สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ เชื่อว่าหนึ่งในทุนใหญ่ที่หลายคนรอคอยก็คือ ทุนรัฐบาลสหราชอาณาจักร หรือที่หลายคนรู้จักกันในนาม ‘ทุนชีฟนิ่ง’ (Chevening) ที่ล่าสุดได้ประกาศกำหนดการของปี 2027/28 ออกมาแล้ว (หมดเขต 6 ต.ค. 2026)
สำหรับใครที่กำลังตั้งเป้าสมัครทุนนี้ นอกจากการเตรียม Essay และวางแผนเลือกมหาวิทยาลัยแล้ว การพัฒนาความรู้แลอัปสกิลให้สอดคล้องกับประเด็นระดับโลกก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเสริมโปรไฟล์ให้โดดเด่นมากขึ้น เพราะทุนนี้พิจารณาผู้รับทุนแบบองค์รวม ทั้งศักยภาพในการเป็นผู้นำ รวมถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงในอนาคตด้วยค่ะ
วันนี้พี่ลูกหมูเลยมารวบรวม 5 คอร์สออนไลน์เรียนฟรี จากองค์กรและสถาบันระดับโลกอย่าง UN, FAO, UNITAR และ EPFL ที่ครอบคลุมหัวข้อที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ // ใครอยากอัปสกิล เพิ่มความรู้ หรือกำลังมองหาคอร์สไว้ Build Profile ก่อนสมัครทุน บอกเลยว่าห้ามพลาด!
อยากสมัครทุน Chevening ต้องอ่าน!หลักๆ แล้ว Chevening ประเมินผู้สมัครจาก 4 ด้านหลัก ได้แก่
แล้วการเรียนคอร์สพวกนี้ช่วยยังไงบ้าง?
Note: คอร์สออนไลน์นี้ไม่ใช่ข้อกำหนดของการสมัครทุน Chevening และไม่ได้การันตีว่าจะได้รับทุน แต่หากนำความรู้ไปต่อยอดกับการทำงาน กิจกรรม หรือโครงการเพื่อสังคม ก็สามารถช่วยสะท้อนความสนใจและเป้าหมายอาชีพของเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้ค่ะ |
1. Building Resilient Societies: The UN’s Joined-up Approach
ปัจจุบัน ความมั่นคงไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องสงครามหรือความขัดแย้ง แต่ยังครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด วิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาด้านมนุษยธรรม ซึ่งล้วนเชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อกัน
คอร์สนี้จะพาไปทำความเข้าใจแนวทางขององค์การสหประชาชาติ (UN) หรือสังคมที่สามารถเตรียมความพร้อม รับมือ และฟื้นฟูจากวิกฤตต่างๆ ได้ รวมถึงเรียนรู้บทบาทของภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และชุมชนในการร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ค่ะ
- ระยะเวลาเรียน 2 ชั่วโมง 30 นาที
- โดย FAO eLearning Academy (องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ)
เนื้อหาที่จะได้เรียน
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
- การลดความยากจนในพื้นที่ชนบท
- การย้ายถิ่นฐาน
- การบริหารจัดการความเสี่ยง และการสร้างความยืดหยุ่นในภาคเกษตร
. . . . . . . .
2. A Resilient Future: Science and Technology for Disaster Risk Reduction
เมื่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการขยายตัวของเมือง การมีความรู้ด้าน Disaster Risk Reduction จึงมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคนที่สนใจงานด้านนโยบาย การพัฒนา และการจัดการภัยพิบัติ
ถ้าใครอยากรู้ว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในปัจจุบันจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ดินถล่ม และแผ่นดินไหวได้ยังไง และมีแนวทางไหนที่จะช่วยการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืนได้อีกบ้าง ต้องปักหมุดคอร์สนี้เลยค่ะ!
- ระยะเวลาเรียน: 7 สัปดาห์ // ใช้เวลาเรียนประมาณ 2 - 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- โดย EPFL
เนื้อหาที่จะได้เรียน
- การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Disaster Risk Reduction: DRR)
- การประเมินความเสี่ยงด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่
- เทคโนโลยีและมาตรการป้องกัน รวมถึงลดผลกระทบจากภัยพิบัติ
- ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning Systems) และการเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ
- การใช้หุ่นยนต์โดรน (UAVs) และ ICT ในการช่วยเหลือและจัดการภัยพิบัติ
- แนวทางฟื้นฟูและก่อสร้างหลังเกิดภัยพิบัติตามหลัก Build Back Better
- การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้าง Resilience และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
. . . . . . . .
