Swim, swim
Water falling off your skin~
เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ที่สะเทือนทั้งโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับหนุ่มๆ วง ‘BTS’ กับอัลบั้มใหม่ ‘Arirang’ งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ Army ที่ตื่นเต้น แต่เป็นวาระแห่งชาติกันเลยทีเดียวค่ะ รัฐบาลเกาหลีถึงขั้นจัดคอนเสิร์ตใหญ่ต้อนรับการคัมแบคเลยทีเดียว!
พอปล่อยอัลบั้มปุ๊บ ก็ปังปั๊บทันที ทั้งยอดวิว ยอดสตรีม ยอดบั้ม และชาร์ตเพลงต่างๆ พุ่งทะยานขึ้นแบบถล่มทลาย เรียกได้ว่าสมมงตัวท็อประดับโลกจริงๆ แถมเพลงไตเติ้ลอย่าง ‘Swim’ ที่มาพร้อม vibe โรแมนติก ละมุนๆ แต่แฝงความหมายสุดลึกซึ้งชวนดำดิ่งลงไปในความรู้สึก // ฟังแล้วแบบว่าอยากจะ just wanna dive เลยค่ะ
เพลงดีขนาดนี้ #แจกศัพท์ฉบับเด็กนอก เลยต้องมาแล้วค่ะ! วันนี้ขอพาทุกคนมาอัปศัพท์ภาษาอังกฤษจากเพลง ที่เต็มไปด้วยคำและสำนวนสาย emotional & poetic แบบ native ใช้จริง เอาไปใช้ได้ทั้งเขียน essay ตั้งแคปชันเก๋ๆ รวมถึงเตรียมสอบ ว่าแต่จะมีคำไหนน่าสนใจบ้าง ไปจดศัพท์พร้อมตัวอย่างกันเลย~
1. Cold feet (Idiom) - กลัวขึ้นมาแบบกะทันหัน, ไม่กล้าทำในวินาทีสุดท้าย
มีใครเคยเป็นบ้างง? ฟีลแบบเวลาที่กำลังจะทำอะไรสำคัญๆ ตอนแรกจะทำละ แต่พอถึงเวลาจริง จู่ๆ ก็อยากถอยซะงั้น (พี่ลูกหมูเคยเป็นค่ะ 5555) มักใช้กับสถานการณ์สำคัญ เช่น ก่อนสารภาพรัก ก่อนขึ้นเวที ก่อนสัมภาษณ์งาน หรือก่อนพรีเซนต์ ซึ่งในภาษาอังกฤษก็มีสำนวน ‘Cold feet’ ที่อธิบายถึงอาการนี้นั่นเองค่ะ
ซึ่งการใช้เรามักจะใช้คู่กับ ‘get’ หรือ ‘have’ จะไม่พูดว่า I cold feet // ลองไปดูตัวอย่างประโยคกัน
ตัวอย่างประโยค
I almost got cold feet before the interview.
ฉันเกือบไม่กล้าจะไปสัมภาษณ์แล้ววว
Don’t get cold feet now. You've prepared for this!
เห้ยย อย่ามากลัวตอนนี้ดิ เตรียมตัวมาตั้งเยอะแล้วนะ!
2. Goody (N.) - คนที่ดีเกินไป, เรียบร้อยเกิน, ของอร่อย
โอ้ยยย ช่างเป็นคนดีซะเหลือเกินนนน จะโลกสวยไปไหน เวลาที่เราเจอคนที่ดีเกิ้น ภาษาอังกฤษเค้าเรียกคนแบบนี้ว่า ‘Goody’ ซึ่งใครบอกว่าเราเป็นคนประเภทนี้ก็อย่าพึ่งดีใจไปค่ะ 5555 เพราะฟีลของคำนี้ไม่ใช่คำชมแบบ 100% จะเป็นอารมณ์แบบ แอบเฟครึป่าวอ่ะ? หรือคิดว่าพยายามทำตัวดีเกินจริง ไรงี้ (แต่ถ้าเราเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี แบบนี้ก็ไม่ได้ผิดนะคะ)
ซึ่งในบริบทเพลงของบังทัน ‘Lookin’ like a goody, goody in this bad world’ ก็หมายถึง เป็นคนดีเกินไป ในโลกที่มันไม่ได้ดีขนาดนั้น (มาแนวปรัชญาอีกแล้ว)
นอกจากนี้ คำนี้ยังใช้เรียกแบบน่ารักๆ ฟิลขนม ของอร่อย ของกินเล่นต่างๆ แต่มักจะใช้ในรูปของพหูพจน์ค่ะ นั่นก็คือ ‘Goodies’ (เจอบ่อยมากก) เช่น We prepared snacks and other goodies for the party. เป็นต้น
Note: จริงๆ แล้วคำนี้สามารถเป็น Adj. ได้ด้วยนะ โดยจะกลายเป็น ‘Goody-goody’ ซึ่งมีความหมายว่า 'ดีเกินไป' นั่นเองค่ะ เอาไว้ใช้ขยายคำนาม เพื่อใช้บอกลักษณะของสิ่งนั้น ตัวอย่างเช่น
|
ตัวอย่างประโยค
Stop acting like a goody all the time.
