ทริคไม่ลับ! อ่านหนังสือยังไงให้จำได้ (ฉบับเด็กมหา'ลัย)

เคยเป็นไหมคะ? เวลาที่เราอ่านหนังสือไปหลายชั่วโมง แต่ก็ยังจำไม่ได้ ทั้งๆ ที่ก็เพิ่งอ่านไป หลายคนอาจจะรู้สึกว่าตอนเราเรียน ม.ปลาย แค่จดสรุป หรืออ่านทวนบ้างก็จำได้แล้ว ต่างจากช่วงมหาวิทยาลัยที่บางทีอ่านเป็นวันก็ยังไม่เข้าใจ เพราะเนื้อหามีความเฉพาะทาง และซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งในบทความนี้ พี่น้ำได้รวบรวมเทคนิคการอ่านหนังสือที่พี่ใช้จริงมาฝากน้องๆ กันค่ะ

ทริคไม่ลับ! อ่านหนังสือยังไงให้จำได้ (ฉบับเด็กมหาลัย)

อ่านหนังสือตอนเรียน ม.ปลาย VS เรียนมหาวิทยาลัย เหมือนกันไหม?

น้องๆ หลายคนอาจจะงงว่า การอ่านหนังสือตอน ม.ปลาย กับมหาวิทยาลัยต่างกันไหม ความจริงแล้วเทคนิคที่ใช้ “ไม่ต่างกัน” ค่ะ แต่สิ่งต่างจริงๆ คือ เนื้อหาที่เรียนมีความลึก ความยากที่ไม่เท่ากัน เพราะในช่วง ม.ปลาย เนื้อหาที่เราเรียนส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ลงลึกมาก ต่างจากตอนที่น้องๆ เลือกเรียนในคณะที่ตัวเองสนใจ เนื้อหาก็จะเฉพาะทางมากขึ้น ความยากในการจำเนื้อหาก็มีมากขึ้น

ดังนั้น พี่เลยอยากมาแชร์เทคนิคที่ใช้กับตัวเองแล้วได้ผล เผื่อจะเป็นไอเดียให้น้องๆ นำไปปรับใช้กับการอ่านของตัวเองได้ค่ะ

เทคนิคการอ่านหนังสือ ฉบับเด็กมหา'ลัย

1. ตั้งใจเรียนตั้งแต่เรียนในคาบ ให้เข้าใจตั้งแต่เริ่ม จะได้ไม่ต้องมานั่งเริ่ม 1 ใหม่

ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญที่สุด แต่หลายคนก็มักมองข้ามค่ะ การตั้งใจเรียนตั้งแต่ในคาบเรียน จะช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ตั้งแต่ต้น และยังสามารถถามอาจารย์ในสิ่งที่เราสงสัยได้ตั้งแต่ตอนนั้น ทำให้เราไม่ต้องกลับมาเริ่มทำความเข้าใจใหม่ทั้งหมดตอนใกล้สอบ

เมื่อเราเข้าใจเนื้อหาแล้ว การอ่านหนังสือก่อนสอบจะเป็นแค่การอ่านทวน และฝึกทำโจทย์เพื่อให้เราเข้าใจมันมากขึ้น มากกว่าการอ่านแบบเริ่มนับหนึ่งใหม่ค่ะ

2. ค่อยๆ อ่านไปทีละบท + จดสรุป

การอ่านทีละบท จะทำให้เราสามารถโฟกัสกับเนื้อหาได้ดีกว่า การพยายามมาเร่งอ่านหลายๆ บท
ติดต่อกัน และหลังจากอ่านจบแล้ว ลองนำสิ่งที่ได้จากการอ่านมากลั่นให้เป็นความรู้และความเข้าใจตามภาษาของตัวเอง และเขียนออกมาเป็นสรุป ไม่จำเป็นต้องเขียนอย่างละเอียด แต่ควรสรุปออกมาให้ได้ว่า “บทนี้กำลังพูดถึงอะไร” และ “ประเด็นสำคัญคืออะไร” ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เราจัดระเบียบความคิดได้ดีขึ้น ทำสรุปได้แบบไม่เครียดแล้ว วิธีนี้ยังเป็นการเช็กตัวเองด้วยว่า เราเข้าใจเนื้อหาที่กำลังสรุปอยู่จริงหรือไม่
 

