And all I want this summer
Is a little bit less than a lover
เคยเป็นมั้ย? พอเรารู้สึกดีกับใครกับสักคน เข้ากันทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่อยากรีบเรียกความสัมพันธ์นี้ว่า "ความรัก" เพราะตอนนี้แค่มีใครสักคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เป็นเซฟโซนให้กันก็โอเคแล้ววว~ (แม้จะโดนหาว่ากั๊ก แต่คนมันยังไม่พร้อมจะรักนี่นา) ถ้าเคยมีโมเมนต์แบบนี้ เชื่อเลยว่าต้องอินกับ ‘Less than a Lover’ เพลงใหม่ของ JENNIE แน่นอนค่ะ!
วันนี้ #แจกศัพท์ฉบับเด็กนอก ก็เลยขอหยิบคำศัพท์ที่ relate กับความสัมพันธ์แบบ Situationship มาแชร์กัน แบบที่มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน ทำทุกอย่างเหมือนคนรักแต่ยังไม่มีสถานะ มาเช็กดูค่ะว่าเคยเจอแบบไหนกันมาบ้าง // แต่ถ้าอันไหน Toxic ติดธงแดง ก็แนะนำให้ถอยน้าา (แต่เอ๊ะ หรือเราเป็นเอง?)
Good to know!
คำเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นศัพท์ Slang เกี่ยวกับความสัมพันธ์ ที่เกิดจากการนำ Verb มาเติม -ing เพื่อใช้เรียกพฤติกรรมหรือการกระทำนั้นๆ เช่น
- Ghost (V.) -> Ghosting (N.)
- Gaslight (V.) -> Gaslighting (N.)
- Orbit (V.) -> Orbiting (N.)
- Bench (V.) -> Benching (N.)
ในชีวิตประจำวัน มักใช้ได้ทั้งในรูป Verb และ Noun เช่น
- He ghosted me. (Verb) - เขาหายเงียบจากฉันไปโดยไม่บอกกล่าว
- I experienced ghosting. (Noun) - ฉันเคยเจอการ Ghosting (หายไปเฉยๆ ไม่บอกกล่าว)
1. Ghosting (N.) - หายไปเฉยๆ ไม่ตอบ ไม่อธิบาย
อยู่ดีๆ ก็หายยย ไลน์ไม่ตอบบ~ ใครเคยเจอคนที่คุยด้วยบอกว่าไปอาบน้ำแปป แต่ผ่านไปแล้ว 3 วันก็ยังไม่กลับมาซักที 5555 นี่แหละค่ะที่เค้าเรียกว่า ‘Ghosting’ หรือการตัดการติดต่อแบบเงียบๆ ไม่ตอบ ไม่อธิบาย หายไปเหมือนผี (แต่ที่หลอนกว่าคือยังออนไลน์นะ และยังโพสต์โซเชียลปกติ 5555)
ตัวอย่างประโยค
Ghosting is becoming more common in online dating.
เดี๋ยวนี้เล่นแอปเดตทีไร มีโอกาสโดน Ghost มากกว่าได้คบอีก
2. Orbiting (N.) - ไม่คุยแล้ว แต่ยังแอบดูสตอรี่ กดไลก์
เลิกคุยกันไปแล้วนะ แต่ฮีก็ยังโผล่มาส่องสตอรี่ทุกวัน กดไลก์ทุกโพสต์ แต่ก็ไม่เคยทักมา เอ้ะ มันยังไง? พฤติกรรมแบบนี้แหละค่ะ เค้าเรียกว่า ‘Orbiting’ คือการที่อีกฝ่ายไม่สานต่อความสัมพันธ์แล้ว แต่ก็ยังวนเวียนอยู่ในโลกโซเชียลของเรา (orbit = วงโคจร) เหมือนดาวเทียมที่โคจรรอบโลก แต่ไม่เคยลงจอดสักที!
ตัวอย่างประโยค
He's still liking my photos even though we don't talk anymore. That's orbiting.
ฮีไม่ทัก ฮีไม่คุย แต่ยังวนเวียนมากดไลก์รูปอยู่อย่างงั้น แบบนี้เรียก Orbiting ปะแม่
3. Stringing someone along (Phrasal Verb) - ดึงเชือกไว้ ไม่คบแต่ไม่ปล่อย
ชวนคุยทุกวัน เต๊าะบ้าง หายบ้าง พอดิชั้นจะตัดใจก็กลับมาทักใหม่ แต่พอถามว่าคบกันมั้ย?...เงียบ (ใครเคยโดนแบบนี้บ้าง 55555) ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า ‘Stringing someone along’ ค่ะ เป็นการทำให้อีกฝ่ายมีความหวัง ทั้งที่ตัวเองไม่ได้คิดจะจริงจังหรือพัฒนาความสัมพันธ์ (ชั้นไม่ใช่ของเล่นของแกนะ!)
