บางครั้งเส้นทางสู่ทุนเรียนต่อ ไม่ได้เริ่มจากห้องเรียนหรือคอร์สติวภาษาอังกฤษ แต่เริ่มจากฟาร์มเกษตรที่ไหนสักแห่งของประเทศไทยก็ได้!
สวัสดีค่าชาว Dek-D วันนี้เราจะพาไปรู้จัก “พี่ดู๋-กฤษณ์ กั้นเกษ” ศิษย์เก่าม.ธรรมศาสตร์ ที่ควบบทบาทเกษตรกรและอดีตพนักงานพัฒนาชุมชน ชิงทุนเต็มจำนวน Chevening ไปเรียนต่อปริญญาโท Environment and Global Development ที่ University of East Anglia (UEA) เมืองนอริช (Norwich) ประเทศอังกฤษ และระหว่างทางเขาได้สานฝันอีกข้อในชีวิต ก็คือการปั่นจักรยานคู่ใจออกเดินทางเดี่ยวตะลุยยุโรปถึง 20 ประเทศด้วยงบสุดประหยัดอีกด้วย
มาเปิดเส้นทางของหนุ่มต่างจังหวัดที่เดินทางไกลออกจากบ้าน เพื่อหาคำตอบสำหรับการกลับบ้านอีกครั้งกันค่ะ


โอกาสปรึกษาฟรีกับ 20+ รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 3-4 ต.ค. 69 ที่ไบเทคบางนา
เตรียมคำถามแล้วมา Fast Track หาคำตอบแบบ 1:1 กับ “พี่ดู๋” ตัวจริงได้ที่งาน Dek-D’s Study Abroad Fair 2026 ที่ BITEC บางนา (EH98) ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น!
*พบกับพี่ดู๋ ทั้งวันเสาร์ที่ 3 และวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 (09.00-17.00 น.)
MentorList_3-4Oct2026.jpg)
. . . . . . . .
ปฐมบทเด็กสุราษฎร์ฯ สู่รั้วแม่โดม
จากสุราษฎร์ฯ สู่ธรรมศาสตร์
ย้อนไปช่วงปี 2016 สังคมไทยตื่นตัวเรื่องอาเซียนมากครับ ขนาดโรงเรียนมัธยมยังพูดถึงตลอด ผมเลยคิดซื่อๆ ว่าเรียนด้านนี้น่าจะหางานง่าย เลยเลือกมาเรียนต่อสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (Southeast Asian Studies) คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.)
หลักสูตรนี้จะให้เราเรียนภาษาที่สามในอาเซียนด้วย (เช่น เมียนมา กัมพูชา ฯลฯ) ผมเป็นคนสุราษฎร์ฯ แถวบ้านมีแรงงานชาวเมียนมาทำเกษตรเยอะ ครอบครัวเลยเชียร์เต็มที่ให้เรียนสาขานี้ และเลือกเรียนภาษาเมียนมา
ปรากฏว่า มธ. ให้โอกาสเด็กเกรด 2 ปลายๆ อย่างผมสอบติดรอบรับตรง และที่นี่ก็เปลี่ยนชีวิตไปเลยครับ!
ผมกับเพื่อนสนิทจะชอบคุยกันว่าบรรยากาศใน มธ. ทำให้เรารู้สึกอยากเป็น "นักฝัน" ที่อยากทำบางอย่างให้สังคมดีขึ้น ยิ่งพอเรียนสายการเมือง เวลาอ่านหนังสือก็เจอคำว่า "ปัญญาชน" อยู่บ่อยๆ เลยคิดเชื่อมโยงง่ายๆ ว่า ถ้าอยากเป็นนักเปลี่ยนแปลงสังคม เราก็น่าจะต้องเป็นปัญญาชนให้ได้ก่อน ซึ่งในตอนนั้นผมมองว่าการเรียนต่อต่างประเทศน่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะพาเราไปถึงจุดนั้น

“หมู่บ้านกลางหุบเขา ทำให้ผมยิ่งสนใจประเด็นพัฒนาชนบท”
มีครั้งนึงผมไปทำค่ายที่ “บ้านเสน่ห์พ่อง อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี” พวกเราเข้าไปช่วยสร้างอาคารอเนกประสงค์ไว้ใช้จัดกิจกรรม ห้องครัว ห้องพัก และพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน
ตอนไปสำรวจพื้นที่ ผมพบว่าในหมู่บ้าน แม้จะมีมีโรงเรียนมัธยม แต่เด็กหลายคนต้องเดินเท้าข้ามเขาเพื่อมาเรียน บางคนใช้เวลาไปกลับถึง 4 ชั่วโมง เพราะไม่มีถนนคอนกรีตด้วยซ้ำ บางคนที่ครอบครัวอาจมีกำลัง ก็อาจจะส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียนประจำอำเภอ พอเรียนจบก็ย้ายออกไปทำงานที่อื่น ทำให้คนรุ่นใหม่ค่อยๆ ออกไปจากหมู่บ้าน นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกเราทำโครงการขึ้นเพื่อไปสร้างอาคารอเนกประสงค์ดังกล่าว ให้เด็กมีหอพัก และไม่ต้องเดินทางไปกลับทุกวัน




ตอนนั้นผมเริ่มเข้าใจว่า ปัญหาหลายอย่างไม่ได้อยู่ที่ตัวคน แต่อยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานและการกระจายทรัพยากรที่ไม่เท่าเทียม เลยเริ่มตั้งคำถามว่า ประเทศเราจะทำให้โอกาสของผู้คนเท่าเทียมกว่านี้ได้ไหม?
อีกอย่างที่ผมได้เรียนรู้คือ ความเจริญในความหมายของชาวบ้านไม่ได้วัดจากตัวเลข แต่คือการได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพราะรายได้ของพวกเขาก็มาจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าและสิ่งแวดล้อม
หลังเรียนจบป.ตรี ผมก็กลับบ้านไปทำฟาร์มผลิตมูลไส้เดือน โดยมีแนวคิดว่าอยากสร้างรายได้ไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ตามประสบการณ์ที่ผมได้รับจากหมู่บ้านเสนห์พ่อง และใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเชื่อ
เคยดูหนังเรื่อง มหา’ลัยเหมืองแร่ ไหมครับ?
ผมดูแล้วรู้สึกแบบ “เชี่ย กูอยากมีมหา’ลัยเหมืองแร่เป็นของตัวเองว่ะ”
ผมอินกับหนังที่ตั้งคำถามถึงความหมายของชีวิตมาก เลยเลือกทำฟาร์มไส้เดือนผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อพิสูจน์ว่าเราจะดูแลทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกับสร้างรายได้ได้จริงไหม
ตอนนั้นผมใช้ชีวิตเป็นทั้งเกษตรกรและนักพัฒนาชุมชนควบคู่กัน พอทำงานมาได้ 4-5 ปี ผมก็ตัดสินใจลาออกไปชิงทุน Chevening แล้วหยิบประสบการณ์ทั้งหมดมาเขียนเป็นโปรไฟล์สมัคร เพื่อบอกว่าผมไม่ได้เพิ่งสนใจเรื่องนี้ แต่ลงมือทำมาตลอดหลายปีครับ


. . . . . . . .
ลุยสมัครทุน Chevening & IELTS
ตอนอายุ 18 ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ด้วยซ้ำ เพิ่งมาเริ่มฝึกตอนปี 1 เทอม 2 จากการไปเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารโดยไม่ได้เข้าคอร์สติวที่ไหน
พอมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวหลังจากลาออกจากงานประจำ ก็เจออุปสรรคเรื่องรายได้ไม่มั่นคง สภาพจิตใจตอนเตรียมสอบเลยต่างจากตอนเรียน ป.ตรี ลิบลับ มีเรื่องให้หนักใจทั้งการหารายได้มาเลี้ยงดูตัวเอง และความฝันในการสอบชิงทุนให้ได้ ตารางชีวิตช่วงนั้นคือตื่น 7 โมงเช้าเข้าสวน กลับบ้านมากินข้าว แล้วนั่งอ่านหนังสือเตรียมสอบ IELTS จนถึงเที่ยงคืน วนแบบนี้อยู่เป็นปี
ด้วยความที่ตลาดงานสายพัฒนาในต่างจังหวัดไม่ได้กว้างเหมือนในเมือง ที่บ้านเลยอยากให้ผมรับราชการเพื่อความมั่นคง แต่ผมเบี่ยงตัวหลบมาตลอด และขอเวลา 1 ปี ในการพิสูจน์ว่าผมจะคว้าทุนไปเรียนต่อต่างประเทศให้ได้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางผมตั้งคำถามกับตัวเองตลอดว่า เรากำลังหว่านเมล็ดพันธุ์ลงบนดินที่ดูไม่มีทีท่าว่าจะโต เราทำอะไรอยู่วะ ควรเปลี่ยนดินไหม? แล้วมันจะออกดอกออกผลตามความเชื่อของเราหรือไม่?
เขียน Essay โดยตั้งกรอบคิด STAR Approach และ SMART Framework
ทุน Chevening เป็นทุนที่ต้องสมัครทั้งทุนและมหาวิทยาลัยควบคู่กัน โดยในรอบแรกยังไม่ต้องยื่นคะแนนภาษาอังกฤษ แต่ต้องตอบ Essay 4 ข้อ ได้แก่ ความเป็นผู้นำ การสร้างเครือข่าย เหตุผลที่เลือกหลักสูตร และแผนอาชีพหลังเรียนจบ
ในมุมมองของผม คำถามทั้งหมดกำลังถามถึง “อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ว่าที่ผ่านมาคุณทำอะไรมาบ้าง ตอนนี้กำลังแก้ปัญหาอะไร และสุดท้ายอยากพาตัวเองไปทางไหน
สิ่งสำคัญคืออย่าเขียนกว้างๆ ให้ระบุประเด็นปัญหาที่เราสนใจที่ชัดเจน และเล่าผ่านประสบการณ์การทำงานจริงว่าเราทำอะไรเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเราค้นพบอะไร ผมพบว่า ในช่วงที่ผมทำงานในพื้นที่ ผมได้ทำเต็มที่ตามกำลังและความสามารถทั้งหมดที่มีแล้ว แต่พบว่ายังขาดองค์ความรู้เชิงนโยบาย และทักษะบางอย่าง จึงอยากมาเรียนสาขานี้เพื่อกลับไปอุดช่องโหว่ตรงนั้น


สำหรับ Essay ข้อ 1 (ความเป็นผู้นำ) และข้อ 2 (การสร้างเครือข่าย) ผมใช้เทคนิค STAR Approach อ้างอิงจากเว็บไซต์ของ Chevening มาจัดระเบียบความคิด
- Situation: เล่าบริบทของปัญหา
- Task: อธิบายหน้าที่ที่ได้รับ
- Action: เล่าการลงมือทำ
- Result: สรุปผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน
ส่วนข้อ 3 (เหตุผลที่เลือกหลักสูตร) ไม่ได้ใช้กรอบอะไร เพราะเป็นข้อที่เขียนลื่นที่สุดว่าทำไมถึงอยากเรียนต่อสายนี้ที่ UEA ผมดูที่วิชาของแต่ละสาขาเป็นหลัก สาขาไหนมีวิชาที่ตอบโจทย์ปัญหาที่ผมพบเจอมากที่สุด ผมก็เลือกสาขานั้น
ส่วนข้อ 4 (แผนอาชีพหลังเรียนจบ) ผมใช้ SMART Framework เพื่ออธิบายเป้าหมายให้ชัดเจนและวัดผลได้ โดยระบุเลยว่า หลังเรียนจบจะกลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่บ้านเกิด เพื่อนำองค์ความรู้มาสอนและทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น
โมเมนต์สติหลุดตอนสัมภาษณ์
จริงๆ ผมซ้อมสัมภาษณ์มาเยอะมาก เตรียมคำตอบไว้แทบทุกคำถาม แต่พอเดินเข้าไปนั่ง กรรมการยิ้มแบบผ่อนคลาย แล้วยิงคำถามแรกว่า "คุณไปเจอทุนนี้ได้ยังไง?"
แย่แล้ว นี่นอกสคริปต์ผมมมม 5555 วินาทีนั้นสติหลุดเลยครับ เลยยกมือขออนุญาตกรรมการเริ่มตอบใหม่ โชคดีที่เขาให้โอกาส ผมก็ดึงสติกลับมา แล้วตอบได้ตามที่เตรียมไว้ คราวนี้ flow ดีครับ
จนกระทั่งวันนึง ผมเปิดเช็กอีเมลระหว่างเดินขึ้นบันไดบ้าน แล้วก็เห็นว่าตัวเองได้ทุน ผมตะโกนลั่นบ้านแล้ววิ่งเข้าไปกอดคุณแม่ เพราะรู้สึกว่าการเดิมพันครั้งใหญ่ของชีวิตเดินมาถูกทางแล้ว ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ "คุณทำได้แล้ว คุณเจ๋งมาก" ในวันที่ไม่มีใครเชื่อคุณ แต่คุณยังเชื่อในตัวเองจนทำสำเร็จ
ถ้าใครกำลังลังเล ผมว่าทุนนี้มองหาคนที่ลงมือทำเพื่อความฝันจริงๆ ไม่ว่าคุณจะอยากเป็นเกษตรกร นักดนตรี นักกายภาพบำบัด หรือนักวิทยาศาสตร์ ขอแค่มีเป้าหมายที่ชัดเจน แล้วลงมือทำจริงครับ

ทุน Chevening เป็นทุนรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่มอบให้แก่ผู้นำในอนาคตจากทั่วโลกเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโท 1 ปีเต็ม โดยครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และตั๋วเครื่องบินแบบไม่มีเงื่อนไขผูกมัด
ค้นหาหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เป็นพาร์ตเนอร์ได้ที่นี่:
https://www.chevening.org/scholarships/find-a-course

. . . . . . . .
ก้าวแรกในนอริช
ชีวิตใหม่ที่เหมือนฝัน
First Impression ในวันที่ผ่อนคลายที่สุด
ผมเดินทางไปเรียนช่วงปี 2024-2025 ครับ พอเครื่องแตะพื้นลอนดอน ผมกลับไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือประหม่า เพราะผ่านโหมดเตรียมสอบแบบฮาร์ดคอร์ก่อนหน้านี้มาแล้ว
พอได้มาอยู่เมือง Norwich ก็ยิ่งเซอร์ไพรส์ เพราะเมืองสงบ รายล้อมด้วยสวนสาธารณะและทะเลสาบ แถมยังอยู่ใกล้ทะเลจนปั่นจักรยานแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึง
รีวิวการเรียน Environment and Global Development
Global Development เป็นหนึ่งในหลักสูตรดังของ UEA ปัจจุบันอยู่อันดับ 11 ของ UK ในสาขา Development Studies (อ้างอิง: QS World University Rankings 2026)
ตอนเรียนสนุกกว่าที่คิด และยิ่งทำให้ผมภูมิใจกับเส้นทางของตัวเอง ผมไม่เคยนึกมาก่อนว่าประสบการณ์ทำงานเป็นเกษตรกรและนักพัฒนาชุมชนในระดับท้องถิ่น (ที่เคยคิดว่าธรรมดา) จะกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในห้องเรียนระดับนานาชาติได้
แต่ละวิชาเรียนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นเลกเชอร์ ส่วนอีกครั้งเป็นคลาสสัมมนาที่นักศึกษาต้องช่วยกันรันเอง การบ้านก็หลากหลาย ตั้งแต่เขียน Policy Brief ออกแบบ Infographic ไปจนถึงฝึกสื่อสารงานวิจัยให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย
ห้องเรียนนี้ทำให้ผมเลิกมองโลกมุมเดิมและมุมเดียว
ในคลาสสัมมนาแต่ละสัปดาห์ นักศึกษาจะผลัดกันรับผิดชอบจัดกิจกรรม บางกลุ่มทำ Role Play บางกลุ่มจัดวง Discussion เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองจากประเทศของตัวเอง ความเจ๋งคืออาจารย์แทบไม่เฉลยว่าคำตอบไหนถูกที่สุด แต่จะถามกลับเสมอว่า "ถ้าเป็นประเทศของคุณล่ะ จะจัดการเหมือนกันไหม"
เพื่อนในคลาสมาจากแทบทุกภูมิภาค ทั้งเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และยุโรป ทำให้เรื่องเดียวกันถูกมองจากหลากหลายมุม
ผมมีเพื่อนจากประเทศ Vanuatu ที่เล่าว่า หลายประเทศใช้ตัวเลขอย่าง GDP หรือ KPI เป็นตัววัดความเจริญ แต่สำหรับบ้านเขา ความเจริญคือการที่ภูเขายังเป็นภูเขา แม่น้ำยังเป็นแม่น้ำ และผู้คนยังใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติได้เหมือนเดิม
มีประโยคหนึ่งของอาจารย์ที่ผมชอบมากคือ Always question your own assumptions หรือ จงหมั่นตั้งคำถามกับความเชื่อของตัวเอง เพราะสิ่งที่ใช้ได้ผลในพื้นที่หนึ่ง อาจใช้ไม่ได้กับอีกพื้นที่หนึ่ง เราจึงต้องเข้าใจบริบทและผู้คนให้ลึกซึ้งก่อนเสมอครับ
เซอร์ไพรส์จัด โลกกำลังหาวิธีแก้ปัญหาจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว
ตอนแรกผมคิดว่าการมาเรียนต่างประเทศคือการมารับองค์ความรู้ใหม่ ๆ แต่พอเรียนจริง หลายกรณีศึกษาที่อาจารย์ยกมาสอนกลับเป็นเรื่องของประเทศไทย หรือในภูมิภาคเอเชีย อย่างวิชา Nature-based Solutions ที่พูดถึงการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า วิธีที่คุ้มค่าที่สุดคือการเรียนรู้จากชุมชนที่อยู่กับธรรมชาติมาตั้งแต่ดั้งเดิม แล้วต่อยอดองค์ความรู้นั้นเป็นนโยบายระดับประเทศ
ผมนั่งฟังแล้วก็แอบคิดในใจว่า “เอ้า เดินทางมาตั้งไกล แต่สุดท้ายคำตอบอยู่ที่บ้านตัวเอง” เพียงแต่ว่าผู้ที่หยิบยกเรื่องเหล่านี้มานำเสนอต่อสาธารณะกลับไม่ใช่ตัวแทนจากคนในพื้นที่ แต่เป็นนักวิชาการจากโลกตะวันตก ผมจึงมีแรงบันดาลใจว่าอยากจะเป็นนักวิชาการคนนั้น ที่เป็นตัวแทนของคนไทย ไปเล่าเรื่องของเราในเวทีระดับโลก


“นอกจากเรียนในห้องแล้ว ยังมีวิชาที่พาเราออกไปลงภาคสนามด้วย”
ผมได้ไปดูฟาร์มของครอบครัวหนึ่งที่เลี้ยงทั้งแกะ แพะ และวัว แล้วว้าวมากครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับเกษตรกรทำงานร่วมกันแบบเป็นรูปธรรมสุดๆ เจ้าของฟาร์มบอกว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากการสนับสนุนของรัฐ โดยรัฐทำงานร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรรม การพัฒนาชนบท และสิ่งแวดล้อม รัฐเปิดโอกาสให้เกษตรกรเสนอไอเดียเอง บางโครงการรัฐกำหนดเป้าหมายไว้ เช่น การอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวหรือการรวมกลุ่มแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แล้วสนับสนุนงบประมาณ
ภาพนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐไม่จำเป็นต้องทำแทนประชาชน แต่สามารถเป็น Partner ที่ทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่
แล้วผมก็อดคิดไม่ได้เลยว่าถ้าโมเดลแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้บ้าง ภาคการเกษตรของบ้านเราจะเข้มแข็งขึ้นขนาดไหน

. . . . . . . .
เคาะประตูฟาร์มสเปน
เก็บข้อมูลทำธีสิสแคว้น Basque
ตอนแรกผมตั้งใจจะทำธีสิสที่แอฟริกา เพราะได้แรงบันดาลใจจากงานวิจัยเรื่องการค้าที่เป็นธรรมของไร่กาแฟในเคนยา แต่สุดท้ายกลับได้ไปทำวิจัยที่แคว้น Basque ประเทศสเปน ศึกษาว่าเกษตรกร ภาครัฐ และภาคเอกชนทำงานร่วมกันอย่างไร ทำไมถึงสามารถส่งออกสินค้าท้องถิ่นไปตีตลาดในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอเมริกาได้
ช่วงที่เครียดที่สุดคือตอนติดต่อขอสัมภาษณ์ครับ เพราะเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเป็นช่วงวันหยุดยาวของยุโรป ผมส่งอีเมลไป 13 แห่ง แต่ตอบกลับมาแค่ 2 ที่ วันศุกร์ก็ต้องบินแล้ว แต่วีซ่ายังไม่ออก
โชคดีที่วีซ่าผ่านในวันพฤหัสบดี พอไปถึงสเปนผมมีเวลาเก็บข้อมูลแค่ 4 สัปดาห์ ก็เลยปั่นจักรยานไปเคาะประตูหน้าฟาร์มเพื่อขอสัมภาษณ์แบบสดๆ คิดในใจอย่างเดียวว่า ไปตายเอาดาบหน้าก็แล้วกัน บางคนก็ให้ผมคุยเลย หรือบางคนก็ขอนัดวันหลัง เพราะผมอยู่อีกเดือนนึง
สรุปคือผมได้สัมภาษณ์ตั้งแต่เกษตรกรที่ยังใช้แรงงานคนทั้งหมด ไปจนถึงฟาร์มนมระบบอัตโนมัติที่ใช้เครื่องจักรเต็มรูปแบบ แถมยังมีโอกาสไปกางเต็นท์อยู่กับกลุ่มความเชื่อ Twelve Tribes ช่วยรีดนมวัวและปลูกหัวหอมกับพวกเขาด้วย
หลังเก็บข้อมูลส่งธีสิสเสร็จ ผมก็ได้เวลาเดินหน้าต่อกับอีกหนึ่งความฝันที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ก่อนมาเรียนต่อครับ!

. . . . . . . .
ปิดเล่มธีสิส เปิดแผนที่ยุโรป
มหากาพย์ปั่นจักรยาน 20 ประเทศ
ผมตั้งใจไว้นานแล้วว่า ถ้ามีโอกาสมาเรียนที่ยุโรปแล้ว ผมจะปั่นจักรยานกลับบ้าน!
ตอนแรกวางแผนจะปั่นข้ามรัสเซียกลับไทย แต่ทางทุนส่งจดหมายมาเตือนว่า จากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ถ้าเด็กทุน UK ถือพาสปอร์ตไทยเดินทางเข้ารัสเซีย อาจมีปัญหาด้านกฎหมายได้ ผมเลยเปลี่ยนแผนมาปั่นสำรวจยุโรปแทน
สุดท้ายทริปนั้นพาผมผ่าน 20 ประเทศ ไปคนเดียว ไม่มีแพลนตายตัว ค่ำไหนนอนนั่น ทำอาหารกินเองตลอดทาง สิ่งที่ผมได้รับจากทริปนี้ คือ แม้ผมจะไปคนเดียว แต่ผมไม่ได้เดินทางคนเดียว เพราะตลอดเส้นทาง ผมมีเพื่อนใหม่อยู่เต็มไปหมด บางคนให้ข้าว ให้น้ำ ให้ผมไปนอนที่บ้าน หรือมอบความช่วยเหลือให้ผมมากมาย
เส้นทางเริ่มจากนั่งเรือข้ามฟากจากอังกฤษไปฮอลแลนด์ ขึ้นเหนือไปฟินแลนด์ นั่งเรือข้ามไปเอสโตเนียแล้วปั่นไล่ลงมาเรื่อยๆ จนจบที่สโลวีเนีย





