จัดอันดับ Admission แบบไหน? ไม่เสียดายทีหลัง

ถ้าต้องเลือกเรียงอันดับ Admission โดยที่ไม่เสียดายหรือคิดจะย้อนกลับไปแก้ไข น้องๆ จะมีวิธีคิดยังไงกันบ้างครับ? นี่คือเรื่องจริงของรอบ Admission ที่ทำให้เด็กหลายคนลังเลมากที่สุด เพราะไม่ใช่แค่การเลือกคณะ แต่คือการตัดสินใจที่มีผลกับเส้นทางชีวิตในระยะยาว

การจัดอันดับที่ดีไม่ใช่แค่การเรียงจากอยากเรียนมากไปน้อยเท่านั้น แต่คือการวางแผนอย่างมีเหตุผล มองทั้งโอกาส ความเสี่ยง และความเหมาะสมของตัวเอง วันนี้พี่ว่านจะชวนน้องๆ มาดูวิธีคิดในการจัดอันดับ เพื่อให้ตัดสินใจได้มั่นใจขึ้น และไม่ต้องกลับมาเสียดายทีหลัง

จัดอันดับ Admission แบบไหน? ไม่เสียดายทีหลัง

เด็กจำนวนไม่น้อยไม่ได้พลาดเพราะคะแนนไม่ถึง แต่พลาดเพราะวิธีคิดตอนจัดอันดับมากกว่า บางคนเลือกตามความอยากล้วนๆ โดยไม่ดูความเป็นไปได้ บางคนเผื่ออันดับแบบกลัวพลาดจนหลุดจากคณะที่เหมาะกับตัวเอง หรือบางคนยึดติดกับคะแนนปีเก่ามากเกินไปจนประเมินสถานการณ์ผิด

อย่าเลือกแค่ “อยากได้มากสุด” แต่ต้องคิดถึง “โอกาสติดจริง” ด้วย

น้องๆ หลายคนเริ่มจัดอันดับจากคณะในฝัน แล้วเรียงลงมาตามความชอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ปัญหาคือถ้าเลือกแต่คณะที่ชอบมากทั้งหมดและคะแนนสูงใกล้กัน หรือคะแนนมากกว่าคะแนนของตัวเองทุกอันดับ โอกาสหลุดทั้งแผงก็มีได้ 

วิธีคิดที่ควรมีคือ อย่างน้อยครึ่งนึงในอันดับที่เลือกไว้ ต้องถามตัวเองว่า “เรามีโอกาสติดจริงไหม” ไม่ใช่แค่ “อยากได้ไหม” เพราะการมีคณะในฝันเป็นเรื่องดี แต่ต้องมีคณะที่เป็นไปได้จริงอยู่ในลิสต์ด้วย เพื่อไม่ให้สุดท้ายหลุดทั้งหมด

อย่าประเมินตัวเองจากความรู้สึก แต่ให้ดูข้อมูลจริง

หนึ่งในความผิดพลาดที่เจอบ่อยคือการคิดว่าคะแนนตัวเองน่าจะถึง หรือน่าจะไม่ถึงโดยไม่ได้อิงข้อมูลจริง การจัดอันดับให้แม่นขึ้นควรดูทั้งคะแนนตัวเอง คะแนนต่ำสุดปีที่ผ่านมา แนวโน้มของคณะ และจำนวนรับในปีนี้ เพราะบางปีคะแนนอาจขยับขึ้นหรือลงได้จากหลายปัจจัย การใช้ข้อมูลประกอบจะช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นกว่าการใช้ความรู้สึกอย่างเดียว

อย่าตัดคณะดีๆ ทิ้งเร็วเกินไป

น้องๆ หลายคนพอเห็นคะแนนปีเก่าของคณะในฝันสูงกว่าคะแนนตัวเองเล็กน้อย ก็รีบตัดออกทันที ทั้งที่ความจริงคะแนนแต่ละปีมีโอกาสเปลี่ยน ถ้าเป็นคณะที่อยากเรียนจริงอาจยังคงไว้ในอันดับบนๆ ได้ แต่ต้องบาลานซ์กับอันดับอื่นให้ดี ไม่ใช่ใส่แต่คณะเสี่ยงทั้งหมด การเปิดโอกาสให้ตัวเองบ้าง อาจทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คิด

อย่าจัดอันดับแบบ “กันพลาด” จนพลาดคณะที่เหมาะกว่า

ในทางกลับกัน บางคนกลัวหลุดจนเลือกคณะที่คะแนนต่ำกว่าตัวเองมากๆ ทุกอันดับ สุดท้ายติดก็จริง แต่กลับไม่ใช่คณะที่อยากเรียนจริง การกันพลาดควรทำอย่างมีเหตุผล คือมีคณะที่โอกาสติดสูงอยู่ในลิสต์ โดยเฉพาะในอันดับท้ายๆ แต่ไม่ควรเอามาแทนที่คณะที่ตัวเองอยากเรียนจริงๆ ทั้งหมด ควรจัดให้สมดุลระหว่าง ความฝัน กับ ความจริง

