น่าเรียนแถมใกล้ไทย! ‘Taylor’s University’ ม.เอกชนอันดับ 1 ของมาเลเซีย หลักสูตรอินเตอร์ มีทุนเพียบ

สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ สำหรับใครที่อยากไปเรียนต่างประเทศแต่ไม่อยากบินไกล ‘มาเลเซีย’ ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ เพราะมีระบบการศึกษาได้มาตรฐานสากล เดินทางสะดวก ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพที่พอๆ กับไทย มีวัฒนธรรมคล้ายกันไม่ต้องปรับตัวเยอะ แถมหลายมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรอินเตอร์สำหรับนักเรียนต่างชาติอีกด้วย 

และวันนี้เราจะพาไปน้องๆ ไปทำความรู้จักกับ ‘Taylor's University’ (ไม่ใช่มหาวิทยาลัยของเทย์เลอร์สวิฟต์นะคะ 5555)  ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนดาวรุ่งพุ่งแรงสุดๆ ทั้งติดอันดับ 1* ของประเทศและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยค่ะ  // ที่นี่มีเรื่องอะไรน่าสนใจอีกบ้าง และถ้าอยากเรียนต่อต้องเตรียมตัวยังไง สมัครที่ไหน มีทุนให้หรือเปล่า พี่ลูกหมูรวบรวมข้อมูลมาให้แล้วค่ะ!

. . . . . . . .

8 เรื่องปังๆ ชวนรู้จัก Taylor's University

Photo Credit: Taylor's University  (Website)
Photo Credit: Taylor's University  (Website)
  1. ‘Taylor's University’ หรือ ‘มหาวิทยาลัยเทย์เลอร์’ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของมาเลเซีย อยู่ที่เมือง Subang Jaya ใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ 
    *ปีล่าสุดครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนของมาเลเซีย  และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับ 272 ของโลก (Top 30 ของเอเชีย) อ้างอิง QS World University Rankings 2027
     
  2. หลายสาขาติด Top 100 ของโลก เช่น Hospitality & Leisure Management (อันดับ 26), Art & Design (อันดับ 61), Marketing (อันดับ 51 - 100) และ Business & Management Studies (อันดับ 144) อ้างอิง QS Ranking by Subject 2026
     
  3. มีระบบเฉพาะตัวที่เรียกว่า Taylor'sphere ซึ่งจะดึงอาจารย์ ศิษย์เก่า บริษัทพันธมิตร ผู้ประกอบการ และชุมชน เข้ามาอยู่ใน Ecosystem เดียวกัน ทำให้นักศึกษามีโอกาสจับโปรเจกต์และแก้ปัญหาให้ธุรกิจจริงๆ เปิดประสบการณ์ต่อยอดจากการเรียนในคลาส
     
  4. ไม่ว่าจะเรียนวิศวะ นิเทศ ศิลปศาสตร์ หรือคณะไหนๆ นักศึกษาป.ตรีทุกคนของที่นี่จะได้เรียนวิชา Social Innovation และ Entrepreneurship เพราะมหาวิทยาลัยเชื่อว่า ในโลกยุคใหม่ความรู้เฉพาะทางอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ ทักษะการปรับตัว และแนวคิดแบบผู้ประกอบการควบคู่กัน
     
  5. ถ้าสนใจการโรงแรม (Hospitality) ไฮไลต์ที่นี่ไว้เลยค่ะ! นักศึกษาคณะนี้จะได้ลงมือปฏิบัติจริงในห้องครัวมาตรฐานอุตสาหกรรม ห้องจำลองโรงแรม ห้องทำอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงพื้นทีจัดอิเวนต์ เตรียมความพร้อมก่อนลงสนามจริงหลังจบแบบครบเครื่อง
     
  6. ได้ฝึกใช้ภาษาและเรียนรู้วัฒนธรรมกับเพื่อนจากหลายประเทศ รวมถึงมีโครงการแลกเปลี่ยนที่ร่วมกับ 200+ มหาวิทยาลัยทั่วโลก นักศึกษาหลายหลักสูตรจึงมีโอกาสบินไปเรียนต่างประเทศ 1 เทอม โดยไม่ต้องจ่ายค่าเรียนเพิ่มให้มหา’ลัยปลายทาง
     