3. ทำให้สรุปกลายเป็นรูปภาพ + สร้าง Story

ข้อนี้เป็นข้อที่ต่อยอดมาจากข้อที่แล้วเลยค่ะ นั่นคือ “การนำสรุปของเรา มาสร้างเป็นรูปภาพ” น้องๆ อาจจะสงสัยว่า เราทำสรุปอยู่แล้ว ทำไมต้องเอามาทำเป็นรูปอีก? เพราะในบางครั้งการที่เราอ่านแต่ตัวหนังสือ ก็อาจทำให้เกิดอาการตาล้าได้ค่ะ ดังนั้น การที่เรานำข้อมูลมาทำให้กลายเป็นรูปภาพ หรือสร้างเรื่องราวให้กับสิ่งนั้น จะช่วยให้เราอยากอ่านมันมากขึ้น และยังเป็นการทบทวนไปในตัวด้วย เพราะการที่จะนำไปสร้างเป็นรูปภาพ หรือเนื้อเรื่องออกมาได้ จะต้องรู้ข้อมูลในเรื่องนั้นๆ ก่อน ทำให้เราเหมือนได้ทบทวนเนื้อหาวิชานั้นๆ ไปในตัวด้วย

ส่วนตัวพี่ชอบใช้เทคนิคนี้กับวิชาที่ต้องจำเยอะๆ ค่ะ เพราะการนำข้อมูลมาทำเป็นเรื่องราว จะช่วยสร้างความอยากอ่าน+จำง่ายกว่าการอ่านสรุปด้วยตัวหนังสือเฉยๆ ค่ะ

ภาพจาก:
ภาพจาก: https://www.pexels.com/th-th/photo/9158510/

 

4. อ่านจบแล้วลองเล่าให้ตัวเองฟัง (Active Recall)

เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่พี่ใช้บ่อยช่วงใกล้สอบค่ะ นั่นคือ การอ่านเนื้อหาทั้งหมดให้เข้าใจก่อน จากนั้นจะปิดสิ่งที่จดไว้ทุกอย่างแล้วเริ่มเล่าในสิ่งที่จำได้ทั้งหมดออกมาให้ตัวเองฟัง และพยายามตั้งคำถามที่เกี่ยวกับเนื้อหานั้นๆ เพื่อให้ตัวเองได้ดึงความรู้ที่มีออกมาตอบคำถามค่ะ

วิธีนี้จะช่วยให้เราสามารถจำเนื้อหาได้แม่นยำขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยฝึกการดึงข้อมูลที่มีออกมาจากความจำ แล้วนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อ ทำให้เราสามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งมักได้ผลดีกว่าการที่เราอ่านไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้นำไปข้อมูลที่มีไปใช้ค่ะ

5. ขีดเส้นไปพร้อมกับการอ่านหนังสือ (Doodling Method)

การที่เราต้องอ่านในวิชาที่ใช้ความจำเยอะมากๆ ย่อมหนีไม่พ้นในเรื่องของ “การหลุดโฟกัส” สำหรับบางคน การขีดเส้นอะไรก็ได้ไปพร้อมๆ กับการอ่าน อาจทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้เรียกว่า “Doodling Method" คือ การที่เราวาดเส้นอะไรก็ได้ไปตามอารมณ์ เช่น วาดเส้นวงกลม, รูปทรงเรขาคณิต หรือเส้นต่างๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องความสวยงาม จะช่วยให้เราโฟกัสกับการอ่านได้ดีมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคิดไอเดียใหม่ๆ ด้วยค่ะ

วิธีนี้เหมาะกับคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีสมาธิ หลุดโฟกัสได้ง่าย หรือกำลังอ่านวิชาที่เนื้อหามีความยาว และซับซ้อน เพราะจะช่วยให้สมองจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อ่านได้มากขึ้นค่ะ

6. อ่านแบบกวาดตา จำแต่ keyword ที่สำคัญ!

เป็นเทคนิคยอดฮิตสำหรับช่วงที่อ่านหนังสือไม่ทันค่ะ ในบางครั้งต่อให้เราพยายามจัดตารางอ่านหนังสือแล้ว แต่ก็มีบางวิชาที่อ่านไม่ทันสักที ดังนั้น การเลือกจำแต่ Keyword ที่สำคัญ ก็จะช่วยให้เราใช้เวลาในการอ่านน้อยลง แต่การจำนี้เราต้องเข้าใจใน Keyword ที่เราเลือกมาด้วยนะคะ เพราะถ้าเราไม่เข้าใจ เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าสิ่งที่เราจำมามันคืออะไร และจะนำข้อมูลนั้นไปใช้ต่อยังไง

ซึ่งเทคนิคนี้พี่จะชอบใช้ตอนที่อ่านทั้งหมดไปแล้ว 1 รอบ และกลับมาอ่านทวนซ้ำอีกครั้ง จากนั้นเลือกจำแต่ keyword สำคัญที่ครอบคลุมเนื้อหาในส่วนนั้นๆ ค่ะ

