สอบติดมหาวิทยาลัย ≠ จบ! หลายมหา'ลัย ต้องสอบภาษาอังกฤษให้ "ผ่าน" ก่อนจบ

จากกระแสข่าวในโลกออนไลน์ เรื่องนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งสอบภาษาอังกฤษพื้นฐานไม่ผ่าน หลายครั้งทำให้พ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษาเรื่องนี้อาจจะมีน้องๆ หลายคนที่ยังไม่รู้ว่า นอกจากเราจะสอบติดในมหาวิทยาลัย /คณะที่เราสนใจแล้ว ในมหาวิทยาลัยยังมีกฎสำคัญๆ เกี่ยวกับการเรียนและการสอบอีกด้วย โดยเฉพาะวิชาพื้นฐานต่างๆ

นอกจากวิชาพื้นฐานแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่น้องๆ ต้องระวัง คือ ปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยมีการทดสอบวัดผลระดับภาษาอังกฤษด้วย อาจจะมีทั้งการทดสอบก่อนเข้าเรียนเพื่อแบ่งระดับนักศึกษา และการทดสอบก่อนเรียนจบจากมหาวิทยาลัย บางแห่งอาจมีการทดสอบทั้ง 2 รูปแบบเลย ซึ่งวันนี้พี่น้ำจะพาน้องๆ มาดูตัวอย่างการสอบวัดผลภาษาอังกฤษ ของแต่ละมหาวิทยาลัยกันค่ะ

สอบติดมหาวิทยาลัย ≠ จบ! หลายมหา'ลัย ต้องสอบภาษาอังกฤษให้ "ผ่าน" ก่อนจบ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

KU-KET คือ แบบทดสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษของนิสิตปี 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีมาตรฐานใกล้เคียง CEFR ซึ่งนักศึกษาทุกคน ทุกวิทยาเขต จะต้องสอบเพื่อนำคะแนนภาษาอังกฤษนี้ เพื่อนำคะแนนไปใช้จัดห้องเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน และไม่สามารถใช้คะแนนวัดผลภาษาอังกฤษอื่นๆ เช่น  KU-EPT, TOEFL , IELTS ยื่นแทนได้ แต่ใช้เป็นทางหนึ่งในทางเลือกในการจัดห้องเรียนได้ และหลังจากนั้น คะแนนจะถูกนำไปเปรียบเทียบ และพัฒนามาเป็นแบบทดสอบ KU-EXITE ต่อไป

ข้อสอบมีทั้งหมด 3 พาร์ท ได้แก่ Listening, Structure & Writing Ability และ Reading Comprehension 

 KU-EXITE คือ แบบทดสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่นิสิต ระดับปริญญาตรี ต้องสอบก่อนสำเร็จการศึกษา โดยการสอบจะครอบคลุมทั้ง การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน

ข้อสอบมีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ Listening, Language usage and Writing ability และ Reading Comprehension

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้คะแนนสอบวัดผลอื่นๆ ที่มีมาตรฐานใกล้เคียง CEFR ยื่นแทนการสอบ  
KU-EXITE ได้ เช่น KU-EPT,  TOEFL, IELTS เป็นต้น


มหาวิทยาลัยศิลปากร

เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีการสอบวัดระดับผลภาษาอังกฤษเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับ CEFR คือ  STEP หรือ Silpakorn Test of English Proficiency โดยนักศึกษาจะต้องเข้าสอบตั้งแต่ปี 1 หากสอบไม่ผ่าน จะต้องเรียนวิชาบังคับในเทอมนั้น และเทอมถัดไปสามารถยื่นคะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษจากสถาบันอื่นๆ แทนได้ เช่น TOEIC, CU-TEP, TOEFL, IELTS เป็นต้น หรือกลับมาสอบอีกครั้งในช่วงปี 3 ก็ได้ 

ทั้งนี้ หากยังสอบไม่ผ่านระบบจะยึดคะแนนที่ดีที่สุด เพื่อจัดหลักสูตรเร่งรัดให้เรียน จนกว่าจะถึงเกณฑ์สอบผ่านของมหาวิทยาลัย

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 ส่วน  ได้แก่ Listening, Semi-Speaking, Semi-writing และ Reading  

มหาวิทยาลัยมหิดล

มหาวิทยาลัยมหิดลมีนโยบายยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษในสถาบันอุดมศึกษา โดยมีข้อกำหนดสำคัญ คือ นักศึกษาต้องมีความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ เทียบเคียงมาตรฐาน CEFR ซึ่งได้มีข้อสอบอย่าง MU-ELT หรือ Mahidol University English Language Test มาเป็นแบบทดสอบในการวัดระดับภาษาอังกฤษ  ซึ่งข้อสอบนี้จะเป็นการวัดทักษะการสื่อสารด้านการฟังและอ่านในชีวิตประจำวัน ใช้สำหรับจัดกลุ่มเรียนภาษาอังกฤษปี 1 และนำคะแนนไปยื่นจบได้ด้วย