ตัวอย่างประโยค
She kept stringing him along without any intention of dating him.
ชีทำให้เขามีความหวัง ทั้งที่ไม่เคยคิดจะคบจริงจังสักสักนิด
4. Breadcrumbing (N.) – ทักมาเป็นพักๆ เพื่อให้เรายังรอ
อันนี้ก็เป็นหนึ่งในวิธี Stringing someone along เลยค่ะ คือให้ความหวังทีละนิด เหมือนโปรยเศษขนมปัง (แต่ไม่เคยยื่นขนมปังทั้งแถวให้สักที) ฟีลแบบทักมาเป็นระยะๆ เพื่อให้เรายังมีความหวัง แต่ก็ไม่เคยคิดจะพัฒนาความสัมพันธ์จริงจัง ใครตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ก็ ออกมาเถ้อะะะ!
ตัวอย่างประโยค
I realized he was breadcrumbing me the whole time.
เพิ่งรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาแค่ให้ความหวังไปวันๆ ไม่ได้คิดจะจริงจังสักนิด
5. Benching (N.) - เก็บไว้เป็นตัวสำรอง
สำหรับคำนี้มาจาก ‘Bench’ ในกีฬา หมายถึงการนั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง ในความสัมพันธ์ก็เลยหมายถึงการเก็บอีกฝ่ายไว้เป็นตัวสำรองนั่นเองค่ะ แบบว่าคุยไว้เรื่อยๆ ให้ยังมีความหวัง แต่ไม่ได้จะจริงจัง เพราะถ้าคนที่คุยอยู่ตอนนี้ไปไม่รอดเมื่อไหร่ ก็ยังมีตัวสำรองรออยู่บนม้านั่งนั่นเอง T^T
ตัวอย่างประโยค
He never asked me out, but he kept me around. I realized he was benching me.
ไม่เคยชวนไปเดต แต่ก็ยังรั้งเราไว้เป็นตัวเลือก นี่แหละ Benching
6. Pocketing (N.) - แอบคบ ไม่เปิดตัว
คำนี้ก็เป็นอีกคำที่เจอบ่อยในโซเชียลมากค่ะ ซึ่งมาจาก ‘Pocket’ (ในกระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋ากางเกง) ก็เลยเปรียบเหมือนเก็บใครสักคนไว้ในกระเป๋า (ไม่เปิดเผยในที่สาธารณะ) คือคบกันอยู่ แต่ไม่ยอมให้ใครรู้นั่นเอง
ตัวอย่างประโยค
They've been dating for months, but she's still pocketing him.
คู่นั้นคบกันมาหลายเดือนแล้ว แต่นางก็ยังไม่ยอมเปิดตัวหนุ่มสักที
7. Gaslighting (N.) - บิดเบือนให้เราไม่เชื่อความคิดตัวเอง
"คิดมากไปเองป่าว?" "จำผิดละ" "เรื่องแค่นี้เอง จะดราม่าทำไม?" ถ้าอีกฝ่ายพูดแบบนี้ซ้ำๆ จนเรารู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่มั่นใจในสิ่งที่เห็นหรือรู้สึก นี่อาจเข้าข่าย Gaslighting ค่ะ เป็นการบิดเบือนความจริงหรือทำให้อีกฝ่ายสงสัยในความคิดของตัวเอง ซึ่งหลังๆ มานี้คำนี้ค่อนข้างฮิตในโซเชียลเลยค่ะ (ไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์)
แต่จริงๆ แล้ว Gaslighting ไม่ได้หมายถึงการเถียงกันหรือความคิดเห็นไม่ตรงกันแค่ครั้งเดียวนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จนอีกฝ่ายเริ่มไม่เชื่อการรับรู้ของตัวเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
He kept saying I was overreacting. It felt like gaslighting.