  7. สายรักธรรมชาติต้องเลิฟ ‘Lakeside Campus’ กับทะเลสาบขนาดใหญ่ใจกลางมหาวิทยาลัย รายล้อมด้วยอาคารเรียน Co-working Space ร้านอาหาร และคาเฟ่ จะมานั่งชิลๆ หรือจะนั่งปั่นงานก็ได้หมด  
     
  8. ทุกเทอมจะมีงานเทศกาลชมรม หรือ Clubs & Societies Festival (CNS Fest) ให้เข้าได้ตามความสนใจ แล้วยังมีกิจกรรมไฮไลต์ อย่าง Taylor's Lakeside Model United Nations (จำลองการประชุม UN) ที่ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ การเจรจาต่อรอง และการทำงานร่วมกับผู้คนจากนานาชาติ
Photo Credit: Taylor's University (Facebook)
Photo Credit: Taylor's University (Facebook)

Good to Know!

Taylor's University เพิ่งได้รับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวเมื่อปี 2010 แต่ใช้เวลาไม่นาน ปัจจุบันก้าวขึ้นมาติด Top 1% ของมหาวิทยาลัยทั่วโลกได้สำเร็จ จัดเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งพุ่งแรงของภูมิภาคนี้เลยค่ะ!

คณะที่เปิดสอน

Taylor's University เปิดสอนตั้งแต่ระดับป.ตรี - ป.เอก แบ่งออกเป็น 16 คณะ (ครอบคลุมแทบทุกสายอาชีพ) ดังนี้

  • School of Architecture, Building and Design (คณะสถาปัตยกรรม การก่อสร้าง และการออกแบบ)
  • School of Biosciences (คณะชีววิทยา)
  • Taylor's Business School (คณะบริหารธุรกิจ)
  • Taylor's Culinary Institute (สถาบันศิลปะการประกอบอาหาร)
  • School of Computer Science (คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์)
  • The Design School at Taylor's (คณะการออกแบบ)
  • School of Education (คณะศึกษาศาสตร์)
  • School of Engineering (คณะวิศวกรรมศาสตร์)
  • School of Hospitality, Tourism and Events (คณะการโรงแรม การท่องเที่ยว และการจัดอีเวนต์)
  • School of Law and Governance (คณะนิติศาสตร์และธรรมาภิบาล)
  • School of Liberal Arts and Sciences (คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์)
  • School of Media and Communication (คณะสื่อสารมวลชนและนิเทศศาสตร์)
  • School of Medicine (คณะแพทยศาสตร์)
  • School of Pharmacy (คณะเภสัชศาสตร์)
  • School of General Studies and Languages (คณะการศึกษาทั่วไปและภาษา)
  • American Degree Transfer Program (ADTP) (หลักสูตรโอนหน่วยกิตที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา)
ค้นหาหลักสูตรทั้งหมด
Photo Credit: Taylor's University  (Website)
Photo Credit: Taylor's University  (Website)

ค่าเล่าเรียน

ค่าเล่าเรียนจะแตกต่างกันไปตามหลักสูตรและระดับการศึกษา มีตัวเลขโดยประมาณดังนี้ค่ะ

  • ระดับปริญญาตรี: เริ่มต้นที่ 12,000 - 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ/หลักสูตร (ประมาณ 404,000 - 943,000 บาท)
  • ระดับบัณฑิตศึกษา (ป.โท/ป.เอก): เริ่มต้นที่ 6,000 - 18,000 ดอลลาร์สหรัฐ/หลักสูตร (ประมาณ 202,000 - 606,000 บาท)
ตรวจสอบค่าเล่าเรียนของแต่ละหลักสูตร

*อ้างอิงจาก 1 USD = 33.68 บาท ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2569

. . . . . . . .

Taylor's University มีทุนไหม?

ทางมหาลัยมีทุนสนับสนุนทั้งระดับป.ตรีและป.โท/เอก โดยส่วนใหญ่จะเป็นทุนประเภทส่วนลดค่าเล่าเรียน (Tuition Fee Waiver) สำหรับมูลค่าทุนจะขึ้นอยู่กับผลการประเมินและดุลยพินิจของคณะกรรมการ