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ  listening เน้นเรื่อง  Conversation และ Reading เน้น Grammar,  Vocabulary, Short / long reading 

อย่างไรก็ตามสามารถใช้คะแนนมาตรฐานอื่นๆ เพื่อยื่นจบได้ โดยจะต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดของข้อสอบแต่ละประเภท

มหาวิทยาลัยนเรศวร

เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีนโยบายยกระดับภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นไป นักศึกษาจะต้องเข้าสอบ CEPT หรือ Cambridge English Placement Test ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับ CEFR และถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไข ในการขอยื่นจบการศึกษา โดยจะต้องสอบให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด 

 หากไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องเข้าอบรมออนไลน์ เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องผ่าน 70% ของบทเรียนนั้นๆ เพื่อมีสิทธิ์สอบวัดผลอีกครั้ง และจะต้องได้ 60% ของการสอบจึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ หรือยื่นคะแนนวัดผลอื่นๆ เช่น TOEIC, IELTS, CU-TEP, TEC-W Score เป็นต้น

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

SWU-SET หรือ Srinakharinwirot University Standardized English Test คือแบบทดสอบเพื่อวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ ของนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยจะจัดสอบฟรีทั้งหมด 2 ครั้ง หากสอบผ่านตั้งแต่ช่วงปี 1 ก็ไม่จำเป็นต้องสอบอีก แต่ถ้าคะแนนยังไม่ผ่านเกณฑ์ต้องกลับมาสอบใหม่ในปี 3 และคะแนนต้องได้มากกว่าสอบครั้งแรกตามที่กำหนด จึงจะผ่านเกณฑ์ แต่ถ้ายังไม่ผ่าน จำเป็นต้องลงเรียนรายวิชา ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด โดยจะดูที่ SWT-SET เป็นหลัก เพื่อดูการพัฒนาความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ

นอกจากนี้ สามารถยื่นคะแนนวัดผลอื่นๆ แทนการสมัครสอบ หรือ การเรียนในรายวิชาที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดได้ เช่น TOEIC, TOEFL, IELTS แต่คะแนนต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะสามารถยื่นได้

ข้อสอบ SWU-SET มีทั้งหมด 5 ส่วน ได้แก่ Listening, Vocabulary, Usage & Functional Language, Reading และ Structure

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

มหาวิทยาลัยมีกำหนดให้นักศึกษาต้องเข้ารับการทดสอบวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ 
(English Proficiency) โดยจะต้องยื่นคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษอย่าง K-StEP Test หรือ King Mongkut's Standardized English Proficiency Test ซึ่งคะแนนต้องผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะสามารถขอยื่นจบการศึกษาได้ หรืออาจใช้คะแนนอื่นยื่นแทน เช่น TOEFL, TOEIC, IELTS, CU-TEP แต่คะแนนจะต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี และคะแนนจะต้องผ่านเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อสอบ K-StEP Test  จะมีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ Listening Comprehension, Reading Comprehension และ Structure and Usage

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีนโยบายยกระดับภาษาอังกฤษ ซึ่งวัดจากการทำแบบทดสอบ ตั้งแต่ช่วงปี1 และก่อนยื่นจบการศึกษา โดยตัวข้อสอบมีมาตรฐานใกล้เคียงกับ CEFR

CMU-ePro  เป็นการทดสอบวัดความรู้และทักษะทางภาษาอังกฤษ ของนักศึกษาปี 1 ทุกคน 
เพื่อให้นักศึกษาทราบระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของตัวเอง และนำคะแนนไปจัดเป็นห้องเรียนที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาความรู้ และความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักศึกษาต่อไป ซึ่งไม่สามารถใช้คะแนนวัดผลของสถาบันอื่นมายื่นแทนได้

ข้อสอบ CUM-ePro มีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ Reading and Listening, Speaking และ Writing ข้อสอบแต่ละส่วนสามารถทำได้แค่ 1 ครั้งเท่านั้น

ทั้งนี้ ในการทำข้อสอบ จำเป็นจะต้องได้คะแนนในส่วนทักษะหลักอย่าง Reading and Listening เกิน 50 คะแนนขึ้นไปเท่านั้น จึงจะสามารถทำข้อสอบในส่วนอื่นๆ ต่อได้ ถ้าได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน ไม่ต้องสอบใหม่ และจะถือว่าการสอบสิ้นสุดแล้ว

