|
จากกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งประเทศ (ทปอ.) มีมติร่างองค์ประกอบและค่าน้ำหนักแอดมิชชั่น ปี 2553 โดยไม่จัดสอบวัดศักยภาพด้านภาษา ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้เพิ่มการสอบด้านภาษานั้น เมื่อวันที่ 20 ก.พ. คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ อดีต รมว.วัฒนธรรม ในฐานะอาจารย์ผู้สอนภาษาฝรั่งเศส ม.ศิลปากร กล่าวว่า ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาที่สำคัญรองลงมาจากภาษาอังกฤษ ขณะเดียวกันก็มีนักเรียนไทยจำนวนมากที่ไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาก็สอนภาษาต่างประเทศที่ 2 มากขึ้นทั้ง จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน ซึ่ง ทปอ.ไม่ควรคิดถึง ปัญหาจุกจิกในการจัดสอบ ทั้งนี้สมาคมต่างๆของภาษาต่างประเทศที่ 2 จะหารือร่วมกันในวันที่ 1 มี.ค.นี้ เพื่อเสนอความคิดเห็นต่อ ทปอ.ต่อไป
รศ.วรินทร วูวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่น กล่าวว่า คณะกรรมการบริหาร คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ได้หารือร่วมกันระหว่างอาจารย์ที่สอนภาษาต่างประเทศที่ 2 อาทิ จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมัน แล้ว มีมติร่วมกันว่า แอดมิชชั่นปี 2553 ควรกำหนดให้สอบวัดศักยภาพด้านภาษา หรือ PAT (7) โดยเสนอผ่าน ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดี มธ. เพื่อเสนอต่อ ทปอ. ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดี ม.ธุรกิจบัณฑิต กล่าวว่า การตัดภาษาต่างประเทศที่ 2 ออกจากองค์ประกอบแอดมิชชั่นปี 2553 เป็นการตัดโอกาสทางเลือกสำหรับนักเรียนและมหาวิทยาลัยในการคัดเลือกคนที่เหมาะสมเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย และต้องยอมรับว่า แอดมิชชั่นเป็นส่วนสำคัญของการกำหนดกระบวนการจัดการศึกษาของโรงเรียน ดังนั้น เกณฑ์แอดมิชชั่นจึงไม่ควรกระทบต่อ ร.ร.มัธยมมากเกินไป หากไม่กำหนดภาษาต่างประเทศที่ 2 เป็นองค์ประกอบในการสอบแอดมิชชั่น ก็จะทำให้ความสนใจการเรียนในระดับม.ปลายลดน้อยลง ตัดโอกาสคนที่จะเติบโตด้านภาษา |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐพ |

12 ความคิดเห็น
ถ้าการศึกษามันไม่ดี ก็พัฒนาสิคะ ไม่ใช่มาทำแบบนี้
ประเทศชาติไม่เจริญก็เพราะมีคนแบบนี้นี่แหละ
อำนาจเป็นของปวงชน เราไม่ยอม ๆๆ ประท้วงๆๆ
นึกว่าประเทศตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลกรึไง ?
ไม่ต้องติดต่อค้าขายกับชาติอื่นแล้วเหรอ?
จะใช้แค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียวก็พอแล้วใช่ไหม?
บ้ารึเปล่า???