การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช่แค่เรื่องมีคะแนนครบผ่านเกณฑ์แล้วก็สามารถติดเข้าเรียนได้เลย เพราะหลายคณะมีกำหนดคุณสมบัติเรื่องสุขภาพไว้ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มักกำหนดว่าห้ามเป็นโรคต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียน แต่อีกหนึ่งเงื่อนไขหรือข้อกำหนดด้านสุขภาพที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ "ตาบอดสี"
วันนี้จะพาน้องๆ มาดูความสำคัญของความบกพร่องนี้ และคณะประมาณไหนที่มักจะมีข้อกำหนดเรื่องนี้อยู่ จะได้เข้าใจและเตรียมตัวก่อนสมัคร TCAS จริง เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในคณะอื่นๆ ค่ะ
สอบติดก็อาจเรียนไม่ได้! "ตาบอดสี" เงื่อนไขด้านสุขภาพที่อาจทำให้หมดสิทธิ์เรียนหลายคณะ
หลายคนอาจคิดว่าภาวะตาบอดสีเป็นเรื่องเล็กๆ เพราะยังสามารถเรียน ใช้ชีวิต และทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ แต่สำหรับการสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะบางคณะและบางวิชาชีพ ภาวะตาบอดสีอาจกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลต่อการสมัครเรียนโดยตรง
ตาบอดสี คืออะไร
ภาวะตาบอดสี (Color Vision Deficiency) คือความบกพร่องในการแยกแยะสีบางสี แบ่งความรุนแรงได้เป็น 3 ระดับ คือ
- ตาบอดสีระดับน้อย คือ ระดับที่มองเห็นสีหรือจำแนกเฉดสีผิดเพี้ยนบ้าง แต่ยังบอกได้ว่าเป็นสีอะไร
- ตาบอดสีระดับปานกลาง คือ ระดับที่มีปัญหาในการแยกแยะสี ไม่แน่ใจในสีที่มองเห็น
- ตาบอดสีระดับรุนแรง คือ ระดับที่มองเห็นทุกอย่างเป็นสีขาวดำ แยกแยกไม่ได้ว่าสีอะไรเป็นสีอะไร
ผู้ที่มีภาวะตาบอดสีส่วนใหญ่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ในบางวิชาชีพที่ต้องอาศัยการแยกแยะสีอย่างแม่นยำ เช่น การอ่านผลตรวจทางการแพทย์ การสังเกตปฏิกิริยาเคมี หรือการใช้สัญญาณเตือนต่างๆ ความสามารถในการมองเห็นสีอาจเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งไม่จำเป็นเฉพาะด้านวิทย์สุขภาพเท่านั้น
ซึ่งการจะบอกว่าเรามีภาวะตาบอดสีหรือไม่ จะมีแบบทดสอบการมองเห็น เป็นรูปภาพสีและมีตัวเลขข้างใน คนทั่วไปสามารถมองเห็นตัวเลขด้านในได้ แต่ถ้ามองไม่ชัดหรือมองไม่เห็นตัวเลข ก็จะถือว่ามีภวะตาบอดสี
ตัวอย่างการทดสอบตาบอดสี
ตาบอดสี สมัคร TCAS ได้มั้ย
ได้ค่ะ สำหรับคณะที่ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขด้านการมองเห็น ผู้ที่เป็นตาบอดสีสามารถสมัครได้เลย และใช้คะแนนสอบหรือเกณฑ์คัดเลือกตามที่คณะนั้นๆ ได้ตามปกติ
แต่อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า "บางคณะ" อาจมีกำหนดเรื่องตาบอดสี ซึ่งเป็นเรื่องของคุณสมบัติผู้สมัคร ซึ่งอาจจะมีทั้งกำหนดระดับความรุนแรงหรือไม่กำหนด หากสมัครและผ่านการคัดเลือก เมื่อถึงวันตรวจสุขภาพ แล้วพบภาวะนี้ ก็มีสิทธิ์ไม่ผ่านการคัดเลือกได้
