หลังประกาศผล TCAS69 รอบ 3 Admission วันที่ 20 พฤษภาคมนี้ น้องๆ แต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกัน บางมหาวิทยาลัยไม่มีสอบสัมภาษณ์ ก็สามารถเตรียมรอสู่ขั้นตอนการยืนยันสิทธิ์ TCAS และรายงานตัวขึ้นทะเบียนนักศึกษาได้เลย
แต่อีกหลายมหาวิทยาลัยมีการจัดสอบสัมภาษณ์ขึ้นหลังจากประกาศผล มีกำหนดการแตกต่างกัน แต่จะอยู่ในช่วงสิ้นเดือน พ.ค. - ต้นเดือน มิ.ย.69 ดังนั้นเมื่อน้องๆ ทราบผลว่าผ่านการคัดเลือกแล้ว ให้เช็กรายละเอียดการสอบสัมภาษณ์อีกครั้งด้วยนะคะ หากใครมีสอบสัมภาษณ์มาเช็กลิสต์ เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์กันเลย
Checklist! เตรียมตัวก่อนสอบสัมภาษณ์รอบ 3 Admission พร้อมทริคตอบคำถามให้ประทับใจ
Checklist เตรียมตัวก่อนสอบสัมภาษณ์
หลังจากประกาศผลแล้ว รายละเอียดการสอบสัมภาษณ์ จะขึ้นมาให้น้องๆ เห็นว่ามีการจัดสอบสัมภาษณ์ยังไง และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ซึ่งบางมหาวิทยาลัยก็ออกรายละเอียดมาให้น้องๆ เห็นบ้างแล้ว มาดูขั้นตอนการเตรียมตัวกัน
เตรียมข้อมูล
- สอบที่ไหน/แบบไหน ข้อมูลแรกที่น้องๆ ควรรู้ คือ คณะนั้นๆ มีการสอบสัมภาษณ์หรือไม่ สอบที่ไหน เพราะบางคณะอาจจะไม่ได้สัมภาษณ์ที่ตึกคณะตัวเอง หรือบางที่ยังคงใช้การสอบสัมภาษณ์แบบออนไลน์อยู่ เช่น โปรแกรม Zoom, Google Meet, Line ฯลฯ
- ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง เอกสารที่ต้องใช้ก็อาจจะไม่เหมือนกันในแต่ละมหาวิทยาลัย ต้องเตรียมไปให้ครบ เพราะหากไม่ครบก็อาจส่งผลทำให้ขั้นตอนต่างๆ ใช้เวลานานขึ้นค่ะ โดยส่วนใหญ่ เอกสารที่ต้องใช้ มีดังนี้
- บัตรประชาชน และสำเนา
- ทะเบียนบ้าน และสำเนา
- ระเบียนผลการเรียน (ปพ.1)
- ใบรับรองแพทย์ กรณีมหาวิทยาลัยมีแบบฟอร์มให้ ต้องใช้แบบฟอร์มของมหาวิทยาลัย หรือหากมีการตรวจสุขภาพในวันสอบสัมภาษณ์ ก็ต้องเตรียมตัวเรื่องการตรวจสุขภาพด้วยนะคะ
- ใบสมัคร TCAS
- ใบคะแนนสอบต่างๆ เช่น TGAT/TPAT, A-Level
- รูปถ่าย
- Portfolio (ถ้ามี)
เตรียมตัว
- หากเป็นการสอบสัมภาษณ์ออนไลน์ น้องๆ ควรศึกษาระบบที่ใช้ล่วงหน้า ทดลองเข้าใช้งาน อาจจะทดลองใช้กับเพื่อนหรือครอบครัวก่อน เช็กกล้อง ไมโครโฟน อินเทอร์เน็ต และมุมกล้องให้เรียบร้อย หากไม่มั่นใจเกี่ยวกับขั้นตอนการเข้าห้องสัมภาษณ์ เวลา หรือรูปแบบการใช้งาน ควรโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยก่อนวันจริง อย่ารอแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะบางครั้งปัญหาทางเทคนิคเล็กๆ อาจทำให้เสียเวลาสัมภาษณ์โอกาสได้ค่ะ โดยเฉพาะหากเป็นการสัมภาษณ์ที่ให้เวลาคนละ 10-15 นาที นอกจากจะเสียเวลาตัวเองแล้วอาจทำให้คนอื่นที่รอสัมภาษณ์ต่อเสียเวลาด้วย นอกจากนี้ควรเลือกสถานที่ที่เงียบ แสงเพียงพอ และลดสิ่งรบกวนรอบตัวให้มากที่สุด เพื่อให้การสัมภาษณ์ดูเป็นมืออาชีพและลื่นไหลที่สุดนะคะ
- หากเป็นการสัมภาษณ์ออนไซต์ ควรเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ก่อนวันจริง เช่น บัตรประชาชน สำเนาเอกสารต่างๆ ใบสมัคร Portfolio (ถ้ามี) หรือเอกสารเพิ่มเติมที่โครงการกำหนด ควรจัดเอกสารเป็นหมวดหมู่เพื่อหยิบใช้งานง่าย และเผื่อสำเนาเพิ่มเติมไว้เล็กน้อย เช่น อาจจะใช้แค่อย่างละ 1-2 ชุดก็อาจสำเนาเผื่อไว้ 3-4 ชุดได้เลย (เพราะผ่านสัมภาษณ์แล้ว ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยก็อาจต้องใช้อีก) นอกจากนี้ควรตรวจสอบสถานที่สัมภาษณ์ เส้นทางการเดินทาง และเวลาให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการมาสายหรือความสับสนหน้างาน การไปถึงก่อนเวลาสักเล็กน้อยจะช่วยให้มีเวลาตั้งสติและเตรียมตัวได้มากขึ้น