เลิกทำตัวเป็นเด็กดีตลอดเวลาได้แล้ว
3. Make waves (Idiom) - สร้างกระแส, ทำสิ่งที่ทำให้คนสนใจ
สำหรับคำนี้จะเป็นรูป Verb Phrase ด้วย และก็จัดเป็น Idiom หมายถึง การสร้างกระแส ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ทำให้คนพูดถึง มักใช้เวลาที่เจอคนทำอะไรที่แตกต่าง หรือสิ่งที่มาแรง แล้วมัน impact แรงจนคนสนใจ มาแบบเหมือนคลื่นลูกใหญ่หลายลูก ซัดเข้ามาเป็นระลอกๆ (เวลาคลื่นมันซัดที มันก็แผ่กระเพื่อมไปเป็นวงกว้างเลยเนอะ)
เผื่อน้องๆ คิดว่าคำนี้มันง่ายไป พี่ลูกหมูเลยจัดคำ Advance ที่มีความหมายคล้ายกันมาให้ด้วยค่ะ เช่น
- ripple effect - ผลกระทบที่กระจายต่อเนื่องเป็นลูกโซ่
- make a splash - สร้างกระแส, เป็นที่พูดถึงอย่างมาก (ฟีลเปิดตัวแล้วปังเลย)
- stir things up - ก่อเรื่อง, สร้างความปั่นป่วน, ทำให้เกิดดราม่า
ตัวอย่างประโยค
The new artist is making waves in the music industry.
ศิลปินใหม่กำลังสร้างกระแสในวงการเพลง
4. Get lost (Idiom) - หลงทาง, ดื่มด่ำ, จมอยู่กับบางสิ่ง
สำหรับสำนวนนี้ หลายคนน่าจะรู้กันว่าหมายความว่า ‘หลงทาง’ โดยเฉพาะคนที่ไปต่างประเทศ หรือไปต่างที่ อาจจะใช้บ่อย 5555 แต่ถ้าฟีลแบบศิลปิน เจ้าบทเจ้ากลอน เค้าจะใช้ในความหมายว่า ดื่มด่ำ หรือจมอยู่กับบางสิ่งค่ะ ใช้บ่อยในเพลง ความรัก รวมถึงโมเมนต์ดีๆ แบบลืมโลกไปเลย แต่ระวังว่าถ้าคำนี้มาแบบเดี่ยวๆ หรือต่อด้วยชื่อคนเนี่ย จะมีอีกความหมายนึงก็คือ ไสหัวไป หรือไปให้พ้น! เช่น Get Lost! Munin (ไสหัวไปซะ นังมุนินทร์)
แต่สำหรับในเพลงนี้ ‘I just wanna get lost’ อารมณ์แบบว่า อยากจมไปกับโมเมนต์นี้ หรืออยู่กับเธอแบบไม่คิดอะไร อันนี้เป็นฟีลโรแมนติก (ไม่ได้ไล่ใครนะ5555)
ตัวอย่างประโยค
We got lost in the moment.
เราหลงไปกับช่วงเวลานั้น
5. Hold back (Phrasal verb) - ยับยั้ง, เก็บความรู้สึกไว้
‘keep something inside’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรู้สึก ความสามารถ หรือพลัง คือคำนิยามของ ‘Hold Back’ นั่นเองค่ะ ซึ่งความหมายก็คือ ยับยั้ง กดความรู้สึกไว้ ไม่แสดงออก หรือจะใช้ในบริบทแนวๆ performance ก็จะประมาณว่า ยังทุ่มไม่สุด กั๊กไว้ อะไรประมาณนี้
นอกจากนี้ยังใช้พูดถึงสิ่งที่ขัดขวางความก้าวหน้าด้วยค่ะ เช่น Fear is holding him back. (ความกลัวกำลังฉุดเขาไว้)
ตัวอย่างประโยค
Don’t hold back your emotions.
