหนเป็นหลัก คะแนนวิชาไหนมีน้ำหนักสูง และเก็บไฟจากวิชาที่ไม่จำเป็นมาโฟกัสกับเนื้อหาส่วนที่ควรจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษดีกว่า ทั้งที่เก็งว่าจะออกข้อสอบเยอะ หรือเนื้อหาส่วนที่ยังไม่แม่นยำมากพอ และดู 4 Steps วางแผนเตรียมสอบ นี้ คลิก

  • Step 1 เช็กสถานะตัวเองก่อนอ่านหนังสือ ว่าแต่ละวิชาเราพร้อมแค่ไหน
  • Step 2 แยกวิชาเป็น 3 กลุ่ม คือ วิชาหลัก วิชารอง วิชาตัดทิ้ง
  • Step 3 วางแผนการอ่าน เก็บเนื้อหาที่ออกสอบ ฝึกทำข้อสอบจริง
  • Step 4 ทบทวนตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมความพร้อมเรื่องเข้าห้องสอบ

น้องๆ หลายคนรู้สึกเหนื่อยและหมดไฟกับการอ่านหนังสือจากที่ไม่ใช่เพราะอ่านน้อย แต่เพราะอ่านเยอะเกินไปจนไม่รู้ต้องโฟกัสตรงไหน และนอกจากการวางแผนอ่านหนังสือที่ดีแล้วก็ยังต้องมีการจัดระเบียบการ “พัก” ที่เหมาะสม ไม่ทำให้หลุดโฟกัสและไม่ให้รู้สึกผิด คลิก

  • พักอย่างมีขอบเขต 
  • พักหลังจากทำสิ่งที่ตั้งเป้าหมายสำเร็จ
  • พักที่ช่วยสมอง ไม่ใช่ดูดพลัง
  • พักที่เป็นส่วนหนึ่งของการอ่านหนังสือ

3. วางแผนดี มีแผนสำรอง ไม่ฝากความหวังไว้กับทางเลือกเดียว

ระบบ TCAS มีการแข่งขันที่สูง ถ้าอยากสอบติดน้องๆ จะต้องวางแผนให้มากกว่าแค่ “อยากเรียนคณะอะไร” แต่จะต้องเริ่มจากคำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ “คะแนนของเราพาไปคณะไหนได้บ้าง” และควรเลือกยังไงให้มีโอกาสติดจริง ทำให้การวางแผนแรกจำเป็นต้องเลือกสมัครอย่างมีข้อมูล ไม่ใช้แค่เลือกเพราะใจอย่างเดียว โดยเลือกจากคณะหรือสาขาที่อยากเรียนอันดับแรกเป็นหลักเป็นหลักและวางแผนประกอบ ทั้งจาก 2 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น และอื่นๆ เช่น

  • เรียงลำดับ Admission ให้ดีตามโอกาสจริง
  • คำนวณคะแนน TGAT/TPAT ที่อยู่ในมือกับคณะที่อยากเข้า
  • วางแผนคำนวณคะแนน A-Level ว่าอีกกี่คะแนนถึงจะติดรอบ Admission คลิก 
  • ดูจำนวนรับในรอบนั้น ประเมินโอกาสตัวเองโดยไม่เข้าข้างตัวเองเกินไป

สิ่งที่ตามมาคือน้องๆ ต้องเผื่อใจเอาไว้ถ้าหากผลออกมาไม่เป็นตามที่คาดหวัง ทำให้ต้องมีการเตรียมแผนสำรองเอาไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอตอนที่พลาดไปแล้ว ถึงแผนสำรองอาจไม่ใช่คณะที่ฝันที่สุด แต่จะเป็นคณะที่ยังอยู่ในสายที่เราสนใจที่คะแนนของน้องๆ ไปถึงมากกว่า เพื่อกระจายความเสี่ยง  เช่น

  • ถ้า Quota ไม่ติดยังมีหวังต่อที่ Admission
  • มองหาคณะที่ชอบในมหาวิทยาลัยอื่นที่คะแนนถึง
  • เลือกสาขาที่เนื้อหาใกล้เคียงกับแผนหลัก
  • เตรียมตัวให้ดีกับรอบต่อไป หรือเลือกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน 

น้องๆ ต้องเข้าใจด้วยว่าแผนสำรองไม่ใช่แผนที่คิดขึ้นมาแบบปล่อยใจ แต่เป็นแผนที่คิดมาแล้วว่าถ้าต้องเลือกจริงก็ต้องยอมรับให้ได้  ไม่ใช่แค่ถ้าไม่ติดคณะหรือมหาวิทยาลัยแรกที่อยากติดแล้วจะมองแค่ว่า “งั้นติดอะไรก็ได้เรียนๆ ไปก่อน” แต่ต้องสามารถต่อยอดอนาคตได้จริง

สรุปแล้วการสอบติดไม่ได้มาจากความเก่งอย่างเดียว แต่มาจากการวางแผนให้เป็นแบบคิดมาดีแล้ว รู้ตัวเอง รู้ระบบ และเผื่อทางเลือกเอาไว้เสมอ ถ้ายังไม่มั่นใจกับตัวเองสำหรับตอนนี้ยังทันอยู่ ลองวางแผนทีละขั้น และทำความเข้าใจกับรายละเอียดของ TCAS  เพื่อโอกาสที่ดีของตัวน้องๆ เองครับ

พี่ว่าน
พี่ว่าน - Columnist ชอบดูคอนเทนต์ พิมพ์สนุกมือ TCAS สนุกดี

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น