สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครเล็งสายงานนักการทูต หรือกำลังหาข้อมูลทุนเรียนต่อออสเตรเลีย วันนี้เราจะพาไปรู้จัก “พี่เสือ-ธนชัย ทับทอง” นักการทูตกระทรวงการต่างประเทศ ผู้คว้าทุนรัฐบาลออสเตรเลีย Aus4ASEAN ไปศึกษาหลักสูตร Master of Sustainability ที่ University of Sydney (USYD) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม The Group of Eight (Go8) กลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลีย และหลังเรียนจบก็กลับมาปฏิบัติราชการที่กองแปซิฟิกใต้ ดูแลงานความสัมพันธ์ไทยกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ค่ะ
จากเด็กแลกเปลี่ยนที่สหรัฐฯ สู่การทำงานสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ก่อนกลับเข้าห้องเรียนอีกครั้งในวัย 30 ครั้งนี้พี่เสือจะมาแชร์ตั้งแต่วิธีคิดตอนสมัครทุน การข้ามสายมาเรียน Sustainability ชีวิตปริญญาโทที่ Sydney ไปจนถึงเรื่องท้าทายในงานนักการทูต
เส้นทางจาก Cairo to Sydney ครั้งนี้จะเป็นยังไง ตามไปฟังจากพี่เสือกันเลยค่ะ!


. . . . . . .
จากเด็กแลกเปลี่ยน สู่เส้นทางนักการทูต
จุดเริ่มต้นต้องย้อนไปช่วงมัธยมครับ ผมได้ทุน Kennedy-Lugar Youth Exchange and Study ไปรัฐ Montana ผ่านโครงการ AFS ไปแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกา 1 ปี ประสบการณ์นั้นเปิดหูเปิดตามาก ทำให้อยากได้ทุนไปเรียนรู้อะไรอีกเยอะๆ และเริ่มสนใจความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับงานการทูต
พอกลับมาเลยเลือกเรียนปริญญาตรีด้านการเมืองและการระหว่างประเทศ (BMIR) ภาคภาษาอังกฤษ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ จบปี 2557 แล้วสอบเข้ากระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจะได้ไปประจำการที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ จนถึงช่วงไปเรียนต่อออสเตรเลียครับ
. . . . . . .
Mission: Aus4ASEAN
สมัครแข่งกับเวลา
ตอนแรกผมมองหาประเทศที่จะได้เรียนภาษาที่สาม แต่ออสเตรเลียก็เป็นประเทศที่อยากไปมาตลอด พอเห็นเพื่อนสมัครทุน Australia Awards Mekong-Australia Partnership (AA-MAP) เลยศึกษาข้อมูล เพราะเพิ่งรู้จักทุนนี้ครั้งแรก จากนั้นก็รีบสอบ IELTS ใหม่แล้วยื่นสมัครในปีนั้นเลย
ผมสมัครทุนในปี 2565 (ค.ศ. 2022) ซึ่งเป็นช่วงที่อาเซียนกับออสเตรเลียตกลงที่จะยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) จึงมีทุน Aus4ASEAN ขึ้นมาเป็นโอกาสพิเศษ โดยมีโควตาคนไทย 10 ทุน และให้ความสำคัญกับสาขาที่สอดคล้องกับ 4 แกนของ ASEAN Outlook on the Indo-Pacific (AOIP) ประกอบด้วย (1) Maritime Cooperation (2) Connectivity (3) Sustainable Development Goals และ (4) Economic Cooperation ครับ
ตอนนั้นผมมองไว้หลายสาขา ทั้ง Human Development เพราะสนใจงานแนวสหประชาชาติ (UN) และอยากรู้วิธีคิดของภาคเอกชน รวมถึง Economics แต่ด้วยเวลาที่จำกัดและยังทำงานอยู่อียิปต์ สุดท้ายผมเลือก Master of Sustainability, University of Sydney ซึ่งอยู่ในแกน Sustainable Development Goals พอดี
เขียนใบสมัครยังไงให้กรรมการจับ Main Message ได้เร็ว?
