มารู้จัก "คณะปีกกา" ทำไมรับรวมกันหลายเกณฑ์ ต้องจัดอันดับยังไง

ขอต้อนรับน้องๆ เข้าสู่เทศกาลเลือกคณะ จัดอันดับ Admission อย่างเป็นทางการ  ในตารางระเบียบการของแต่ละมหาวิทยาลัย จะมีข้อมูลสำคัญหลายอย่างที่น้องๆ ต้องดูให้ละเอียด หนึ่งในนั้นคือเรื่องของรูปแบบการรับ ที่ส่งผลต่อการเลือกมาใส่ในอันดับแอดมิชชันของน้องๆ ด้วย

"รูปแบบ" ที่พี่มิ้นท์พูดถึง หมายถึงรูปแบบเกณฑ์คะแนน ที่บางสาขากำหนดให้ยื่นได้มากกว่า 1 รูปแบบ หรือเลือกได้มากกว่า 1 วิชาสอบนั่นเองค่ะ แต่จุดที่ต้องระวังต่อไป คือ มีเครื่องหมายปีกกาที่จำนวนรับหรือไม่

มารู้จัก "คณะปีกกา" ทำไมรับรวมกันหลายเกณฑ์ ต้องจัดอันดับยังไง
มารู้จัก "คณะปีกกา" ทำไมรับรวมกันหลายเกณฑ์ ต้องจัดอันดับยังไง

มารู้จัก "คณะปีกกา" ทำไมรับรวมกันหลายเกณฑ์ ต้องจัดอันดับยังไง

คณะปีกกา คืออะไร

คณะปีกกา เป็นชื่อเรียกของ "คณะที่รับร่วมกัน" หลายรูปแบบ วิธีดูง่ายๆ คือ ให้ดูที่ช่องจำนวนรับ จะมีเครื่องหมายปีกกาคร่อมอยู่หลายช่องเลย และถ้าดูต่อ ก็จะเห็นว่าคณะที่ถูกคร่อมด้วยเครื่องหมายปีกกา เป็นคณะเดียวกัน สาขาเดียวกัน แต่จะมีข้อมูลกำกับเพิ่มเติมอยู่ข้างหลัง เช่น รูปแบบที่ 1, รูปแบบที่ 2 หรือ เลือกสอบคณิตศาสตร์ 1, เลือกสอบคณิตศาสตร์ 2 แล้วแต่มหาวิทยาลัยจะตั้งเงื่อนไขของรูปแบบไว้ค่ะ

เมื่อเจอคณะเครื่องหมายปีกกา หมายความว่า ไม่ว่าน้องจะยื่นด้วยรูปแบบไหน ก็จะต้องแข่งกับคนที่ยื่นมาด้วยรูปแบบอื่นๆ เช่น ถ้าคณะ A รับ 20 คน เปิดรับ 3 รูปแบบ และมีจำนวนคนสมัคร ดังนี้

  • รูปแบบเลือกสอบ คณิตศาสตร์ 1 มีจำนวนคนสมัคร 50 คน
  • รูปแบบเลือกสอบ คณิตศาสตร์ 2 มีจำนวนคนสมัคร 200 คน
  • รูปแบบเลือกสอบ TGAT มีจำนวนคนสมัคร 480 คน

 เมื่อถึงเวลาประมวลผล  ผู้สมัครทั้ง 730 ที่ยื่นคณะนี้ จะต้องมาแข่งคะแนนกันเอง โดยไม่สนใจว่ายื่นด้วยคะแนนวิชาอะไรเข้ามา ดังนั้นผลสอบติด 20 คน ก็จะคละกัน ใครได้คะแนนสูงก็ได้ที่นั่งไป เช่น อาจจะมาจากคนเลือกคณิตศาสตร์ 1= 5 คน, คณิตศาสตร์ 2=7 คน, TGAT=8 คน ก็ได้

คณะที่รับแบบปีกกา จึงค่อนข้างมีความได้เปรียบ/เสียเปรียบกัน เพราะแต่ละวิชาก็จะมีแนวโน้มคะแนนที่แตกต่างกันค่ะ