3. Anticipatory Governance: Systems Thinking and Strategic Foresight for SDG-aligned Integrated Planning
ปัญหาใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ วิกฤตสุขภาพ ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือความขัดแย้ง ล้วนเชื่อมโยงและส่งผลกระทบต่อกัน คอร์สนี้เลยจะพาไปรู้จักเครื่องมืออย่าง Systems Thinking และ Strategic Foresight ที่จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของปัญหา คาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า และออกแบบนโยบายหรือวางแผนงานที่พร้อมรับมือกับอนาคตได้อย่างเป็นระบบค่ะ
- ระยะเวลาเรียน: ใช้เวลาเรียนรวมทั้งหมดประมาณ 8 - 12 ชั่วโมง
- โดย UNITAR (สถาบันเพื่อการฝึกอบรมและการวิจัยแห่งสหประชาชาติ)
เนื้อหาที่จะได้เรียน
- พื้นฐานแนวคิด Anticipatory Governance, Systems Thinking และ Strategic Foresight
- การมองปัญหาแบบเชิงระบบ (Systems Thinking) และการคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า
- เครื่องมือและเทคนิคในการประยุกต์ใช้แนวคิด กับการกำหนดนโยบายและการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
- การตัดสินใจและออกแบบนโยบายในอนาคต เพื่อช่วยให้องค์กรและภาครัฐรับมือกับความไม่แน่นอน รวมถึงวางแผนระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
. . . . . . . .
4. Climate Change: From Learning to Action
สำหรับใครที่อยากปูพื้นฐานด้าน Climate Change คอร์สนี้เหมาะมากค่ะ เพราะจะพาไปทำความเข้าใจทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางรับมือ
นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ว่าทั้งประชาชน องค์กร และภาครัฐ สามารถร่วมกันลดความเสี่ยงและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร บอกเลยว่าเรียนจบแล้วได้ทั้งความรู้และมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับการรับมือกับ Climate Change มากขึ้นแน่นอนค่ะ
- ระยะเวลาเรียน: 8 ชั่วโมง
- โดย One UN Climate Change Learning Partnership
เนื้อหาที่จะได้เรียน
- พื้นฐานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) สาเหตุ ผลกระทบ และความท้าทายที่โลกกำลังเผชิญ
- แนวทางการปรับตัว (Climate Adaptation) เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- วิธีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation)
- การวางแผนสำหรับโครงการด้านการรับมือกับ Climate Change
- ความรู้เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือระดับโลก
- ตัวอย่างการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง เพื่อรับมือกับ Climate Change ในภาคส่วนต่างๆ
. . . . . . . .
5. Securing Resilient Urban Futures: From Vision to Action
ลองนึกภาพว่าถ้าเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในเมืองที่ไม่มี Urban Resilience ไร้ระบบเตือนภัย ระบบไฟฟ้าและขนส่งอาจหยุดชะงัก โรงพยาบาลได้รับผลกระทบ ขาดแผนรับมือ และต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟูเป็นปกติ ดังนั้นการเตรียมพร้อมและมีแผนรองรับกับความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญ
คอร์สนี้จะพาไปเรียนรู้การสร้าง ‘Urban Resilience’ ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง หลักธรรมาภิบาล การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ไปจนถึงการวางแผนระยะยาว พร้อมเรียนรู้ผ่าน Case Study จากเมืองต่างๆ ที่จะให้เห็นภาพชัดมากขึ้น
- ระยะเวลาเรียน: แต่ละ Module ใช้เวลาเรียนประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง (มีทั้งหมด 5 Modules)
- โดย United Nations System Staff College (UNSSC)
เนื้อหาที่จะได้เรียน
- แนวคิด Urban Resilience และความสำคัญของการสร้างเมืองที่พร้อมรับกับวิกฤต
- การพัฒนาเมืองด้วยแนวคิด Systems Thinking การบริหารจัดการเมือง และความร่วมมือระหว่างภาคส่วน
- การประเมินความเสี่ยงและการวางแผนรับมือกับภัยพิบัติ
- ปัจจัยที่ทำให้เมืองมีความเปราะบางต่อภัยพิบัติ พร้อมเรียนรู้ Case Study จากเมืองทั่วโลก
- แนวทางสร้าง Urban Resilience ผ่านการวางผังเมือง การบริหารความเสี่ยง การคุ้มครองทางสังคม และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
https://www.chevening.org/news/five-free-courses-on-tackling-global-challenges/
. . . . . . . .