ในใบสมัครมี 5 คำถามและจำกัดจำนวนคำ กลยุทธ์ของผมคือทำให้กรรมการจับ Main Message ได้เร็วที่สุด โดยเรียงให้ชัดว่า ปัญหาคืออะไร -> ขาดอะไร -> ภาครัฐเข้าไปเสริมตรงไหนได้ -> สิ่งที่เรียนจะกลับมาช่วยสังคมหรืออาเซียนอย่างไร
อย่างคำถามว่าทำไมถึงเลือกสาขานี้ ผมมองว่า Sustainability เป็น Global Trend ที่ภาครัฐควรมีบทบาทผลักดัน เพราะจริงๆ แล้วความยั่งยืนเชื่อมตั้งแต่นโยบายรถ EV, Low-carbon Society, Net Zero ไปจนถึงระบบเศรษฐกิจ และมีทั้งมิติสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
ประสบการณ์ทำงานก็มีส่วนครับ ตอนนั้นผมทำงานกระทรวงการต่างประเทศและเรื่องอาเซียนมาแล้ว เลยพยายามเชื่อมให้เห็นว่า สิ่งที่เคยทำ -> สิ่งที่จะไปเรียน -> สิ่งที่จะกลับมาขับเคลื่อน ไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงจะช่วยสานต่อความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลียอย่างไร
. . . . . . .
รีวิวป.โท Sustainability @ University of Sydney
Master of Sustainability ที่ USYD เป็นหลักสูตรสหวิทยาการที่มองความยั่งยืนหลายด้าน ตั้งแต่พลังงานและทรัพยากร อาหารและน้ำ สาธารณสุข นโยบาย ไปจนถึงภาคธุรกิจ
ข้ามสายจากรัฐศาสตร์ ปรับตัวหนักแค่ไหน?
หลักสูตรนี้เรียน 3 เทอม ผมว่ายากเพราะค่อนข้าง Intensive และการบ้านเยอะ ยิ่งเป็นเนื้อหาใหม่สำหรับผม เพราะพื้นฐานเดิมคือรัฐศาสตร์ ช่วงเทอมแรกเลยต้องทำความเข้าใจตั้งแต่คอนเซปต์ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนพลังงาน พอเทอม 2 เริ่มเน้นการประยุกต์ใช้ ส่วนเทอม 3 จะมี Capstone Project ที่ได้ทำงานกับองค์กรเอกชนภายนอกครับ
เห็นต่างได้ หากมีหลักฐานน่าเชื่อถือ
รูปแบบการเรียนเน้นการถกเถียง อย่างคลาส Tutorial บางวิชาให้คะแนน Participation ถึง 20% ต้องอ่าน Text มาก่อนแล้วมาคุยกับเพื่อน ในส่วนของการทำรายงาน เรามีสิทธิจะเห็นต่างจากสิ่งที่อาจารย์สอนหากเราเชื่อว่าข้อมูลที่เราหาได้เป็นหลักฐานน่าเชื่อถือ
สำหรับใครที่กังวลว่าจะถกประเด็นระหว่างประเทศได้ไหม หัวข้อจะ Sensitive หรือเปล่า เพราะคนในคลาสมาจากหลายเชื้อชาติ สิ่งที่ผมเจอคือคลาสเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ตราบใดที่มีเหตุผลรองรับ และไม่ต้องเอาความเห็นต่างกลับมาเป็นเรื่องส่วนตัวครับ
อย่างเทอมแรกมีวิชา Sustainable Development and Population Health ผมเลือกศึกษาเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ เพราะมองว่าไม่มีแหล่งพลังงานไหนสะอาด 100% โดยไม่โต้เถียงว่า Nuclear Energy ดีหรือไม่ แต่ดูว่าถ้าจะใช้ ต้องบริหารจัดการอย่างไร รวมถึงคิดเผื่อเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้อย่างกรณีของ Fukushima ครับ
จากห้องเรียน สู่โจทย์จริง!