ก่อนจะพบว่าสิ่งที่สวยที่สุดระหว่างทาง ไม่ใช่วิว แต่คือ “ผู้คน”
มีครั้งหนึ่งฝนตกหนักมากที่เยอรมนี ผมแวะขออาศัยนอนที่วัดไทย คุณลุงคนท้องถิ่นเดินมาเตือนว่าอย่าออกไปข้างนอกเพราะอากาศหนาวและอันตราย เราก็ยืนคุยกันอยู่พักใหญ่เพราะผมยังอยากปั่นต่อ สุดท้ายแกขับรถกลับบ้านไปเอาเสื้อกันฝนมาให้ถึงที่


ตอนก่อนเข้าสวีเดน ผมดันลืมเช็กพยากรณ์อากาศ เลยต้องปั่นอยู่กลางพายุฝน ต้นไม้ล้มขวางทาง รู้สึกใกล้เข้าความตายมากเลยตอนนั้น โทรศัพท์ก็เปียกจนเปิดแผนที่ไม่ได้ สุดท้ายต้องกางเต็นท์นอนอยู่หน้าโรงงานแห่งหนึ่ง
พอตื่นขึ้นมา เจ้าของโรงงานเดินมาเห็น ผมนึกว่าจะโดนไล่ซะอีก แต่เขากลับบอกให้พักต่อได้เต็มที่ วันต่อมาผมยังมีโอกาสแวะไปฟาร์มม้าเพื่อขอเติมขวดน้ำ พอผมบอกเจ้าของฟาร์มว่า "คุณใจดีจังเลย" เขาตอบกลับมาว่า "It is not about kindness, but it is the basic human decency." (มันเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ควรทำต่อกันต่างหากเล่าาา)
// เชดเข้ โคตรเท่!










หลังจากปั่นผ่านหลายประเทศ สิ่งที่ผมสังเกตคือทั้งคนยุโรปกับคนบ้านเราใจดีไม่ต่างกันครับ แค่แสดงออกคนละแบบ ถ้าเป็นคนไทย เกิดเห็นคนจูงจักรยานเสียอยู่ข้างทาง หลายคนจะรีบจอดรถลงมาถามทันทีว่าให้ช่วยไหม แต่คนยุโรปจะรอจนกว่าเราจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือก่อน เพราะเขาให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่าย พอเราเอ่ยปากเมื่อไร เขาก็พร้อมช่วยเต็มที่เหมือนกัน