ทุนระดับป.ตรี

  • Taylor's University Merit Scholarship - ทุนสำหรับผู้มีผลการเรียนดีเด่น
  • Taylor's University Talent Scholarship - ทุนสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
  • Taylor's University Sports Scholarship - ทุนสำหรับผู้มีผลงานด้านกีฬา
  • Taylor's University Community Scholarship - ทุนสำหรับผู้ที่มีผลงานด้านจิตอาสาและการมีส่วนร่วมกับชุมชน
  • Taylor's University PPE Exclusive Scholarship - ทุนเฉพาะสำหรับผู้สมัครหลักสูตร Bachelor in Philosophy, Politics and Economics (Honours) หรือ PPE
     
ศึกษารายละเอียดทุนป.ตรีเพิ่มเติม

ทุนระดับป.โท/เอก 

  • Postgraduate Research Scholarships - ทุนสำหรับผู้ที่เรียนป.โท และ ป.เอกแบบวิจัย (Master by Research/PhD)
  • Postgraduate Taught Scholarships - ทุนสำหรับผู้เรียนหลักสูตรป.โทแบบ Coursework/Taught Programme
ศึกษารายละเอียดทุนป.โท/เอกเพิ่มเติม
Photo Credit: Taylor's University  (Website)
Photo Credit: Taylor's University  (Website)

. . . . . . . .

อยากเรียนต่อ Taylor’s University ต้องสมัครยังไง?

เช็กคุณสมบัติเบื้องต้นที่นี่

  • มีวุฒิการศึกษาดังนี้
    - กรณีสมัครระดับป.ตรี: ต้องจบม.ปลาย หรือเทียบเท่า
    - กรณีสมัครระดับป.โท: ต้องจบป.ตรี หรือเทียบเท่า
    - กรณีสมัครระดับป.เอก: ต้องจบป.โท หรือเทียบเท่า
  • มีผลคะแนนภาษาอังกฤษตามที่หลักสูตรกำหนด เช่น IELTS, TOEFL, MUET หรืออื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยรับรอง
  • ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ และบางคณะอาจให้ยื่น Portfolio, มีสัมภาษณ์ หรือต้องผ่านการเรียนวิชาพื้นฐานเฉพาะทางมาก่อน (เช่น คณะแพทยศาสตร์ สถาปัตยกรรม หรือการออกแบบ)

Note: สามารถเช็กคุณสมบัติเฉพาะในหัวข้อ [Entry Requirement] ของหน้าหลักสูตรที่สนใจ

วิธีสมัครเรียน 

  1. สมัครออนไลน์ผ่านระบบ TOPAS 
  2. อัปโหลดเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่
    - รูปถ่ายหน้าตรง
    - สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) 
    - ใบแสดงผลการเรียน (Academic Transcript)
    - ใบรับรองการสำเร็จการศึกษา
    - แบบฟอร์มตรวจสุขภาพ (Health Examination Form)
    - หลักฐานแสดงความสามารถทางภาษาอังกฤษ
    - เอกสารอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น CV, Research Proposal เป็นต้น
  3. ชำระค่าธรรมเนียม ผ่านระบบ Flywire
  4. รอทางมหา’ลัยตรวจสอบเอกสาร หากผ่านเกณฑ์จะได้รับใบตอบรับเข้าเรียน หรือ Letter of Acceptance (LOA)

Note: 

  • ผู้สมัครหลักสูตรวิจัย ต้องได้รับการอนุมัติหัวข้อวิจัย และมีอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนจึงจะสมัครได้
  • มหาวิทยาลัยแนะนำให้ยื่นใบสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 9 สัปดาห์ ก่อนวันเปิดเทอม เพื่อให้มีเวลาสำหรับการพิจารณาใบสมัคร การดำเนินการขอวีซ่า และการหาที่พักค่ะ

วิธีสมัครทุน

  1. เมื่อได้รับใบตอบรับเข้าเรียนแล้ว จึงจะยื่นสมัครทุนได้
  2. ติดต่อเจ้าหน้าที่ Education Counsellor ผ่านปุ่ม Enquire Now เพื่อขอรับแบบฟอร์มสมัครทุน และยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องภายในกำหนดเวลา

**บางทุนอาจให้สอบข้อเขียน สัมภาษณ์ หรือประเมินเพิ่มเติมก่อนประกาศผล

กำหนดการรับสมัคร

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
Photo Credit: Taylor's University  (Website)
Photo Credit: Taylor's University  (Website)

. . . . . . . .

สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D" 

ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D  


 

พี่ลูกหมู
พี่ลูกหมู - Columnist Lost Girl from Neverland ชอบไปในต่างแดน​ มีชีวิตอยู่เพื่อกิน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น