จุดหนึ่งที่ผมชอบมากของ USYD คือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีเครือข่ายพันธมิตรทางการศึกษาที่แข็งแกร่ง โดยในส่วน Capstone Project ในเทอม 3 ผมได้วิเคราะห์นโยบายของรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ มีเวลาประมาณ 3 เดือน ก็เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก เนื่องจากจะได้ศึกษาสภาพเศรษฐกิจและสังคมออสเตรเลียแล้ว ก็ยังมีโอกาสได้จัดการประชุม Round Table ออนไลน์เพื่อพูดคุยกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ของโครงการด้วย
ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นโปรเจกต์ที่ผมทำร่วมกับ Business Council for Sustainable Development Australia (BCSD Australia) ในซิดนีย์ ซึ่งนโยบายที่มีอยู่เดิมให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่ม พอลงรายละเอียดก็เห็นข้อจำกัดบางอย่าง เช่น พลาสติกที่จะนำกลับมาใช้กับอาหารต้องผ่านข้อกำหนดเรื่อง Food Grade ส่วนขวดไวน์บางประเภทมีต้นทุนในการหลอมกลับมาใช้ใหม่สูงกว่าการผลิตใหม่
Did you know?
University of Sydney เคยคว้าอันดับ 1 ของออสเตรเลีย และอันดับ 4 ของโลกด้าน Graduate Employability จาก QS Graduate Employability Rankings 2022 และปัจจุบัน Sydney CareerHub ของมหา’ลัยยังมีประกาศงานกว่า 30,000 ตำแหน่งต่อปี ให้นักศึกษาและศิษย์เก่าเข้าไปค้นหาโอกาสทำงานด้วย
. . . . . . .
ชีวิตเด็กป.โทที่ Sydney
เมืองนี้ผมอยากกลับไปซ้ำ
ค่าบ้านคือเรื่องใหญ่!
หลักสูตรที่ผมเรียนมีคนในท้องถิ่นชาวออสเตรเลียที่กำลังทำงานไปด้วยแล้วมาเรียนช่วงเย็น มากกว่าครึ่งครับ โดยรวมผมแฮปปี้กับชีวิตที่นี่นะ ยกเว้นเรื่องเดียวคือ ค่าบ้านสูงมาก! ทุนแทบจะหมดไปกับค่าเช่า
ตอนมาเรียนผมอายุช่วง 30 อยากได้ความเป็นส่วนตัว เลยเลือกไม่แชร์ห้องกับรูมเมต โชคดีที่ตอนนั้นยังมีสถานะเป็นข้าราชการ เลยมีเงินเดือนเข้ามาช่วยอีกทาง ถ้าทำอาหารกินเองก็ประหยัดได้เยอะครับ
ผมอยู่แถว Broadway ไม่ไกลจาก CBD ค่าเช่าตอนนั้นประมาณ 550 AUD ต่อสัปดาห์ ช่วงแรกต้องหาบ้านให้ได้เร็วที่สุด เพราะถ้าอยู่โรงแรมต่อ ค่าใช้จ่ายจะสูงมาก ถ้างบไหวและอยากมีสังคม เจอเพื่อนง่าย การอยู่ในเมืองก็ช่วยได้มากครับ
สำเนียงออสซี่ต้องปรับหูนิดนึง
ตอนแรกผมอยากไปประเทศที่ได้เรียนภาษาที่สาม แต่พอมาอยู่ออสเตรเลียก็เห็นข้อดีอีกแบบ เพราะเราใช้ภาษาเดียวกัน เลยไม่ค่อยมีกำแพงเวลาเข้าหาคน แต่ๆๆ ถ้าคุยกับคนท้องถิ่น สำเนียงออสซี่กับสแลงคือ Another World เลยครับ 5555 ถ้าฟังไม่เข้าใจ คนที่นี่ก็พร้อมอธิบายให้ครับ
หา Community และเพื่อนได้ไม่ยาก
ผมรู้สึกว่าที่ออสเตรเลียมี Community อยู่ตลอดเวลา มีทั้งคลับวิ่ง คลับจักรยาน คลับวอลเลย์บอลชายหาด ในคลาสผมก็สนิทกับเพื่อนอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ทำโปรเจกต์และไปแฮงก์เอาต์ด้วยกันบ่อย พอมีเวลาก็ได้ออกไปเที่ยวหลายที่ รวมถึงไปดำน้ำที่ Great Barrier Reef ด้วยครับ
อีกเรื่องที่ผมชอบมากคือพื้นที่สาธารณะกับ Work-life Balance กฎหมายแรงงานเขาค่อนข้างเข้ม เช่น การจ้างทำงานวันอาทิตย์ก็มีอัตราค่าจ้างเพิ่มขึ้น ผมว่าเรื่องพวกนี้มีผลกับคุณภาพชีวิตของคนทำงานเยอะครับ

. . . . . . .