แต่ถึงอย่างนั้นในบางคณะก็อาจจะไม่ได้กำหนดทุกมหาวิทยาลัยค่ะ ดังนั้นน้องๆ ต้องเช็กเงื่อนไขแต่ละคณะ/สาขาให้ดี
คณะที่มักกำหนด "ห้าม" ตาบอดสี
น้องๆ มักมีคำถามว่า ตาบอดสีเรียนแพทย์ได้ไหม? ตาบอดสีเรียนพยาบาลได้ไหม? หรือตาบอดสีเรียนคณะอะไรได้บ้าง? พี่มิ้นท์ได้ลองหาข้อมูลจากระเบียบการปีก่อน ก็จะเห็นว่าคณะที่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับตาบอดสี จะเป็นกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ และคณะที่ใช้การมองเห็นค่อนข้างเยอะ ดังนี้
หมายเหตุ
- เนื่องจากตาบอดสีมีหลายระดับ น้องๆ ควรเช็กให้ละเอียดหรือสอบถามกับคณะโดยตรงว่า เงื่อนไขนั้นครอบคลุมตาบอดสีทุกระดับเลยหรือไม่ เพื่อผลประโยชน์ของน้องๆ ค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ส่วนใหญ่ตาบอดสีเล็กน้อยอาจจะเรียนได้ แต่ถ้ารุนแรงเรียนไม่ได้
- คณะเดียวกัน ต่างมหาวิทยาลัย อาจกำหนดเงื่อนไขต่างกัน บางแห่งกำหนดตาบอดสี บางแห่งอาจไม่กำหนดตาบอดสีก็ได้
- คณะแพทยศาสตร์
- คณะทันตแพทยศาสตร์
- คณะสัตวแพทยศาสตร์
- คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ สาขาวิชาเทคนิคการสัตวแพทย์
- หลักสูตรการแพทย์แผนไทย/การแพทย์แผนไทยประยุกต์/การแพทย์แผนจีน
- คณะเภสัชศาสตร์
- คณะพยาบาลศาสตร์
- คณะสหเวชศาสตร์/เทคนิคการแพทย์ / รังสีเทคนิค / กายภาพบำบัด
- วิศวกรรมศาสตร์ บางสาขา เช่น วิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรรมไฟฟ้า เป็นต้น
- คณะวิทยาศาสตร์ บางสาขา
- คณะอัญมณี
- คณะศิลปกรรมศาสตร์
- คณะสาธารณสุขศาสตร์
- คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ
ข้างต้นเป็นตัวอย่างของคณะที่กำหนดเรื่องตาบอดสี อาจมีนอกเหนือจากนี้ก็ต้องดูเป็นรายสาขาหรือหลักสูตรไป เพราะอาจมีกำหนดแค่เพียงบางที่เท่านั้น โดยน้องๆ สามารถตรวจสอบได้จากระเบียบการของมหาวิทยาลัยค่ะ
แล้วคณะไหนบ้าง ที่คนตาบอดสีเรียนได้ ขอบอกว่ายังมีอีกเยอะเลยค่ะ เช่น บริหาร, บัญชี, มนุษยศาสตร์ (ยกเว้นบางสาขา), ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์, รัฐศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ (ยกเว้นบางาขา) และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ
สรุป ภาวะตาบอดสี เป็นเรื่องสำคัญสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ เพราะมีผลต่อการเรียนและการทำงานในอนาคต แต่ตาบอดสีก็มีหลายระดับ หลายคณะก็กำหนดแค่ขั้นรุนแรง หากน้องๆ ไม่มั่นใจว่าเราจะเรียนได้มั้ย แนะนำให้สอบถามกับคณะก่อนสมัครนะคะ รวมถึงสิ่งสำคัญสำหรับข้อกำหนดนี้คือ มหาวิทยาลัยจะกำหนดให้มีการตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลรัฐ เพื่อยืนยันว่าเรามีปัญหานี้หรือไม่ น้องๆ ควรติดตามประกาศจากมหาวิทยาลัยด้วย เพื่อใช้แบบฟอร์มที่ถูกต้องค่ะ
0 ความคิดเห็น