ต้องจัดอันดับยังไง ถ้าคณะที่เข้าอยากเป็นคณะปีกกา

ถ้าคณะที่น้องๆ อยากเข้าเป็นคณะปีกกา ถึงแม้ตัวน้องเองจะมีคะแนนทุกรูปแบบ ก็ขอแนะนำให้เลือกเพียง 1 รูปแบบที่คะแนนสูงที่สุดเท่านั้นค่ะ ด้วยเหตุผลข้อเดียว คือ ทุกคะแนนจะต้องแข่งกันเอง  จึงไม่จำเป็นต้องเลือกหลายรูปแบบ ให้เสียอันดับไปฟรีๆ

เพื่อให้เห็นภาพ พี่มิ้นท์จะยกตัวอย่างเคสนี้ค่ะ 

  • คะแนนที่ยื่นด้วยรูปแบบคณิตศาสตร์ 1 ได้ 52 คะแนน
  • คะแนนที่ยื่นด้วยรูปแบบคณิตศาสตร์ 2 ได้ 65 คะแนน

หากสอบติดด้วยรูปแบบคณิตศาสตร์ 2  ที่ได้ 65 คะแนนแล้ว ระบบก็จะไม่พิจารณาอันดับอื่นๆ เท่ากับรูปแบบคณิตศาสตร์ 1 ที่ยื่นไปก็ไม่มีประโยชน์ หรือถ้า รูปแบบคณิตศาสตร์ 2 ไม่ผ่านการคัดเลือก รูปแบบคณิตศาสตร์ 1 ก็ไม่ผ่านการคัดเลือกด้วยเช่นกัน เพราะคะแนนน้อยกว่า

ถ้าเปิดรับหลายรูปแบบ แต่ไม่ใช่ "คณะปีกกา" เลือกหลายรูปแบบได้!

แต่ในกรณีที่น้องๆ เจอคณะที่เปิดรับหลายรูปแบบ และแยกจำนวนรับ สามารถเลือกได้มากกว่า 1 รูปแบบ เพราะจะแข่งขันภายในรูปแบบเดียวกันเท่านั้น และเวลาสมัคร ระบบก็จะแยกสาขาอย่างชัดเจนค่ะ

จากตัวอย่างภาพนี้ นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ สามารถใช้วิชายื่นสอบได้ถึง 7 วิชา แต่แบ่งเป็นแค่ 3 รูปแบบเท่านั้น  น้องๆ สามารถยื่นได้สูงสุด 3 รูปแบบ ค่ะ

  • 1.เลือกสอบคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1
  • 2.เลือกสอบคณิตศาสตร์ประยุกต์ 2
  • 3.เลือกสอบภาษาต่างประเทศ (เลือกวิชาใดวิชาหนึ่งเท่านั้น)

เมื่อก่อน คณะที่รับแบบปีกกา ส่วนมากเป็นคณะสายศิลป์ แต่ปัจจุบันก็เริ่มมีคณะด้านวิทยาศาสตร์มาใช้รูปแบบนี้มากขึ้น โดยใช้วิชาด้านวิทยาศาสตร์ยื่นได้หลายวิชา ก่อนเลือก ขอให้น้องๆ สังเกตที่ช่องจำนวนรับ หากรับร่วมกัน ให้เลือกเพียง 1 รูปแบบเพื่อเอาอันดับไปเลือกคณะอื่น แต่ถ้าจำนวนรับแยกกัน สามารถยื่นทุกรูปแบบได้ค่ะ 

เปิดใช้แล้ว! โปรแกรมคำนวณคะแนน Dek-D

พร้อมค่าคาดการณ์คะแนนต่ำสุด ครั้งที่ 1 

App "เด็กดี TCAS" โหลดฟรี ใช้งานฟรี
- Android คลิก http://bit.ly/42nyzWT
- iPhone คลิก http://bit.ly/41IDKAA

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด