เมื่อพูดถึงการสอบ IELTS แล้ว มีใครเคยมีประสบการณ์จำไปเป็นสิบ ๆ สำนวน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้หยิบมาพูดบ้างไหมคะ (อย่าง Kill two birds with one stone คือต้องได้หัวข้อที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริง ๆ ถึงจะได้ใช้ 555555) ถึงแม้ไม่มีอะไรเสียเปล่าในการเรียนรู้ภาษา แต่ภายในระยะเวลาการเตรียมสอบที่จำกัดและต้องควบคู่ไปกับการทำอะไรหลาย ๆ อย่างแล้ว เราก็อยากจะจำสิ่งที่เราได้ใช้จริง ๆ ใช่ไหมคะ?
วันนี้ English Issues พี่มิอุเลยอยากจะมาแบ่งปัน 10 Idioms ภาษาอังกฤษ ‘คุ้มเมมสมอง’ จากคลังสำนวนที่เราใช้จริง ๆ สมัยติวสอบเอง ที่คัดมาแล้วว่าหยิบมาใช้สอยได้ง่ายมากกกก (แถมช่วยอัป band) + แอบแบ่งปัน Idioms ที่จะได้พลิกวิกฤตเวลาเจอคำถามยาก ๆ เป็นโอกาสด้วย! ถ้าพร้อมแล้ว เลื่อนลงไปอ่านกันได้เลยค่า :P
1. Without a doubt = แน่นอนอยู่แล้วว่า
ยกให้เป็น idiom เรียบง่ายย ใช้ได้ ใช้ดี มีความหมายตรง ๆ คือ ‘อย่างไร้ข้อสงสัย’ ให้ฟีลลิงเหมือนคำว่า “แน่นอน” “พูดได้เลยว่า” เราเองชอบหยิบคำนี้มาใช้ม้ากก ทั้งเวลาพูดถึงความชอบ แสดงความคิดเห็น หรือยืนยันอะไรสักอย่าง
ตัวอย่างประโยค
- For me, I’d without a doubt choose to study what I love rather than something that is simply more employable because I cannot imagine myself without it.
สำหรับฉันแล้ว ฉันจะเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบมากกว่าเรียนเพื่อการหางานในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะฉันนึกภาพตัวเองที่ต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีสิ่ง ๆ นั้นไม่ได้เลย - That’s without a doubt one of the best decisions I’ve ever made.
พูดได้อย่างมั่นใจเลยว่านั่นเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่ฉันเคยทำลงไป - Without a doubt, technology has made our lives much more convenient.
บอกได้เลยว่าเทคโนโลยีทำให้พวกเราใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากขึ้น
2. As a rule of thumb = โดยหลักการแล้ว, อย่างที่รู้กัน
วลีนี้มีความหมายคล้าย Generally speaking ที่มักใช้เวลาที่อยากปูพื้นฐานหรือพูดข้อเท็จจริงแบบกว้าง ๆ เช่น พูดถึงวัฒนธรรม การจัดระเบียบทางสังคม อธิบายพฤติกรรมของคนในสังคม หรือปูข้อมูลทั่วไปก่อนแสดงความคิดเห็น
ตัวอย่างประโยค
- As a rule of thumb, it’s always better to arrive early for important events.
โดยทั่วไปแล้ว เราควรมาถึงก่อนเวลาหากเป็นนัดสำคัญ - As a rule of thumb, people tend to make friends with those who speak the same language. โดยทั่วไปแล้ว คนเรามักจะผูกมิตรกับคนที่พูดภาษาเดียวกัน
- As a rule of thumb, students should revise regularly instead of cramming the night before an exam.
อย่างที่รู้ ๆ กัน นักเรียนควรอ่านหนังสือทบทวนอย่างสม่ำเสมอมากกว่าการกอบโกยเนื้อหาภายในคืนเดียวก่อนสอบ

3. Over the moon = ดีใจ มีความสุขมากๆ
เวลาพูดถึงเหตุการณ์ที่เราดีใจมาก ๆ แบบว่ามันอิ่มความสุขจนล้นออกปาก เชื่อว่าคำแรกที่หลายคนนึกถึงคือคำว่า Happy ซึ่งใช้ได้ไม่ผิดเลย แต่ถ้าอยากใช้เป็นสำนวน เราขอแนะนำ “Over the moon” ประมาณว่าดีใจจนตัวลอยไปอยู่ดวงจันทร์เลยย
ตัวอย่างประโยค
- I was over the moon when my mom told me that we were going to spend the summer in Switzerland.
ฉันดีใจมากตอนที่แม่ของฉันบอกฉันว่าพวกเราจะไปใช้เวลาในช่วงหน้าร้อนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์กัน - Everyone was over the moon after hearing the good news
ทุกคนดีใจจนตัวลอยหลังจากได้รู้ข่าวดี - The offer letter from my dream university made me over the moon for the whole month. จดหมายตอบการเข้าศึกษาจากมหาวิทยาลัยในฝันของฉันทำให้ฉันดีใจตัวลอยไปทั้งเดือนเลยล่ะ
4. Cut to the chase/beat around the bush
สำหรับเวลาเผลอพูดวน
Cut to the chase = เข้าเรื่องเลย
Beat around the bush = พูดอ้อม ไม่เข้าเรื่อง
สำหรับใครที่จะสอบ IELTS บอกเลยว่าปกติมาก ๆ เวลาจะตอบแล้วเผลอพูดวนไปวนมา เพราะบางที Topic ก็แรนดอมเกินกว่าที่จะเรียบเรียงโครงสร้างคำตอบได้ทันที ซึ่งถ้าน้องๆ เจอแบบนี้ไม่ต้องแพนิคไป พักหายใจหนึ่งครั้งแล้วใช้ idioms นี้รีสตาร์ตเกมได้เลยย
ตัวอย่างประโยค
- Well, let me just cut to the chase. What I’m trying to say is that public transport in my city should be improved because right now… (พูดต่อ)
เอาล่ะให้ฉันเข้าเรื่องเลยดีกว่า สิ่งที่ฉันอยากจะบอกคือ ระบบขนส่งสาธารณะในเมืองของฉันควรจะถูกพัฒนาให้ดีขึ้นค่ะ เพราะในตอนนี้ … (พูดต่อ) - I don’t want to beat around the bush. My opinion is that the advantages outweigh the disadvantages as … (พูดต่อ)
ฉันไม่อยากพูดวนไปวนมา ความคิดเห็นของฉันคือข้อดีมีมากกว่าข้อเสีย เพราะ … (พูดต่อ) - ….or to just cut to the chase, it could be said that… (พูดต่อ)
หรือถ้าให้ฉันเข้าบทสรุปเลย คือว่า … (พูดต่อ)

5. A double-edged sword = ดาบสองคม
หลายคนอาจคุ้น ๆ จากในสำนวนไทย ซึ่งความหมายก็ตรงกับสำนวนภาษาอังกฤษเลยค่ะ คือมีทั้งข้อดี และข้อเสีย และการสอบ IELTS ก็ชอบหยิบสิ่ง ๆ หนึ่งมาแล้วถามถึงข้อดี-ข้อเสียบ่อยมาก ก่อนเราจะ elaborate ขยายความทั้งสองด้าน เราก็แทรกอันนี้เข้าไปใน intro ได้น้า
ตัวอย่างประโยค
- Prevalent use of artificial intelligence is a double-edged sword because while it enhances our efficiency and productivity, it might leave less room for our creativity and individuality. การใช้งาน AI อย่างแพร่หลาย ถือเป็นดาบสองคม เพราะถึงแม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเรา ในอีกแง่มุม ก็อาจลดพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมนุษย์
- Early exposure to social media can be a double-edged sword for teenagers.
การใช้งานโซเซียลมีเดียตั้งแต่อ่อนวัยถือเป็นดาบสองคมสำหรับวัยรุ่น
6. Not my cup of tea = ไม่ใช่แนว/ไม่ค่อยชอบ
ง่าย ๆ คือวิธีการพูดว่า I don’t like it. ให้แฟนซีขึ้น ก่อนที่จะ elaborate ต่อไปว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น หรือ ใช้ในเวลาที่ examiner ถามในเรื่องที่เราไม่รู้เลย ก็พูดวลีนี้คั่นเวลาระหว่างเรียบเรียงความคิดในหัวได้นะ
ตัวอย่างประโยค
- To be honest, rock music isn’t really my cup of tea.
จริง ๆ แล้วดนตรีร็อคไม่ใช่แนวฉันเท่าไหร่ - Even though it’s not really my cup of tea, it is totally understandable why many people enjoy it.
ถึงมันจะไม่ใช่แนวสำหรับฉัน แต่ก็เข้าใจได้เลยว่าทำไมผู้คนจำนวนมากถึงชอบสิ่งนี้
Note ทำไม cup of tea = สิ่งที่ชอบ?
สำนวนนี้มีต้นกำเนิดในประเทศอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อการดื่มชาเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอังกฤษ จึงเริ่มมีการใช้ my cup of tea เปรียบเปรยถึง “คนที่เข้ากันได้ดี” หรือ “สิ่งที่ถูกใจ” ต่อมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะราวช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สำนวน not my cup of tea ได้รับความนิยมมากขึ้น ใช้เพื่อบอกว่า “ไม่ใช่สิ่งที่ชอบ” หรือ “ไม่ใช่แนวของฉัน” ในลักษณะที่ฟังสุภาพและอ้อมกว่า

7. Cost a bomb/spend a fortune
= ราคาแพงมาก, ใช้เงินมหาศาล
คำว่า Expensive ก็ดี แต่สองวลีนี้อาจจะมีจริตมากกว่า เศรษฐกิจนี้ คำว่าแพงเชื่อมได้หลาย topic เลยค่ะ ตั้งแต่เรื่องค่าใช้จ่ายตรง ๆ ไปจนถึงด้านต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การศึกษา สุขภาพ ราคาบ้าน งานอดิเรก และชีวิตความเป็นอยู่
ตัวอย่างประโยค
- Without this scholarship, my parents would have had to spend a fortune on my education. หากไม่มีทุนการศึกษานี้ ครอบครัวของฉันต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อการศึกษาของฉันเป็นแน่
- Houses in big cities cost a bomb, yet lots of people choose to stay there for convenience and accessibility to many opportunities.
ค่าเช่าบ้านในเมืองใหญ่แพงหูฉี่ แต่หลาย ๆ คนก็เลือกที่จะอยู่เพื่อความสะดวกสบายและโอกาสมากมายที่หาได้จากที่นั่น
8. Once in a blue moon = นาน ๆ ครั้ง
ถ้าพูดถึงสำนวนเกี่ยวกับดวงจันทร์ นอกจาก over the moon แล้ว วลีนี้คือต้องมี! โดยมีที่มาจากคำว่า Blue Moon ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อย จึงถูกนำมาเปรียบเปรยถึงเหตุการณ์ทั่วไปหรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง หรือแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย สามารถใช้แทนคำว่า rarely หรือ not often ได้เลยค่ะ
ตัวอย่างประโยค
- I only eat fast food once in a blue moon. ฉันกินฟาสต์ฟู้ดนาน ๆ ครั้ง
- We stay up late watching movies once in a blue moon. นานๆ ทีพวกเราจะนอนดึกเพื่อดูหนังด้วยกัน

9. Down-to-earth = ติดดิน, เป็นไปได้จริง
Down-to-earth แปลตรง ๆ คือลงไปบนพื้นโลก นึกภาพเหมือนคำว่า “ติดดิน” น่าจะจำง่าย เพราะความหมายหลัก ๆ คือใช้อธิบายลักษณะคนที่ไม่ถือตัว สมถะ มองโลกตามความเป็นจริง เหมือนคำว่าติดดินเลยยย แต่ความน่าใช้คือคำนี้สามารถอธิบายไอเดียหรือ Solution ที่เรียบง่ายและเป็นไปได้จริงได้ด้วย ซึ่ง IELTS ชอบถาม solution มาก ๆ โดยเฉพาะใน part 3
ตัวอย่างประโยค
- To alleviate educational inequality in Thailand, one down-to-earth solution is to integrate technology into education. This could help… (พูดต่อ)
เพื่อบรรเทาปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย หนึ่งในวิธีแก้ไขที่เป็นไปได้คือการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้ … (พูดต่อ) - My teacher is very down-to-earth, so we feel really comfortable talking to her.
ครูของฉันเป็นคนติดดินและไม่ถือตัว พวกเราเลยรู้สึกสบายใจมากเวลาพูดคุยกับเขา
10. Cannot make head or tail of it
= งงมาก ไม่ค่อยรู้เรื่อง #ประโยคเด็ดกันตายไมค์
แปลตรง ๆ ได้ว่าจับต้น (head) ชนปลาย (tail) ไม่ถูก ซึ่งเชื่อว่าหลายคนที่สอบ IELTS อาจเจอหัวข้อแรนดอม ยากสุดๆ ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี ซึ่งช่วงเดดแอร์นี้ ให้ใช้ Idiom นี้เป็นตัวพลิกเกมเลย และก็พูดไปตรง ๆ ก่อนว่า ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย เพื่อช่วยต่อเวลาในการคิดคำตอบแถมได้ใช้สำนวนด้วย
ประโยคที่เราชอบพูด (ลองเอาไปปรับเพื่อให้เข้ากับปากตัวเองได้นะ)
To be honest, I can’t really make head or tail of this topic (as I am just a high school student/as I have never thought of it before), but as far as I know… (พูดต่อ) เอาจริง ๆ ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย (เพราะฉันก็เป็นแค่นักเรียน/เพราะไม่เคยคิดมาก่อน) แต่ถ้าให้เล่าถามที่ฉันรู้ก็ … (พูดต่อ)

. . . . . . . .