เขาชอบบอกว่าฉันคิดมากเกินไป จนนี่รู้สึกเหมือนโดน Gaslighting เลยอะ
8. Soft launching (N.) – เปิดตัวคนคุยแบบไม่เห็นหน้า
เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอแน่นอน ไม่ใช่จากไหนไกล บางทีก็จากเพื่อนตัวเองนี่แหละค่ะ 5555 เวลานางลงรูปติดผู้ชาย แต่เห็นแค่ครึ่งๆ กลางๆ เห็นแค่เงา แค่ไหล่ แค่แขน หรือแค่รองเท้า แบบมี hint ให้สงสัย แต่ก็ไม่ยอมให้เห็นหน้าสักที แล้วก็ปล่อยให้พวกเราที่มีจิตวิญญาณโคนัน คอยซูม คอยสืบกันว่าตกลงคนนี้คือใคร เพื่อนใครเป็นแบบนี้ เราจะเรียกกันว่า Soft Launching หรือการค่อยๆ เปิดตัวคนคุยหรือแฟนผ่านโซเชียลแบบเนียนๆ แอบๆ นั่นเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
She's soft launching her new boyfriend on Instagram.
นางกำลังค่อยๆ เปิดตัวแฟนใหม่บนไอจี แต่ก็ดูไม่ออกเลยว่าเป็นใคร
9. Zombieing (N.) - หายไปนานมาก แล้วโผล่กลับมาแบบไม่มีคำอธิบาย
‘Ghosting’ คือการหายไปแบบไม่บอกไม่กล่าวแล้วหายไปเลยใช่ไหมคะ แต่ถ้าวันนึงเขากลับมาทัก ฮัลโหล เป็นไงบ้าง คิดถึงจัง หลังจากที่หายไปเป็นเดือนหรือเป็นปี แบบนี้คือการอัปเกรดเป็น ‘Zombieing’ แล้วค่ะ แบบว่าหายไป แล้วจู่ๆ ก็ฟื้นคืนชีพกลับมาเหมือนซอมบี้ เอ้ เอ้ (ขออนุญาตร้องเหมือนน้องเนเน่ 555) ยิ่งไปกว่านั้น บางคนทำเนียนตีมึนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น งง!
ตัวอย่างประโยค
He disappeared for six months and then texted me out of nowhere. Classic zombieing.
ฮีหายไปนานตั้ง 6 เดือน แล้วอยู่ๆ ก็ทักกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังกะซอมบี้
10. Future Faking (N.) - พูดถึงอนาคตร่วมกันอย่างสวยหรู ทั้งที่ไม่คิดจะทำจริง
แพลนอนาคตเก่งกว่านักวางแผนชีวิต แต่ทำจริงไม่ได้สักข้อ 5555 นี่แหละค่ะ ที่เค้าเรียกว่า ‘Future Faking’ บอกว่าปีหน้าจะพาไปญี่ปุ่นบ้าง เดี๋ยวพาไปเจอพ่อแม่บ้าง คุยกันไปถึงชื่อลูก (แต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกันนะ 5555) พูดถึงอนาคตเก่ง แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงสักอย่าง จนนึกว่าเป็นนักขายตรง
ตัวอย่างประโยค
He talked about marriage, but it was just future faking.
เขาเอาแต่พูดเรื่องแต่งงาน แต่จะได้แต่งกี่โมงเอ่ย น่าจะขายฝันมากกว่า
11. Slow Fading (N.) - ค่อยๆ หายไปทีละนิด ตอบช้าลง คุยน้อยลง
จากที่เคยตอบแชตในไม่กี่วิ กลายเป็นหลายชั่วโมง จากที่เคยคุยกันทุกวัน ก็เริ่มเหลือวันเว้นวัน สุดท้ายกลายเป็นอาทิตย์ละครั้ง ทั้งที่เมื่อก่อนคุยกันแทบตลอดเวลา จนกลายเป็นแชตหนักขวา (ภาษาอังกฤษเรียกว่า ‘Dry Texting’) T^T ซึ่งถ้ามองในแง่ดี ก็เอ้ เค้าอาจจะยุ่งหรือป่าวนะ แต่ถ้าเป็นแบบนี้เรื่อยๆ จนรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังถอยห่าง ก็อาจเข้าข่าย ‘Slow Fading’ ค่ะ จนสุดท้ายความสัมพันธ์ก็ค่อยๆ จางหายไป โดยไม่มีคำว่าเลิกออกมาจากปาก (เศร้าเลย)
ตัวอย่างประโยค
Instead of ending things honestly, she chose slow fading.