ทริคตอบคำถามให้ประทับใจ
ถึงแม้ว่ารอบ Admission การสัมภาษณ์อาจจะไม่ได้มีผลด้านคะแนนเหมือนกับการสอบรอบอื่นๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่สำคัญ เพราะกรรมการที่มาสัมภาษณ์ก็คืออาจารย์ในคณะนั่นเอง การได้เจอกันตัวตัว ทำให้อาจารย์ได้เห็นบุคลิก การพูดจา ของว่าที่ลูกศิษย์ ดังนั้นการเจอกันครั้งแรกให้ประทับใจก็ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่าแน่นอนค่ะ วันนี้พี่มิ้นท์มีคำแนะนำมาฝาก ดังนี้
- หากถูกถามว่า “ทำไมอยากเรียนคณะนี้” อย่าตอบสั้นๆ แค่ว่า “ชอบ” หรือ “อยากเรียนมาตั้งแต่เด็ก” แล้วจบแค่นั้น เพราะคำตอบลักษณะนี้อาจทำให้กรรมการมองไม่เห็นที่มาของความสนใจ ควรอธิบายต่อว่า จุดไหนที่ทำให้เราเริ่มสนใจ เคยมีประสบการณ์อะไรที่เกี่ยวข้อง หรืออะไรทำให้รู้สึกว่าตัวเองเหมาะกับสายนี้ ยิ่งมีที่มาที่ไปชัดเจน คำตอบก็จะดูน่าเชื่อถือและน่าจดจำมากขึ้น และอาจจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับคณะเพื่อนำไปต่อยอดด้วยก็ได้นะ
- คำตอบที่ดี ไม่จำเป็นต้องดูเป็นคนที่เก่งที่สุด หรือมีผลงานโดดเด่นที่สุดเสมอไป เพราะเราสอบผ่านเข้ามาได้แล้ว เราก็เป็นคนเก่งคนนึงแล้ว :) แต่การตอบคำถามควรสะท้อนความคิดและทัศนคติของเรา เช่น วิธีเรียนรู้จากความผิดพลาด หรือ การตั้งใจในพัฒนาตัวเอง บางครั้งคนที่ตอบธรรมดาแต่ดูจริงใจ กลับสร้างความประทับใจได้มากกว่าคนที่พยายามตอบให้ดูเพอร์เฟกต์ตลอดเวลานะคะ และในการสัมภาษณ์เราสามารถเป็นตัวเองได้นะคะ แต่ก็ควรอยู่ในขอบแขตของกาลเทศะด้วยค่ะ
- ก่อนสัมภาษณ์ ควรศึกษาข้อมูลของคณะ สาขา หรือหลักสูตรไว้ล่วงหน้า เพราะกรรมการอาจถามถึงวิชาที่สนใจ แนวทางการเรียน หรือสิ่งที่คาดหวังจากการเข้ามาเรียนที่นี่ การตอบโดยอ้างอิงข้อมูลจริงของคณะ จะช่วยให้เห็นว่าเราไม่ได้สมัครแบบผ่านๆ แต่มีความตั้งใจและศึกษามาแล้วจริงๆ
- เวลาตอบคำถาม พยายามตอบให้เป็นธรรมชาติ อย่าท่องสคริปต์จนดูแข็งหรือเหมือนจำมา ซึ่งตอนนี้หลายๆ คนคงเคยเห็นแนวคำถามสัมภาษณ์มาแล้วและได้เตรียมคำตอบไว้ ซึ่งน้องๆ สามารถวางแนวคำตอบไว้ล่วงหน้าได้ค่ะ แต่ไม่ต้องถึงขั้นทำสคริปต์คำตอบทุกอย่างไว้ เพราะการซ้อมแบบท่องจำ ถ้าพูดผิดจากที่ซ้อมไว้เพียงนิดเดียว หลายคนจะเริ่มลนและเสียความมั่นใจทันที แต่ถ้ากลัวไม่ซ้อมเลยแล้วกลัวตอบไม่ได้ พี่มิ้นท์แนะนำให้จดเฉพาะประเด็นสำคัญหรือเรียงประเด็นเป็น bullet ไว้ เวลาเรานึกถึงสคริปต์ก็จะง่ายขึ้น วิธีนี้ช่วยให้ตอบเป็นธรรมชาติมากขึ้นด้วยค่ะ
- อย่ามองข้ามเรื่องบุคลิก เพราะการสัมภาษณ์ไม่ได้ดูแค่เนื้อหาคำตอบ แต่รวมถึงการสื่อสาร น้ำเสียง สีหน้า และมารยาทระหว่างพูดคุยด้วย การสบตากับอาจารย์ ตั้งใจฟังคำถาม ยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ และตอบด้วยความมั่นใจ จะช่วยให้ภาพรวมดูน่าประทับใจมากขึ้น แม้จะตื่นเต้นก็ไม่เป็นไร เพราะกรรมการเข้าใจอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการแสดงออกว่าเราตั้งใจกับโอกาสนี้จริงๆ
สำหรับน้องๆ ที่มีสอบสัมภาษณ์รอบ 3 Admission ก็หวังว่าคำแนะนำเหล่านี้จะเป็นประโยชน์นะคะ พี่มิ้นท์มั่นใจว่าทุกคนทำได้แน่นอนค่ะ สุดท้ายนี้ขอให้น้องๆ ติดในคณะที่ฝัน ใครมีสอบสัมภาษณ์ก็ทำให้เต็มที่ที่สุด ส่วนใครที่ไม่มีสอบสัมภาษณ์ ก็รอเตรียมตัวยืนยันสิทธิ์ได้เลย
0 ความคิดเห็น