อย่าเก็บความรู้สึกตัวเองไว้เลย
6. Run away (Phrasal verb) - หนี, เลี่ยงปัญหา
สำหรับคำนี้จะมีความหมายเดียวกันกับ ‘Escape’ เลย คือการหนี ใช้ได้กับทั้งการหนีแบบจริงๆ หรือจะพูดถึงการหนีปัญหา หนีความรู้สึก หรือเลี่ยงสิ่งที่ต้องเผชิญด้วยก็ได้ค่ะ สำหรับคำตรงข้ามที่เห็นในเพลง ‘Run in’ ก็หมายถึงการเผชิญหน้านั่นเอง
ตัวอย่างประโยค
Why do you always run away from your feelings?
ทำไมเธอถึงชอบหนีความรู้สึกตัวเองตลอดเลย
7. Across the line (Phrase) - ข้ามเส้น, ไปถึงเป้าหมาย, ผ่านจุดสำคัญ
บอกก่อนว่า ใครที่ได้ดูเรื่อง ‘War Machine’ (หนังอันดับ 1 Netflix ทั่วโลกในตอนนี้) จะอินกับวลีนี้มาก ‘Across the line’ ซึ่งความหมายตรงๆ มันก็คือข้ามเส้น (เส้นชัย, เส้นแบ่ง) แต่ถ้าใช้ในเชิงเปรียบเทียบก็จะหมายถึงไปถึงเป้าหมาย หรือก้ามข้ามผ่านจุดสำคัญไปนั่นเอง
ตัวอย่างประโยค
We finally made it across the line.
ในที่สุดเราก็ไปถึงจุดหมายแล้ววว
8. Stunning (Adj.) - จึ้ง, น่าทึ่ง
สำหรับคำนี้จะใช้บรรยายความสวย ความน่าทึ่งในระดับที่แบบว่าว้าวมากกก แบบมันจึ้ง มันเริ่ดอ่ะแม่ ซึ่งจะแรงกว่าคำว่า ‘Beautiful’ หรือ ‘Pretty’ เพราะไม่ได้หมายถึงแค่สวยธรรมดา แต่เป็นความสวยที่แบบสวยตะโกน 5555 โดดเด่นจนทำให้คนต้องหันมามองหรือเป็น first impression ทันทีทันใด
ซึ่งคำนี้สามารถใช้ได้กับหลายอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคน สถานที่และสิ่งต่างๆ รวมถึงผลงานที่น่าทึ่ง และยิ่งถ้าเราใส่คำขยายเข้าไป เช่น absolutely stunning, truly stunning ก็จะทำให้ดู native มากขึ้นไปด้วยค่ะ
ตัวอย่างประโยค
Her smile is simply stunning.
รอยยิ้มของเธอสวยมากจริงๆ
9. Chase the time (VP.) - เร่งรีบ
‘Chase the time’ เป็นวลีที่แปลตรงตัวว่า ไล่ตามเวลา แต่ความหมายจริงจะใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ แข่งกับเวลา หรือรู้สึกว่าต้องทำทุกอย่างให้ทันอยู่ตลอดเวลา มักจะพูดถึงไลฟ์สไตล์ที่กดดัน เช่น ต้องรีบทำงาน รีบประสบความสำเร็จ
ในบริบทของเพลง ‘We don’t chase the time’ จะให้ฟีลตรงข้าม คือ ไม่ต้องรีบ หรือปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามจังหวะ เน้นการอยู่กับปัจจุบันและดื่มด่ำกับโมเมนต์นั้นมากกว่าค่ะ
ตัวอย่างประโยค
Let’s just enjoy it. We don't have to chase time.
แค่สนุกไปกับมัน ไม่ต้องรีบอะไรใดๆ จ้า
10. Mad world (N.) - โลกที่วุ่นวาย โกลาหล
สำหรับคำนี้น่าจะแปลกันได้ไม่ยากเลยค่ะ ใช้พูดถึงโลกที่วุ่นวาย สับสน หรือเต็มไปด้วยความกดดันและความไม่แน่นอน (Mad) รวมถึงสื่อถึงสภาพสังคมหรือชีวิตที่ยุ่งเหยิง (แอบเข้ากับสถานการณ์โลกปัจจุบันสุดๆ) และแม้ว่าโลกภายนอกจะโกลาหลแค่ไหน แต่ตัวเรายังต้องใช้ชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเหนื่อย หรือท้อใจ แต่ก็ยังต้องไปกันต่อออออ (แงงง)
ตัวอย่างประโยค
Sometimes I just want to escape this mad world.
