You Only Live Once!
สำหรับชาว Dek-D ที่อายุ 18-30 ปี แล้วกำลังมองหาโอกาสไปใช้ชีวิต เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ 'ออสเตรเลีย' จังหวะนี้ต้องรีบเลยค่ะ เพราะล่าสุดกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้ประกาศรายละเอียด ‘โครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยวไทย–ออสเตรเลีย ประจำปี 2569’ หรือ ‘Work and Holiday 2026’ ออกมาเรียบร้อยแล้ว
ปีนี้มีโควตารวมทั้งสิ้น 2,000 ที่นั่ง และในส่วนของรายละเอียดก็มีเปลี่ยนแปลงจากปีก่อนๆ ในบางรายการ งานนี้ใครเตรียมพร้อมกว่าได้เปรียบ วันนี้พี่ลูกหมูเลยรีบสรุปข้อมูลสำคัญมาให้ ไปเช็กกันเลยค่ะ!
Work and Holiday Visa Thailand – Australia 2026
Work and Holiday Visa Thailand - Australia หรือโครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยวไทย – ออสเตรเลีย ประจำปี 2569 เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและออสเตรเลีย ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุ 18 - 30 ปี ที่มีคุณสมบัติผ่านเงื่อนไข ได้ถือวีซ่า Work and Holiday Visa (Subclass 462) อนุญาตให้พำนักในออสเตรเลียได้แบบถูกกฎหมาย โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถทำงาน ท่องเที่ยว แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมถึงลงคอร์สเรียนสั้นๆ ตามที่เงื่อนไขกำหนดได้
สิทธิพิเศษของวีซ่านี้มีอะไรบ้าง?
- พำนักอาศัยในออสเตรเลียได้นาน 12 เดือน
- ทำงานประเภทใดก็ได้ แต่เงื่อนไขคือทำงานกับนายจ้างคนเดิมได้สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน
- ลงเรียนคอร์สระยะสั้นต่างๆ ได้สูงสุด 4 เดือน (17 สัปดาห์)
คุณสมบัติผู้สมัคร
- มีสัญชาติไทย ความประพฤติและสุขภาพดี
- อายุระหว่าง 18 - 30 ปี (อายุยังไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย)
- จบการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
- มีหลักฐานทักษะภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ที่กำหนด* (รายละเอียดคะแนนอยู่ในหัวข้อถัดไป)
- มีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ชื่อบัญชีของผู้สมัคร) มากกว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ขึ้นไป หรือ ประมาณ 120,000 บาท
- ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)
เช็กลิสต์เอกสารประกอบการสมัคร
ตามข้อตกลงของโครงการ ก่อนจะไปยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตได้ เราจะต้องขอ "หนังสือรับรองคุณสมบัติ" จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก่อนค่ะ
และในการขอเอกสารดังกล่าว ผู้สมัครต้องเตรียมเอกสารสำคัญดังต่อไปนี้ (แนะนำให้เช็กรายละเอียดที่ต้นทางเผื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่ะ)
กลุ่มเอกสารพื้นฐาน
- ใบสมัคร 1 ชุด พร้อมลายเซ็นผู้สมัคร
- บัตรประจำตัวประชาชน: ยังไม่หมดอายุใช้งาน
- ทะเบียนบ้าน
- หนังสือเดินทาง (Passport): ยังไม่หมดอายุใช้งาน นับถึงวันรับสมัคร (8 เมษายน 2569)
กลุ่มเอกสารเกี่ยวกับการศึกษา และภาษาอังกฤษ
- สำเนาปริญญาบัตร 1 ฉบับ (กรณีที่เรียนจบแล้วแต่ยังไม่ได้รับปริญญา สามารถใช้ใบรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปแทนได้ค่ะ)
- หลักฐานทักษะภาษาอังกฤษ* เลือกแนบเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง และ ผลสอบต้องออกระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 - 7 เมษายน 2569 เท่านั้น
∟ IELTS รวมทุกทักษะ (overall) ไม่ต่ำกว่า 4.5
∟ TOEFL iBT รวมทุกทักษะ (overall) ไม่ต่ำกว่า 32
∟ PTE Academic รวมทุกทักษะ (overall) ไม่ต่ำกว่า 30
∟ Cambridge English (CAE) รวมทุกทักษะ (overall) ไม่ต่ำกว่า 147
* หรือ สามารถใช้ใบแสดงวุฒิและผลการเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษได้ เช่น
- ใบแสดงวุฒิการศึกษา และ ใบแสดงผลการเรียนระดับปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตรจากประเทศออสเตรเลีย หลักสูตร 1 ปี
- ใบแสดงวุฒิการศึกษา และ ใบแสดงผลการเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับอนุปริญญา/ปริญญาตรีขึ้นไป หลักสูตรเต็มเวลาที่ใช้ภาษาอังกฤษ ระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี
- ใบแสดงวุฒิการศึกษา และ ใบแสดงผลการเรียนระดับมัยมศึกษา หลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษ ระยะเวลา 5 ปี
- ใบแสดงวุฒิการศึกษา และ ใบแสดงผลการเรียน ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น หลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน
กลุ่มหลักฐานทางการเงิน
- หนังสือรับรองฐานะการเงิน (Bank Guarantee): จำนวน 1 ฉบับ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
∟ ต้องเป็นเอกสารฉบับจริงที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์เท่านั้น (มีตราประทับหรือลายมือชื่อเจ้าหน้าที่กำกับ)
∟ ต้องเป็นบัญชีประเภท ออมทรัพย์ และเป็น ชื่อบัญชีของผู้สมัคร เท่านั้น
∟ ระบุยอดเงินไม่น้อยกว่า 120,000 บาท (หรือ 5,000 AUD)
∟ อายุเอกสารต้องไม่เกิน 30 วัน และต้องออกก่อนวันรับสมัครเพื่อพิจารณาเอกสาร (ออกก่อนวันที่ 8 เมษายน 2569)
กลุ่มเอกสารเฉพาะของโครงการ
- หนังสือบันทึกข้อตกลงที่ชื่อผู้ทำบันทึกข้อตกลง ต้องลงนามโดยผู้สมัครและพยานเรียบร้อยแล้ว (ดาวน์โหลดได้ที่ระบบการสมัคร)
- บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้ทำบันทึกข้อตกลง
- แผนการเดินทางและประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างเข้าร่วมโครงการ (เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า A4 เป็นภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ)
ขั้นตอนการสมัคร
1. ลงทะเบียนเพื่อขอรับ Username และ Password
- ดำเนินการที่เว็บไซต์ https://www.dcy.go.th/ ระหว่างวันที่ 23-28 มีนาคม 2569 เวลา 09.00-16.00 น.
- ขั้นตอนนี้จะจำกัดจำนวนผู้สมัครวันละ 500 คน (6 วัน) โดยระบบจะแสดงจำนวนผู้ลงทะเบียน หากครบแล้วระบบจะปิดการลงทะเบียน แล้วเปิดอีกครั้งในวันถัดไป จนกว่าจะสิ้นสุดกำหนดปิดลงทะเบียน หากครบ 3,000 คนแล้วจะระบบจะปิดรับสมัครทันทีค่ะ
สิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อกรอกขั้นตอนนี้
|
2. วันเปิดรับสมัครจริง
(การรับสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อพิจารณาคุณสมบัติ)
วันที่ 8 เมษายน 2569 (9.00 - 16.00 น.) ผู้สมัครเข้าสู่ระบบด้วย Username และ Password เพื่อกรอกข้อมูลพิจารณาคุณสมบัติ (หากมีผู้สมัครถึงลำดับที่ 2,500 ระบบจะปิดรับสมัครทันที)
ผู้สมัครต้องเข้าสู่ระบบการสมัครออนไลน์ในครั้งนี้ เพื่อรับการพิจารณาคุณสมบัติ และต้องกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน มิฉะนั้น จะไม่สามารถกดยันยันการสมัครได้ และหากพบว่าข้อมูลในใบสมัคร และหลักฐานไม่ถูกต้อง ไม่ตรงกับข้อมูลในใบสมัคร หรือผู้สมัครขาดคุณสมบัติคณะกรรมการผู้ตรวจหลักฐาน มีสิทธิ์ที่จะพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้สมัคร และการพิจารณาของกรมกิจการเด็กและเยาวชนถือว่าเป็นที่สิ้นสุด
ในการกรอกใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ ผู้สมัครควรเตรียมพร้อมข้อมูลส่วนตัว ดังนี้
|
3. การประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบ
วันที่ 20 เมษายน 2569 จะมีการประกาศรายชื่อบนเว็บไซต์ https://www.dcy.go.th จำนวน 2,500 คนตามลำดับการสมัคร
4. การส่งเอกสาร
วันที่ 27 เมษายน - 8 พฤษภาคม 2569 (ภายใน 12.00 น.) ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง 2,500 คน จะต้องส่งเอกสารผ่านช่องทาง Google Form (ส่งได้เพียง 1 ครั้งต่อคนเท่านั้น)
5. การประกาศผล
ผู้สมัครสามารถติดตามประกาศรายชื่อได้ทางเว็บไซต์ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โดยจะแบ่งการประกาศผลออกเป็น 2 รอบ ดังนี้
- รอบที่ 1: จำนวน 500 คน (ภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2569)
- รอบที่ 2: จำนวน 1,500 คน (ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569)
- รอบที่ 3: ภายในเดือนพฤศจิกายน (ถ้ามี)
6. การรับหนังสือรับรองคุณสมบัติ
หลังจากเช็กสถานะว่าตัวเองผ่านการพิจารณาจากระบบออนไลน์เรียบร้อยแล้ว จะต้องเดินทางมารับหนังสือรับรองด้วยตัวเอง หรือ ให้บุคคลอื่นมารับแทนจะต้องทำหนังสือมอบอำนาจ
- ครั้งที่ 1: วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 จำนวน 500 คน
- ครั้งที่ 2: วันที่ 17 สิงหาคม 2569 จำนวน 1,500 คน
สถานที่รับเอกสาร: ทาง ดย. จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในภายหลังค่ะ
สำคัญมาก!