เปิดโลกการทำงานนักการทูต
ชีวิตที่เต็มไปด้วยการพบเจอสิ่งใหม่
การต่างประเทศและมิติงานที่หลากหลาย
กระทรวงการต่างประเทศมีจำนวนข้าราชการน้อย แต่ทุกคนก็ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มความสามารถใน 4 กลุ่มภารกิจ ได้แก่ (1) ภารกิจอำนวยการ (2) ภารกิจความร่วมมือระหว่างประเทศ (3) ภารกิจส่งเสริมกิจการต่างประเทศ และ (4) ภารกิจความสัมพันธ์ ทวิภาคี ปัจจุบัน ผมปฏิบัติราชการอยู่ในภารกิจความสัมพันธ์ทวิภาคี สังกัดกรมอเมริกา และแปซิฟิกใต้ กองแปซิฟิกใต้ และมีหน้าที่รับผิดชอบภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-นิวซีแลนด์
การต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับประชาชนทั่วไป ในความเป็นจริงแล้วอาจจะใกล้ตัวกว่าที่หลายๆ คนคิด แม้ภารกิจของกระทรวงฯ ต้องพบปะเพื่อสร้างมิตรกับต่างประเทศตลอดเวลา แต่ทุกอย่างมีผลประโชน์ของคนไทยและประเทศไทยเป็นที่ตั้ง ขณะเดียวกันก็เปิดช่องทางและโอกาสให้คนไทยเข้าถึงงานด้านการต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดสำนักงานเพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อประสานงาน/รับบริการในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวในจังหวัดต่างๆ และสถานเอกอัครราชทูต/ คณะผู้แทนถาวร/ และสถานกงสุลใหญ่ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลก
ตัวอย่างภารกิจของกองแปซิฟิกใต้ในช่วงที่ผ่านมา
- เปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์! นายกฯ รับการต้อนรับอบอุ่นตามวิถีเมารี ก่อนจับมือผู้นำนิวซีแลนด์เปิดบทใหม่ความสัมพันธ์
https://www.thaigov.go.th/th/news/167905
- Arts & Culture ออสเตรเลีย: ร่วมหารือความร่วมมือไทย-ออสเตรเลียด้านศิลปะและวัฒนธรรม ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนบุคลากร ไปจนถึง Cultural Diplomacy
https://www.instagram.com/reels/DcVeFCQx08P/
- Connectivity นิวซีแลนด์: ร่วมผลักดันการเชื่อมต่อไทย-นิวซีแลนด์ รวมถึงการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ของการบินไทย
https://www.facebook.com/improudth/posts/122194400612827271
- Trade & Investment นิวซีแลนด์: ร่วมภารกิจส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน พร้อมคณะภาคธุรกิจไทย 9 บริษัท เพื่อเชื่อมโอกาสทางธุรกิจไทย-นิวซีแลนด์
https://www.facebook.com/newsringside/posts/1665362278491908
“การเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ รอบตัวอาจนำมาซึ่งความท้าทายและความกังวล แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้เราได้ทบทวนสิ่งที่มีอยู่เดิมและคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เราให้ก้าวไปข้างหน้าต่อไป”
โดยที่อาชีพนักการทูตมักเดินทางไปประจำการในต่างประเทศตลอดการรับราชการ