เป็นยังไงบ้างคะสำหรับ 10 idioms ง่าย ๆ สำหรับ IELTS Speaking ลองดูว่าคำไหนเข้าปาก เข้ากับจริตตัวเอง ลองจำไปใช้สอบกันได้น้า
TIPS ไม่่ต้องฝืนใช้ ถ้าไม่ธรรมชาติ
- IELTS พยายามวัดการใช้ภาษาอังกฤษจริง ๆ ของผู้สอบ เพราะฉะนั้นความเป็นธรรมชาติสำคัญมากกกกก ไม่ต้องฝืนแทรกสำนวนไปถ้าไม่ได้เข้ากับบริบท + ระวังใช้เยอะเกินจนไม่เป็นธรรมชาติ
- Part 2 ช่วง two minutes speech เป็นช่วงเวลาที่แทรกสำนวนได้ง่ายที่สุด เพราะหลังจากที่เขาให้หัวข้อมาแล้วเราจะมีเวลาเตรียม speech 1 นาที
สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนที่กำลังทุ่มเทกับการเตรียมสอบนะคะ IELTS ไม่ง่ายเลย แต่ก็ไม่ยากเกินไปถ้าฝึกบ่อยๆ เพราะว่าเป็นข้อสอบที่มีแพตเทิร์น ถ้าเราเตรียมดี ยังไงก็ทำได้แน่นอน! ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีค่า สู้ ๆๆๆๆๆ :3
SourceBackground of "not my cup of tea" https://www.bookbrowse.com/expressions/detail/index.cfm/expression_number/477/not-my-cup-of-tea
. . . . . . . .
เพิ่มความมั่นใจก่อนสอบ IELTS
ทดลองสอบออนไลน์ เพียง 440 บาท!
สำหรับทีมต่อนอก หรือทีมเรียนอินเตอร์ ที่กำลังจะสอบ IELTS เคยเป็นเหมือนกันมั้ย? เตรียมตัวมาเยอะมากแค่ไหนแต่ก็ยังไม่มั่นใจสักที จะลุยสอบจริงก็กลัวตุ้บแล้วต้องสอบซ้ำ ทำให้งบบานปลายไปอีก
แต่บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะตอนนี้ทุกคนสามารถฝึกทำข้อสอบเสมือนจริงได้แล้วที่ Dek-D's IELTS Online Mock Test จัดเต็มข้อสอบครบทั้ง 4 พาร์ต ฝึกทำออนไลน์ที่บ้านได้ง่ายๆ พร้อมรับ feedback จริง ช่วยให้รู้จุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนาต่อ บูสต์ความมั่นใจก่อนเจอของจริง! // ค่าสอบเพียง 440 เท่านั้น~
พาส่องไฮไลต์ ฝึกสอบกับ Dek-D ดียังไงบ้าง?
- ได้ฝึกสอบออนไลน์ครบทั้ง 4 พาร์ต ค่าสอบเพียง 440.- (ต่อชุด)
∟ ได้สอบครบทั้ง Speaking, Writing, Listening และ Reading
∟ มีข้อสอบให้เลือกฝึกมากกว่า 30 ชุด
∟ พิเศษ! ได้ฝึกพูดจริง ฝึกเขียนจริง #รู้ผลทันที ตรวจให้แบบละเอียด บอกจุดที่ต้องแก้ไขครบ .
- รู้ผลไว ไม่ต้องรอนาน ประเมินตามเกณฑ์จริงทุกพาร์ต
∟ หลังส่งคำตอบจะรู้ Band รายพาร์ต และ Overall Band ทันที
∟ มีคำอธิบายให้ละเอียดว่าทำไมเราถึงได้ Band ตามนี้ แล้วถ้าอยากได้ Band ที่สูงขึ้นในแต่ละระดับควรพัฒนาในจุดไหนเพิ่มเติม
- ข้อสอบมีมาตรฐานโดย Marshall Cavendish หน่วยงานด้านการศึกษาระดับโลก จากประเทศสิงคโปร์
- ช่วยเซฟค่าใช้จ่าย ไม่ให้บานปลาย
∟ เหมาะสำหรับคนที่อยากเตรียมความพร้อม หรืออยากลองทำข้อสอบก่อนลงสนามจริง
∟ จะได้สอบแค่ครั้งเดียวแล้วได้ Band ตามที่ต้องการ ไม่ต้องจ่าย 8,xxx ไปสอบหลายรอบ
0 ความคิดเห็น