อย่ามองแค่ชื่อคณะ แต่ให้มอง “ชีวิตหลังติด”

อีกหนึ่งวิธีคิดที่สำคัญคือ ลองจินตนาการว่าถ้าสอบติดมหาวิทยาลัยในแต่ละอันดับ ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่เรียนอะไร แต่รวมถึงสภาพแวดล้อม การใช้ชีวิต โอกาสต่อยอด และความรู้สึกของตัวเองกับคณะนั้น เพราะบางครั้งคณะที่ดูดีในสายตาคนอื่น อาจไม่ใช่ที่ที่เรารู้สึกอยากอยู่จริงๆ

 อย่าจัดอันดับโดยไม่คิดเรื่อง “แผนสำรอง”

หลายคนโฟกัสแต่คณะที่อยากได้จนลืมคิดว่าถ้าไม่ติดเลยจะทำยังไงต่อ การมีแผนสำรองไม่ได้แปลว่าคิดลบ แต่คือการวางแผนให้ครบ เช่น ถ้าหลุดทั้งหมด จะไปต่อรอบไหน เรียนเอกชน หรือซิ่ว หรืออื่นๆ พอมีแผนสำรองชัด การจัดอันดับจะไม่ถูกความกลัวครอบงำมากเกินไป และสามารถตัดสินใจได้สมดุลขึ้นระหว่างอยาก กับ ป็นไปได้

อย่าปล่อยให้ “คนอื่น” จัดอันดับแทนเรา

การให้คนรอบตัวมีอิทธิพลกับการตัดสินใจมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ผู้ปกครอง หรือกระแสในโซเชียล ถึงแม้คำแนะนำจะมีประโยชน์ แต่สุดท้ายคนที่ต้องเรียนจริงคือเราเอง การเลือกตามคนอื่นโดยที่ตัวเองยังไม่มั่นใจ อาจนำไปสู่ความรู้สึกเสียดายในระยะยาว วิธีคิดที่น่าจะเป็นคือ ฟังข้อมูลจากหลายฝ่ายได้ แต่การตัดสินใจสุดท้ายควรมาจากการที่เราเข้าใจตัวเองจริงๆ ว่าอยากเรียนอะไร และโอเคกับทางเลือกนั้นหรือไม่

อย่าลืมดู “เงื่อนไขยิบย่อย” ที่อาจทำให้พลาดทั้งอันดับ

สำหรับเรื่องรายละเอียดเล็กๆ ของแต่ละคณะ เช่นคุณสมบัติเฉพาะบางอย่าง บางคนจัดอันดับดีมาก คะแนนถึง แต่สุดท้ายไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะพลาดเงื่อนไขเล็กๆ เช่น การกำหนดแผนการเรียน ปัญหาด้านสุขภาพ เป็นต้น ทำให้หลุดจากคณะนั้นไปแบบน่าเสียดาย สิ่งสำคัญคือ อย่าดูแค่ภาพรวมว่าคะแนนถึงหรือไม่ถึง แต่ต้องอ่านรายละเอียดของแต่ละคณะให้ครบ เพราะในการคัดเลือกจริงเงื่อนไขเล็กๆ เหล่านี้มีผลเท่ากับคะแนนสอบเลยทีเดียว

การจัดอันดับ Admission ไม่มีสูตรตายตัวว่าแบบไหนดีที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญคือการมี วิธีคิดที่รอบด้าน เพราะไม่มีใครรู้ผลล่วงหน้าได้ 100% แต่ถ้าน้องๆ คิดอย่างมีเหตุผล ใช้ข้อมูลประกอบ และเลือกในสิ่งที่ตัวเองโอเคจริงๆ ไม่ว่าจะผลออกมาเป็นแบบไหน ก็จะเป็นการตัดสินใจที่ “ไม่ต้องเสียใจทีหลัง” อย่างแน่นอนครับ

โปรแกรมคำนวณคะแนน Dek-D

ปรับค่าคาดการณ์ z-score ครั้งที่ 2 แล้ว

เช็กเลย!

 

App "เด็กดี TCAS" โหลดฟรี ใช้งานฟรี
- Android คลิก http://bit.ly/42nyzWT
- iPhone คลิก http://bit.ly/41IDKAA

พี่ว่าน
พี่ว่าน - Columnist ชอบดูคอนเทนต์ พิมพ์สนุกมือ TCAS สนุกดี

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น