เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : 7 รูปแบบ “การสอบ” ที่นักเรียน - นักศึกษาต้องเจอ!

สอบแบบไหนโหดสุด? 7 รูปแบบ “การสอบ” ที่นักเรียน - นักศึกษาต้องเจอ!

ชีวิตของนักเรียน นักศึกษา หนึ่งสิ่งที่หลาย ๆ คนไม่ชอบ แต่ก็เลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ “การสอบ” สิ่งที่จะมาวัดความรู้ ความเข้าใจในสิ่งที่ได้เรียนมา แน่นอนว่ามันจะมาพร้อมกับความยาก ความกดดัน และความท้าทาย ซึ่งในโลกของการศึกษาไม่ได้มีแค่ “สอบปรนัย” และ “สอบอัตนัย” ที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ๆ เท่านั้น ยิ่งโตขึ้น รูปแบบการสอบก็ยิ่งหลากหลาย และโหดขึ้นเรื่อย ๆ ไปดูกันดีกว่าว่า มีการสอบรูปแบบไหนรอเราอยู่บ้าง! 

สอบปรนัย (Multiple Choice)

สอบปรนัย คือ ข้อสอบที่มีช้อยส์ หรือมีตัวเลือก ก-ข-ค-ง, a-b-c-d, 1-2-3-4 หรืออื่นๆ ให้เลือกข้อที่ถูกที่สุด ซึ่งเป็นรูปแบบการสอบที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ๆ ดูเหมือนไม่ยากเพราะมีตัวเลือกให้เราตัดสินใจ แต่ถ้าไม่ได้อ่านหนังสือมา ไม่มีความรู้ ไม่เข้าใจ แล้วเดาคำตอบมั่ว ๆ ไป ก็มีสิทธิ์คะแนนดิ่งลงเหวได้ง่าย ๆ เหมือนกันนะ

สอบอัตนัย, สอบข้อเขียน  (Essay)

ข้อสอบปลายเปิด ที่ไม่มีช้อยส์ให้เลือก แต่จะเป็นคำถามที่ต้องเขียนคำตอบลงไป ต้องคิด วิเคราะห์ และอธิบายคำตอบด้วยตัวเอง ความยากของการสอบข้อเขียนคือ นอกจากเราจะต้องมีความรู้แล้ว เราต้องเขียนออกมาให้รู้เรื่อง และการเขียนคำตอบเยอะ ๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้ได้คะแนนมากเท่ากับ ตอบตรงคำถาม และเขียนให้ตรงประเด็น 

สอบปฏิบัติ (Practical Exam)

คือ การสอบวัดทักษะจากการลงมือทำจริง ส่วนใหญ่เป็นวิชาที่มีการปฏิบัติเยอะ ๆ เช่น การทำแล็บทดลอง ในวิชาวิทยาศาสตร์ การสอบเล่นเครื่องดนตรีในวิชาดนตรี หรือสอบเล่นกีฬาในวิชาพลศึกษา ซึ่งการสอบปฏิบัติแบบนี้ ต้องอาศัยการ “ฝึกฝน” และ “ลงมือทำ” บ่อย ๆ จนเข้าใจ ทำเป็น ทำได้ และเชี่ยวชาญ ถึงจะได้คะแนนดีที่สุด  

สอบเปิดตำรา (Open-Book Exam)

การสอบที่อาจารย์อนุญาตให้เอาหนังสือ ชีทสรุป หรือเอกสารต่าง ๆ เข้าห้องสอบ และสามารถเปิดดูตอนทำข้อสอบได้ แต่ถึงมีหนังสือก็อย่าคิดว่าจะรอด! เพราะถ้าอาจารย์ให้สอบแบบ Open-Book เมื่อไหร่ แปลว่าคำตอบจะไม่มีอยู่ในหนังสือตรง ๆ แน่นอน มันคือข้อสอบแนววิเคราะห์ ที่ยากกว่าปกติแน่นอน  

สอบที่บ้าน (Take-Home Exam)

คือการสอบอัตนัยรูปแบบหนึ่ง ที่อาจารย์มอบโจทย์ให้ผู้สอบนำกลับไปทำที่บ้าน แล้วนำมาส่งในเวลาที่กำหนด ซึ่งผู้สอบจะมีเวลาค้นคว้า ทำความเข้าใจ เปิดตำรา หรือใช้อุปกรณ์ได้อย่างอิสระ รวมถึงปรึกษาเพื่อน ๆ ได้ด้วย แน่นอนว่าตัวช่วยจัดเต็มขนาดนี้ ข้อสอบต้องไม่ธรรมดา มักจะเน้นการคิด วิเคราะห์เชิงลึก เรียกว่าโหดเหมือนเป็นการทำวิจัยย่อม ๆ เลยล่ะ    

สอบปากเปล่า (Oral Exam) 

นับว่าเป็นการสอบที่เสียวไส้ที่สุด เพราะจะเป็นการตอบคำถามสด ๆ กับอาจารย์แบบตัวต่อตัว ถึงเราจะเตรียมตัวอ่านหนังสือ ทำความเข้าใจมาดีแค่ไหน อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ ต้องมี “สติ” ไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และทักษะการสื่อสารที่ดี ถ้าต้องเจอการสอบแบบนี้ อย่าลืมสูดหายใจลึก ๆ และห้ามสติแตกเด็ดขาด! 

สอบพูดแบบฉับพลัน (Impromptu Exam) 

เพิ่มความตื่นเต้น กดดัน และเสียวไส้ขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ กับการสอบปากเปล่าแบบฉับพลัน คือ การสุ่ม หรือจับฉลากเลือกคำถาม และต้องพูดตอบทันที โดยที่ไม่มีเวลาคิด หรือเตรียมตัวมาก่อน ส่วนใหญ่จะเจอในการสอบพูดภาษาต่างประเทศ การสอบพูดสุนทรพจน์ หรือการพูดในที่สาธารณะ ที่ต้องใช้ทักษะการสื่อสาร ไหวพริบ และการควบคุมสติขั้นสุด! 

น้อง ๆ ชาว Dek-D เคยผ่านการสอบแบบไหนมาบ้าง? คิดว่าการสอบแบบไหนที่ยากและไม่อยากเจอมากที่สุด? มาระบาย เอ๊ย! คอมเมนต์คุยกันได้นะ

 

ข้อมูลจาก https://www.dek-d.com/tcas/40252/https://www.dek-d.com/teentrends/60864/https://www.facebook.com/PolSci.RU/

 

พี่แพม
พี่แพม - Columnist คอลัมนิสต์สายติ่งเกาหลี นอนน้อยเพราะดูซีรีส์ สาระไม่ค่อยมี หน้าตาดีไปวันๆ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น