ทำให้ชีวิตต้องพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงเสมอ จึงต้องปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่และบ่อยครั้งที่กังวลเกี่ยวกับระยะเวลาในการปรับตัว ทั้งนี้ จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมชอบหาโอกาสช่วงที่กำลังหรือเริ่มเปลี่ยนแปลงออกไปสำรวจ ทำความเข้าใจ และทำความรู้จักสิ่งต่างๆ รอบตัวให้เกิดความคุ้นชิน และหมั่นสังเกตสิ่งรอบตัวเผื่อใช้ประโยชน์ในอนาคตหรือยามฉุกเฉิน ซึ่งอาจจะรวมถึงกิจกรรมเข้าสังคมและการหาเครือข่ายด้วย
โดยทั่วไปการเข้าสังคมและการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าเป็นทักษะสำคัญในงานการทูต (รวมถึงงานอื่นๆ) ส่วนตัวเห็นว่า ตัวเองโชคดีที่หลายเหตุการณ์ในชีวิตได้บังคับให้ต้องพัฒนาทักษะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ศึกษาหรือทำงานในต่างประเทศ เมื่อไปอยู่ต่างประเทศผมจะพยายามสังเกตคนรอบข้างและเลือกที่จะเปิดใจให้พื้นที่ตนเองได้ยืดหยุ่น รับฟังข้อมูล ทำความเข้าใจบริบทต่างๆ และไม่ด่วนตัดสินเพื่อให้เราได้เห็นมุมมองที่กว้างและชัดขึ้น
สำหรับการทำความเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราอาจไม่เข้าใจบางเรื่องทันที
แต่หลายๆ ครั้งผมพยายามหา key word เรื่องนั้นๆ มา Connect the dots ว่าแต่ละเรื่องเชื่อมกันยังไง ก่อนจะ Conceptualize และย่อยออกมาให้เข้าใจง่าย เพราะบางครั้งผู้ใหญ่อาจมีเวลาฟังเราแค่ 10 นาที ต้องสรุปให้ได้ว่าเรื่องนี้มีที่มาอย่างไร ตอนนี้สถานการณ์เป็นแบบไหน และมีประเด็นอะไรที่ต้องประสานงานต่อครับ
โอกาสปรึกษาฟรีกับ 20+ รุ่นพี่ทุนดีกรีสุดปัง
พบกัน 3-4 ต.ค. 69 ที่ไบเทคบางนา
เตรียมคำถามแล้วมา Fast Track หาคำตอบแบบ 1:1 กับ “พี่เสือ” ตัวจริงได้ที่งาน Dek-D’s Study Abroad Fair 2026 ที่ BITEC บางนา (EH98) ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
*พบกับพี่เสือ นอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 (09.00-17.00 น.)
MentorList_3-4Oct2026.jpg)
. . . . . . . .
The world is waiting,
and you’re warmly invited!
ถ้าเรียนต่อต่างประเทศคือ Destination ที่เล็งไว้ ได้เวลา Fast Track เส้นทางของตัวเองให้ชัดขึ้น! มาเจอกันที่ Dek-D’s Study Abroad Fair 2026 รอบปลายปี งานที่รวมครบทั้งข้อมูล โอกาส และรุ่นพี่ตัวจริงมาให้คุยกันแบบเต็มที่
งานนี้พบ “พี่เสือ” และ 20+ รุ่นพี่นักเรียนทุนและศิษย์เก่ามหา’ลัยชั้นนำจากทั่วโลก ครบทั้งสายอเมริกา-ยุโรป-ออสเตรเลีย จากทุนดังอย่าง Fulbright TGS, Chevening, Erasmus+, Australia Awards และทุนรัฐบาลไทย (ก.พ.) รวมถึงสายเอเชีย ที่มีทั้งทุนรัฐบาลและทุนมหา’ลัยจากเกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง อยากถามเรื่องทุน การสมัคร ชีวิตเด็กนอก หรือเอา CV มาให้ช่วยดู เตรียมคำถามมาได้เลย เพราะพี่ๆ จะมานั่งให้คำปรึกษาแบบ 1:1 ฟรี!
นอกจากนี้ยังมี 40+ สถาบันจาก 20+ ประเทศทั่วโลก ให้เดินปรึกษาแพลนเรียนต่อและหาหลักสูตรที่ใช่ พร้อม Alumni Talk, สถาบันภาษาและตัวช่วยเตรียมสอบ รวมถึง IELTS Mock Test แบบคอมพิวเตอร์ให้ลองสอบฟรี 3 สกิลรวดไปเลยค่ะ~
- Save the Date: 3-4 ตุลาคม 69 (09.00-16.30 น.)
- Location: BITEC บางนา (EH98)
- No Boarding Pass Needed - Just Free Entry!
มาเถอะ อยากเจอ เราตั้งใจทุกรายละเอียดจริงๆ นะ~

0 ความคิดเห็น