7. บางทีการอ่านแบบออกเสียงก็มักทำให้เราจำได้แบบไม่รู้ตัว

เคยสังเกตไหมคะว่า บางครั้งที่เราได้ยินอะไรบ่อยๆ สิ่งนั้นมักจะติดอยู่ในความทรงจำได้ค่อนข้างนาน เพราะการอ่านออกเสียงจะช่วยให้เราจดจำได้มากขึ้น สมองจะได้รับข้อมูลทั้งจากการมองเห็น และการได้ยินพร้อมกัน ทำให้ระบบความจำของเราเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับ สิ่งที่เราพูด และส่งผลดีต่อความจำในระยะยาวอีกด้วยค่ะ

ภาพจาก:
ภาพจาก: https://www.pexels.com/th-th/photo/6683392/

สิ่งที่ไม่แนะนำให้ทำในช่วงก่อนสอบ

1. โต้รุ่งอ่านหนังสือ / One-night miracle

ข้อนี้เชื่อว่าหลายต้องเคยเป็นแน่นอนรวมถึงพี่ด้วย ถึงแม้ว่าการอ่านแบบโต้รุ่งจะช่วยให้เราทบทวนเนื้อหาจำนวนมาก ได้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่ค่ะ เพราะการที่เราอ่านหนังสือติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยไม่หยุดพัก อาจส่งผลให้สมองล้า สมาธิลดลง และทำให้ประสิทธิภาพในการทำข้อสอบลดลงด้วยค่ะ

ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรวางแผนการอ่านหนังสือให้ดี และไม่ควรให้กระทบเวลาพักผ่อนจะดีกว่าค่ะ

2. ไม่อ่านหนังสือไปสอบ

ข้อนี้ เป็นข้อที่ไม่ควรทำที่สุดค่ะ เพราะเนื้อหาในข้อสอบระดับมหาวิทยาลัย กับ เนื้อหาระดับ ม.ปลาย มีความยากที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตอนเราเรียน ม.ปลาย เนื้อหายังเป็นแบบที่เราเรียนต่อๆ มาจากชั้นเรียนก่อนๆ ถ้าเราไม่อ่านไป ก็ยังยังพอเดาตอบได้บ้าง แต่กับมหาวิทยาลัย การออกข้อสอบในแต่ละครั้ง ไม่ใช่แค่นำเนื้อหาที่เราเรียนมาออกสอบ ส่วนใหญ่มักจะเป็นโจทย์ที่มีการประยุกต์มาแล้ว เช่น การนำเนื้อหาที่เรียน มาประยุกต์กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น หรือการวิเคราะห์ข้อมูลนั้น ขึ้นมาใหม่และเขียนสิ่งที่เราวิเคราะห์ได้ลงไป ดังนั้น การที่เราไม่มีข้อมูลอะไรไปสอบเลย ก็อาจทำให้เราพลาดในข้อนั้นไปเลยค่ะ

3. ใช้ไฮท์ไลท์ขีดยาวทั้งหน้า

หลายๆ คน ชอบใช้การไฮท์ไลท์เป็นจุดนำสายตา หรือขีดไว้ใน Keyword สำคัญๆ ของเนื้อหา ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้กลับมาทบทวนเนื้อหาได้ง่ายชึ้นค่ะ แต่ปัญหาคือ บางครั้งเรามักจะเผลอขีดไฮท์ไลท์ไปทุกบรรทัด จนแยกไม่ออกว่าต้องการจะเน้นอะไร แล้วอะไรคือประเด็นสำคัญ

ดังนั้น เราควรอ่านข้อมูลนั้นๆ ก่อน เพื่อทำความเข้าใจ แล้วค่อยขีดในสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญ เพื่อทำให้การทบทวนของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. อ่านสรุปคนอื่น ไม่ยอมทำสรุปเอง

การอ่านสรุปของคนอื่น ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีนะคะ แต่การที่เราทำสรุปเอง จะช่วยให้เราเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการนำสรุปของคนอื่นมาอ่าน และยังเป็นการรีเช็กด้วยว่า เราเข้าใจในข้อมูลนั้นๆ จริงหรือไม่

ดังนั้น ถ้ามีเวลามากพอ พี่แนะนำให้ลองทำสรุปด้วยตัวเองก่อน แล้วอาจจะอ่านสรุปของคนอื่นเป็นตัวช่วยเพิ่มเติมค่ะ

ทั้งนี้ เทคนิคทั้งหมด เป็นแค่แนวทางที่พี่ใช้แล้วได้ผลกับตัวเอง ซึ่งแต่ละคนอาจมีวิธีการอ่านที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การนำเลือกนำเทคนิคเหล่านี้ ไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับแนวทางของตัวเองมากที่สุดค่ะ  :-)
 

 

พี่น้ำ
พี่น้ำ - Columnist เด็กอักษร ชอบคิด ชอบเขียน และชอบติดตามข่าว TCAS

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น