CMU-eGrad  เป็นการทดสอบวัดระดับความรู้และทักษะทางภาษาอังกฤษก่อนจบการศึกษา โดยการวัดผลจะอ้างอิงตามมาตรฐานของ CEFR ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขในการยื่นจบการศึกษา

ข้อสอบ CMU-eGrad มีทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ Listening, Reading และ Use of Language 

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงทุกคน จะต้องเข้าการทดสอบเพื่อวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ คือ Exit - Examination  ก่อนสำเร็จการศึกษา ซึ่งการทดสอบจะครอบคลุมทั้งภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี และความรู้รอบตัวต่างๆ และต้องสอบได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

นักศึกษาที่เข้ารับการศึกษา ในระดับปริญญาตรี ตั้งแต่ปี  60 เป็นต้นไปจะต้องทำการทดสอบวัดสมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษแรกเข้า English Placement Test ในช่วงปี 1 และต้องเข้าทดสอบอีกครั้งก่อนจบการศึกษา หรือ English Proficiency Exam ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะจัดสอบให้ฟรีอย่างละ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ ถ้าสอบ English Placement Test ผ่านตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องสอบ English Proficiency Exam อีก และยังสามารถขอละเว้นรายวิชาภาษาอังกฤษ ได้บางวิชาด้วย

สามารถใช้คะแนนวัดผลภาษาอังกฤษสถาบันอื่นๆ เช่น TOEFL, TOEIC, IELTS  ยื่นแทนได้ แต่คะแนนต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี

มหาวิทยาลัยบูรพา

มหาวิทยาลัยบูรพาได้ประกาศให้นิสิต ปริญญาตรี ที่เข้ารับการศึกษาตั้งแต่ในปี 59 เป็นต้นไปต้องเข้าสอบ เพื่อวัดความรู้ภาษาอังกฤษ ภายใต้ชื่อ BUU-CET U หรือ Burapha University Communicative English Test for University ซึ่งจะจัดสอบทั้งหมด 2 ครั้ง คือในช่วงปี 1 และก่อนจบการศึกษา โดยข้อสอบมีมาตรฐานเทียบเคียงกับ CEFR

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. reading ที่วัดทักษะด้าน Sentence completion, Dialogue completion, Reading comprehension   และ 2. Listening  ที่วัดทักษะด้าน  Listening Comprehension

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

มหาวิทยาลัยจัดทดสอบวัดระดับความรู้และความสามารถทางภาษาอังกฤษ  ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งทุกคนจะต้องเข้ารับการทดสอบแรกเข้า หรือ  EPTs (English Proficiency Tests)  เพื่อนำคะแนนไปจัดห้องเรียนที่เหมาะสม นอกจากนี้ มีบางภาควิชาที่สามารถยื่นคะแนนจากสถาบันอื่นๆ ที่ได้รับการรองรับแทนการสอบได้อีกด้วย

จากนั้น ทุกคนจะต้องเข้ารับการทดสอบ  TETET หรือ Test of English for Thai Engineers and Technologists ก่อนจบการศึกษา เพื่อประเมินประสิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ ผลการทดสอบไม่ใด้เป็นเงื่อนไขในการขอยื่นจบการศึกษา

ข้อสอบจะแบ่งออกเป็น  4 ส่วนหลักๆ  ได้แก่ Reading, listening, writing และ speaking

มหาวิทยาลัยทักษิณ

นักศึกษาตั้งแต่รหัส 66 ขึ้นไป จำเป็นต้องเข้าทดสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาอังกฤษ คือ  TSU-TEP หรือ Thaksin University Test of English Proficiency  หรือนำคะแนนจากสถาบันอื่นๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดไว้มายื่นแทนได้ เช่น  TOEIC, IELTS, CU-TEP เป็นต้น ทั้งนี้ คะแนนที่จะใช้ยื่นแทน ต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี 

ข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Listening, Structure and Written Expression และ Reading

 

ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2569  ข้อมูล/ รายละเอียด อาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขได้ แนะนำให้สอบถามข้อมูลกับทางมหาวิทยาลัย หรือคณะ ที่กำลังศึกษาอยู่เพิ่มเติม

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น น้องๆ อย่าลืมติดตามข่าวจากช่องทางมหาวิทยาลัยของตนเอง เพราะข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ  

พี่น้ำ
พี่น้ำ - Columnist เด็กอักษร ชอบคิด ชอบเขียน และชอบติดตามข่าว TCAS

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น