แทนที่จะมาบอกเลิกตรงๆ แต่ชีกลับค่อยๆ เฟดออกไปทีละนิด
12. Cushioning (N.) - มีคนคุยหลายคนเผื่อความสัมพันธ์หลักไปไม่รอด
สำหรับคำนี้มาจาก Cushion ที่แปลว่าเบาะรองรับ ‘Cushioning’ เลยเปรียบเหมือนการที่ใครบางคนที่มีแฟนหรือมีคนคุยหลักอยู่แล้ว แต่ก็ยังแอบรักษาความสัมพันธ์กับคนอื่นเอาไว้ ทั้งทักคุย หยอดคำหวาน กดไลก์ หรือทอดสะพานให้อีกฝ่ายรู้ว่ายังมีโอกาส เพื่อเก็บไว้เป็นเบาะสำรอง เผื่อวันไหนความสัมพันธ์หลักล้ม จะได้มีคนรองรับและไม่ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่แบบเหงาๆ นั่นเองค่ะ
ตัวอย่างประโยค
He's in a relationship, but he's still texting other people. That's cushioning.
เขามีแฟนแล้วนะ แต่ยังคุยกับคนอื่นเผื่อไว้เลือกอีกอ่ะ
สำหรับใครที่กำลังอยู่ในสถานะคนคุย หรือความสัมพันธ์ที่ยังไม่ชัดเจน ไม่ว่าจะกำลังแฮปปี้ หัวใจพองโต หรือแอบสับสนกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย (หรือกับตัวเอง) เชื่อว่าคำศัพท์ที่พี่ลูกหมูจัดมาให้ คงจะทำให้อินไม่น้อยแน่ๆ 555555 และถ้ายังไม่ได้ฟังเพลง Less than a Love ของ JENNIE ก็อย่าลืมไปฟังกันนะคะ เพราะเพลงนี้เธอมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนจริงๆ แถม MV ก็ vibe ดีมากกกก เห็นแล้วอยากไปซัมเมอร์ที่สเปนเลยค่ะ~
. . . . . . . .
เพิ่มความมั่นใจก่อนสอบ IELTS
ทดลองสอบออนไลน์ เพียง 440 บาท!
สำหรับทีมต่อนอก หรือทีมเรียนอินเตอร์ ที่กำลังจะสอบ IELTS เคยเป็นเหมือนกันมั้ย? เตรียมตัวมาเยอะมากแค่ไหนแต่ก็ยังไม่มั่นใจสักที จะลุยสอบจริงก็กลัวตุ้บแล้วต้องสอบซ้ำ ทำให้งบบานปลายไปอีก
แต่บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะตอนนี้ทุกคนสามารถฝึกทำข้อสอบเสมือนจริงได้แล้วที่ Dek-D's IELTS Online Mock Test จัดเต็มข้อสอบครบทั้ง 4 พาร์ต ฝึกทำออนไลน์ที่บ้านได้ง่ายๆ พร้อมรับ feedback จริง ช่วยให้รู้จุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนาต่อ บูสต์ความมั่นใจก่อนเจอของจริง! // ค่าสอบเพียง 440 เท่านั้น~
พาส่องไฮไลต์ ฝึกสอบกับ Dek-D ดียังไงบ้าง?
- ได้ฝึกสอบออนไลน์ครบทั้ง 4 พาร์ต ค่าสอบเพียง 440.- (ต่อชุด)
∟ ได้สอบครบทั้ง Speaking, Writing, Listening และ Reading
∟ มีข้อสอบให้เลือกฝึกมากกว่า 30 ชุด
∟ พิเศษ! ได้ฝึกพูดจริง ฝึกเขียนจริง #รู้ผลทันที ตรวจให้แบบละเอียด บอกจุดที่ต้องแก้ไขครบ .
- รู้ผลไว ไม่ต้องรอนาน ประเมินตามเกณฑ์จริงทุกพาร์ต
∟ หลังส่งคำตอบจะรู้ Band รายพาร์ต และ Overall Band ทันที
∟ มีคำอธิบายให้ละเอียดว่าทำไมเราถึงได้ Band ตามนี้ แล้วถ้าอยากได้ Band ที่สูงขึ้นในแต่ละระดับควรพัฒนาในจุดไหนเพิ่มเติม
- ข้อสอบมีมาตรฐานโดย Marshall Cavendish หน่วยงานด้านการศึกษาระดับโลก จากประเทศสิงคโปร์
- ช่วยเซฟค่าใช้จ่าย ไม่ให้บานปลาย
∟ เหมาะสำหรับคนที่อยากเตรียมความพร้อม หรืออยากลองทำข้อสอบก่อนลงสนามจริง
∟ จะได้สอบแค่ครั้งเดียวแล้วได้ Band ตามที่ต้องการ ไม่ต้องจ่าย 8,xxx ไปสอบหลายรอบ
0 ความคิดเห็น