Dek-D's Study Abroad Fair 2026
“Fast Track to Your Future”
เข้าฟรี! 3 – 4 ตุลาคมนี้ ที่ BITEC บางนา
เจอกันตุลาคมนี้! งานแฟร์เรียนต่อต่างประเทศครั้งใหญ่จาก Dek-D ที่มาได้ถูกจังหวะสุด ๆ เพราะจัดขึ้นในช่วงสำคัญของการวางแผนเรียนต่อ ไม่ว่าจะกำลังเตรียมยื่นสมัครในรอบใหญ่ช่วงปลายปี หรืออยากเริ่มต้นวางแผนล่วงหน้าสำหรับปี 2027 ที่นี่คือจุดสตาร์ตที่ใช่!
ตอบโจทย์ทั้งคนที่เพิ่งเริ่มหาข้อมูล กำลังเตรียมสอบภาษา วางแผนเลือกหลักสูตร/ประเทศ หรืออยากปรึกษารุ่นพี่และผู้เชี่ยวชาญ มางานนี้มีครบทุกตัวช่วย พร้อมพาทุกคน Fast Track สู่เป้าหมายการเรียนต่อในฝันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น // เข้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!
[ The Gate to Your Future Is Open. ]
- The Global Gate: ยกทัพกว่า 40+ บูท จากสถาบัน เอเจนซี และมหาวิทยาลัย ครอบคลุมกว่า 20+ ประเทศยอดนิยม ทั้งยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกา และอีกมากมาย
- The Alumni Gate: ปรึกษาฟรี! กับ ทีมรุ่นพี่นักเรียนทุนมหาวิทยาลัยชั้นนำในหลายประเทศ
- The Community Gate: โซนใหม่! บูทรวมสมาคมนักเรียนไทยในต่างประเทศ โอกาสพูดคุย รับคำแนะนำ พร้อมให้คำปรึกษากับน้อง ๆ และผู้ปกครองที่สนใจเรียนต่อ แต่ยังไม่รู้ต้องเริ่มยังไง
- The Starter Gate: แจกฟรี! Planner 101 วางแผนเรียนต่อนอกฉบับมือใหม่ อัปเดตข้อมูลใหม่ เตรียมพร้อมปี 2027
- The IELTS Gate: ห้ามพลาด! IELTS Mock Test ทดลองสอบฟรี 3 พาร์ตในรอบเดียว (Reading, Writing และ Listening) โดย British Council IELTS (Walk-in ได้เลย)
- The Story Gate: พบกับ Alumni Talk: #ทอล์กเด็กนอก จากนักเรียนทุนและศิษย์เก่าจหลายประเทศ & แชร์ประสบการณ์เรียนต่อและการใช้ชีวิตจริงในต่างแดน ข้อมูลเน้น ๆ จัดเต็มกว่า 20+ หัวข้อสุด Exclusive ที่งานนี้งานเดียว!
- The Language Gate: โปรแกรมทดสอบความรู้ 10 ภาษาต่างประเทศ พร้อมรับ Feedback ไปพัฒนาต่อ
- The Top U Gate: เปิดอันดับมหาวิทยาลัยโลกกว่า 50+ สาขายอดฮิต อัปเดตล่าสุดปี 2026 ที่งานนี้
Your flight is ready for departure.
- พบกัน 3–4 ตุลาคม 2026│เวลา 9.00 – 17.00 น.
- ไบเทค บางนา (ฮอลล์ EH 98)
- เข้าฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย มาได้ทุกวัย
- เดินทางด้วยรถส่วนตัว หรือ BTS บางนา ทางออก 1 (ลงสถานีแล้วเจอเลย)
. . . . . . . .
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
- TikTok: @tornokandcourse
0 ความคิดเห็น