. . . . . . . .
ปั่นเปลี่ยนเมือง
สถานีต่อไป ณ บ้านเกิดสุราษฎร์ธานี
สิ่งที่ผมประทับใจมากในเมือง Norwich และการเดินทางรอบยุโรป คือการออกแบบเมืองที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้คนจริงๆ ครับ มีทางเท้า เลนจักรยาน และสวนสาธารณะที่เชื่อมต่อกันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จะไปเรียน ไปทำงาน หรือไปโบสถ์ก็ใช้จักรยานได้
พอได้กลับมาสุราษฎร์ฯ ผมก็อดคิดไม่ได้ว่า บ้านเราเองก็น่าจะมีพื้นที่แบบนี้ได้เหมือนกัน ทุกวันนี้ผมกลับมาเป็นอาจารย์ประจำสาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเรียบร้อยแล้ว นอกจากงานสอน ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้ ผมกำลังชวนชาวบ้านมาปั่นจักรยานและพายเรือสำรวจเส้นทาง เพื่อผลักดันให้เกิดเส้นทางสัญจรเล็กๆ ที่เชื่อมเมืองเข้าหากันมากขึ้น
สิ่งนึงที่ผมทำก่อนที่จะเดินทางไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ คือกลับไปเยี่ยมบ้านเสน่ห์พ่องอีกครั้ง แล้วเล่าให้ชาวบ้านฟังว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมได้ทุน Chevening คือ แรงบันดาลใจจากวิถีชีวิตของพวกเขานี่แหละครับ ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าวิถีชีวิตที่มีอยู่มีคุณค่ามาก จงภูมิใจในวิถี และอย่าคิดว่าสิ่งนี้เป็นแค่เรื่องธรรมดา
ที่ทำให้ผมใจฟูคือหลายอย่างที่พวกเราเคยช่วยกันสร้างยังถูกต่อยอดอยู่ พื้นที่ส่วนกลางของชุมชนยังถูกใช้งาน หมู่บ้านดูมีชีวิตขึ้น ผมก็แอบโม้กับเพื่อนเหมือนกันว่า “เฮ้ย สิ่งที่เราช่วยกันทำยังอยู่เลย!”
ตกตะกอนอะไรหลังเดินทางไกลมายาวนานในช่วงปั่นจักรยาน
ผมต้องเจอกับปัญหาร้อยแปดพันประการในทุกวัน ทั้งเรื่องหลงทาง หาที่นอน หาข้าวกิน หรือหาที่ชาร์จแบต แต่แปลกมากคือผมไม่เคยรู้สึกกลัว เครียด หรือกังวลเลย ผมมีแต่รอยยิ้ม แล้วก็คิดอยู่ตลอดว่า ทำไมชีวิตมันสนุกจังวะ!
ผมชอบตัวเองในเวอร์ชันนั้นที่เจอปัญหา แต่กลับไม่กลัว ในทางตรงข้ามผมกลับรู้สึกสนุกที่ได้แก้ปัญหาด้วยซ้ำ ค่อยๆ หาวิธีแก้มันไปทีละอย่าง
พอกลับมาทำงานที่บ้านเกิด ทุกครั้งที่เจอเรื่องยากๆ ผมยังคงนึกถึงตัวเองตอนปั่นจักรยานอยู่เสมอครับ ผมอยากนำตัวเองในเวอร์ชันนั้น มาใช้ในทุกๆสถานการณ์ที่ผมเจออยู่ ผมคิดว่าชีวิตคงจะง่ายและสนุกขึ้นเยอะเลย

. . . . . . . .
The world is waiting,
and you’re warmly invited!
ถ้าเรียนต่อต่างประเทศคือ Destination ที่เล็งไว้ ได้เวลา Fast Track เส้นทางของตัวเองให้ชัดขึ้น! มาเจอกันที่ Dek-D’s Study Abroad Fair 2026 รอบปลายปี งานที่รวมครบทั้งข้อมูล โอกาส และรุ่นพี่ตัวจริงมาให้คุยกันแบบเต็มที่
งานนี้พบ “พี่ดู๋” และ 20+ รุ่นพี่นักเรียนทุนและศิษย์เก่ามหา’ลัยชั้นนำจากทั่วโลก ครบทั้งสายอเมริกา-ยุโรป-ออสเตรเลีย จากทุนดังอย่าง Fulbright TGS, Chevening, Erasmus+, Australia Awards และทุนรัฐบาลไทย (ก.พ.) รวมถึงสายเอเชีย ที่มีทั้งทุนรัฐบาลและทุนมหา’ลัยจากเกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง อยากถามเรื่องทุน การสมัคร ชีวิตเด็กนอก หรือเอา CV มาให้ช่วยดู เตรียมคำถามมาได้เลย เพราะพี่ๆ จะมานั่งให้คำปรึกษาแบบ 1:1 ฟรี!
นอกจากนี้ยังมี 40+ สถาบันจาก 20+ ประเทศทั่วโลก ให้เดินปรึกษาแพลนเรียนต่อและหาหลักสูตรที่ใช่ พร้อม Alumni Talk, สถาบันภาษาและตัวช่วยเตรียมสอบ รวมถึง IELTS Mock Test แบบคอมพิวเตอร์ให้ลองสอบฟรี 3 สกิลรวดไปเลยค่ะ~
- Save the Date: 3-4 ตุลาคม 69 (09.00-16.30 น.)
- Location: BITEC บางนา (EH98)
- No Boarding Pass Needed - Just Free Entry!
มาเถอะ อยากเจอ เราตั้งใจทุกรายละเอียดจริงๆ นะ~

0 ความคิดเห็น