- กรมกิจการเด็กและเยาวชนจะออกหนังสือรับรองให้กับผู้ที่ "คุณสมบัติผ่านและส่งเอกสารครบถ้วนถูกต้อง" ตามลำดับการสมัคร โควตารวม 2,000 คนตามลำดับการสมัคร ส่วนจะมีการเรียกรอบเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับการประสานงานจากสถานทูตออสเตรเลียเท่านั้นค่ะ
- ผู้สมัครต้องรับรองและยืนยันว่า ข้อมูลที่ระบุในระบบรับสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร มีความถูกต้องครบถ้วน และเป็นจริงทุกประการ หากพบภายหลังว่าข้อมูลหรือเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จ กรมกิจการเด็กและเยาวชนอาจจะไม่พิจารณาหรือตัดสิทธิผู้สมัครโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้การพิจารณาผลเพื่อประกอบการคัดเลือกนั้น ให้ถือเป็นการพิจารณาของสถานเอกอัครราชทูตรออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย
- ผู้สมัครต้องดำเนินการสมัครด้วยตนเองเท่านั้น ห้ามว่าจ้างผู้ใดหรือให้ผู้อื่นสมัครให้โดยเด็ดขาด
- สำหรับปีนี้ไม่มีรอบทดลองกด Username ดังนั้นผู้สมัครจะต้องมีการวางแผนและเตรียมพร้อมดีๆ นะคะ
ช่องทางติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ผู้ดูแลโครงการ : กองส่งเสริมการพัฒนาและสวัสดิการเด็ก เยาวชน และครอบครัว กลุ่มการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ
- ติดต่อโทร. 02 253 9115
- IG: inter.dcy.official
- Facebook: กรมกิจการเด็กและเยาวชน
- อีเมล: interexchange@dcy.go.th
แหล่งที่มาข้อมูล
ขอขอบคุณข้อมูลจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน
. . . . . . . .
เพิ่มความมั่นใจก่อนสอบ IELTS
ทดลองสอบออนไลน์ เพียง 440 บาท!
สำหรับทีมต่อนอก หรือทีมเรียนอินเตอร์ ที่กำลังจะสอบ IELTS เคยเป็นเหมือนกันมั้ย? เตรียมตัวมาเยอะมากแค่ไหนแต่ก็ยังไม่มั่นใจสักที จะลุยสอบจริงก็กลัวตุ้บแล้วต้องสอบซ้ำ ทำให้งบบานปลายไปอีก
แต่บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะตอนนี้ทุกคนสามารถฝึกทำข้อสอบเสมือนจริงได้แล้วที่ Dek-D's IELTS Online Mock Test จัดเต็มข้อสอบครบทั้ง 4 พาร์ต ฝึกทำออนไลน์ที่บ้านได้ง่ายๆ พร้อมรับ feedback จริง ช่วยให้รู้จุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนาต่อ บูสต์ความมั่นใจก่อนเจอของจริง! // ค่าสอบเพียง 440 เท่านั้น~
พาส่องไฮไลต์ ฝึกสอบกับ Dek-D ดียังไงบ้าง?
- ได้ฝึกสอบออนไลน์ครบทั้ง 4 พาร์ต ค่าสอบเพียง 440.- (ต่อชุด)
∟ ได้สอบครบทั้ง Speaking, Writing, Listening และ Reading
∟ มีข้อสอบให้เลือกฝึกมากกว่า 30 ชุด
∟ พิเศษ! ได้ฝึกพูดจริง ฝึกเขียนจริง #รู้ผลทันที ตรวจให้แบบละเอียด บอกจุดที่ต้องแก้ไขครบ .
- รู้ผลไว ไม่ต้องรอนาน ประเมินตามเกณฑ์จริงทุกพาร์ต
∟ หลังส่งคำตอบจะรู้ Band รายพาร์ต และ Overall Band ทันที
∟ มีคำอธิบายให้ละเอียดว่าทำไมเราถึงได้ Band ตามนี้ แล้วถ้าอยากได้ Band ที่สูงขึ้นในแต่ละระดับควรพัฒนาในจุดไหนเพิ่มเติม
- ข้อสอบมีมาตรฐานโดย Marshall Cavendish หน่วยงานด้านการศึกษาระดับโลก จากประเทศสิงคโปร์
- ช่วยเซฟค่าใช้จ่าย ไม่ให้บานปลาย
∟ เหมาะสำหรับคนที่อยากเตรียมความพร้อม หรืออยากลองทำข้อสอบก่อนลงสนามจริง
∟ จะได้สอบแค่ครั้งเดียวแล้วได้ Band ตามที่ต้องการ ไม่ต้องจ่าย 8,xxx ไปสอบหลายรอบ
0 ความคิดเห็น