บางครั้งฉันก็อยากหนีจากโลกวุ่นวายนี้
11. You ain’t even gotta… (Clause) - ไม่จำเป็นต้อง…
ใครอยากพูดแบบ Native Speaker จดคำนี้เข้าลิสต์ไว้เลย มีความหมายว่า เธอไม่จำเป็นต้อง…เลย หรือแบบไม่ต้องทำก็ได้ ไรงี้ ใช้เวลาที่ต้องการบอกให้อีกฝ่ายสบายใจหรือไม่ต้องกดดัน ผ่อนคลายๆ
ซึ่งคำว่า ‘ain’t’ เป็นรูปไม่เป็นทางการของ don’t / isn’t / aren’t และ ‘gotta’ มาจาก have to เมื่อรวมกันเป็น ain’t gotta จึงแปลว่าไม่จำเป็นต้อง ส่วนคำว่า ‘even’ ใช้เน้นให้ความหมายแรงขึ้นว่าไม่ต้องเลยจริงๆ
ตัวอย่างประโยค
You ain’t even gotta try that hard.
เธอไม่ต้องพยายามขนาดนั้นก็ได้
หลังจากฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอินสุดๆ เพราะเข้ากับสถานการณ์โลกช่วงนี้จริงๆ ค่ะ TT พี่ก็หวังว่าศัพท์เซ็ตนี้จะช่วยให้น้องๆ ได้อัปเดตคลัง vocab เพิ่มขึ้นอีกขั้นนะคะ เอาไปใช้ได้ทั้งเขียน Essay สอบ IELTS/TOEFL หรือจะเอาไปตั้งแคปชันในโซเชียลก็ยังได้ // ฟังเพลงแล้วก็อย่าลืมท่องศัพท์ไปด้วยน้าา จะได้ทั้งอินกับเพลง ทั้งเก่งภาษาไปพร้อมกันเลย~
. . . . . . . .
เพิ่มความมั่นใจก่อนสอบ IELTS
ทดลองสอบออนไลน์ เพียง 440 บาท!
สำหรับทีมต่อนอก หรือทีมเรียนอินเตอร์ ที่กำลังจะสอบ IELTS เคยเป็นเหมือนกันมั้ย? เตรียมตัวมาเยอะมากแค่ไหนแต่ก็ยังไม่มั่นใจสักที จะลุยสอบจริงก็กลัวตุ้บแล้วต้องสอบซ้ำ ทำให้งบบานปลายไปอีก
แต่บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะตอนนี้ทุกคนสามารถฝึกทำข้อสอบเสมือนจริงได้แล้วที่ Dek-D's IELTS Online Mock Test จัดเต็มข้อสอบครบทั้ง 4 พาร์ต ฝึกทำออนไลน์ที่บ้านได้ง่ายๆ พร้อมรับ feedback จริง ช่วยให้รู้จุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนาต่อ บูสต์ความมั่นใจก่อนเจอของจริง! // ค่าสอบเพียง 440 เท่านั้น~
พาส่องไฮไลต์ ฝึกสอบกับ Dek-D ดียังไงบ้าง?
- ได้ฝึกสอบออนไลน์ครบทั้ง 4 พาร์ต ค่าสอบเพียง 440.- (ต่อชุด)
∟ ได้สอบครบทั้ง Speaking, Writing, Listening และ Reading
∟ มีข้อสอบให้เลือกฝึกมากกว่า 30 ชุด
∟ พิเศษ! ได้ฝึกพูดจริง ฝึกเขียนจริง #รู้ผลทันที ตรวจให้แบบละเอียด บอกจุดที่ต้องแก้ไขครบ .
- รู้ผลไว ไม่ต้องรอนาน ประเมินตามเกณฑ์จริงทุกพาร์ต
∟ หลังส่งคำตอบจะรู้ Band รายพาร์ต และ Overall Band ทันที
∟ มีคำอธิบายให้ละเอียดว่าทำไมเราถึงได้ Band ตามนี้ แล้วถ้าอยากได้ Band ที่สูงขึ้นในแต่ละระดับควรพัฒนาในจุดไหนเพิ่มเติม
- ข้อสอบมีมาตรฐานโดย Marshall Cavendish หน่วยงานด้านการศึกษาระดับโลก จากประเทศสิงคโปร์
- ช่วยเซฟค่าใช้จ่าย ไม่ให้บานปลาย
∟ เหมาะสำหรับคนที่อยากเตรียมความพร้อม หรืออยากลองทำข้อสอบก่อนลงสนามจริง
∟ จะได้สอบแค่ครั้งเดียวแล้วได้ Band ตามที่ต้องการ ไม่ต้องจ่าย 8,xxx ไปสอบหลายรอบ
. . . . . . . .
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
- Facebook: Study Guide ไปเรียนต่อนอกกันเถอะ
- TikTok: @tornokandcourse
0 ความคิดเห็น