สู้ชีวิตฉบับเด็กทันตแพทย์โรมาเนีย ‘พี่พลอย’ ศิษย์เก่า UMF Iasi รีวิวเส้นทาง 6 ปี สู่การสอบใบประกอบฯ ที่ไทย

สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครกำลังหาข้อมูลเรียนต่อแพทย์หรือทันตแพทย์ในยุโรป วันนี้เราจะพาไปคุยกับ “พี่พลอย” ศิษย์เก่าคณะทันตแพทยศาสตร์ University of Medicine and Pharmacy Grigore T. Popa หรือ UMF Iasi ประเทศโรมาเนีย ตั้งแต่ชีวิตเด็กทันตะ 6 ปี ฝ่าด่านสอบ ลงคลินิกรักษาคนไข้จริง ไปจนถึงเส้นทางหลังเรียนจบที่ต้องกลับมาเทียบวุฒิ อบรม และสอบใบประกอบวิชาชีพที่ไทย

แต่เส้นทางของพี่พลอยไม่ได้เริ่มที่คณะทันตแพทย์ และไม่ได้เริ่มที่โรมาเนียด้วยนะคะ อะไรพามาถึงจุดนี้? แล้วปัจจุบันอยู่จุดไหน? มีอะไรที่ควรรู้?​ไปย้อนตั้งแต่ต้นกันเลย!

อ่านจบแล้วอยากเก็บข้อมูลต่อ เตรียมมาเจอกันได้ที่ Dek-D’s Study Abroad Fair 2026 งานแฟร์เรียนต่อต่างประเทศ วันที่ 3-4 ตุลาคม 2026 ที่ไบเทค บางนา (EH98) งานนี้ "พี่พลอย" เป็นตัวแทนสมาคมนักเรียนไทยในยุโรป (TSAE) สแตนด์บายให้คำปรึกษาตลอด 2 วันเต็ม  พร้อมตัวแทนอีก 2 วัน 4 ประเทศ
 

  • วันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 2026 พบกับ พี่ออร์แกน (University of St.Gallen, สวิตเซอร์แลนด์) และ พี่เอด้า (Grenoble Alpes, ฝรั่งเศส)
  • วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. 2026 พบกับ พี่ทิกเกอร์ (Vrije Universiteit Brussel, เบลเยียม) และ พี่แป้ง (Sapienza University of Rome, อิตาลี)

และห้ามพลาด SPECIAL TALK หัวข้อ THE DENTAL JOURNEY IN ROMANIA เปิดเส้นทางเรียนต่อทันตแพทย์ที่โรมาเนีย วันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 2026 เวลา 12.55–13.25 น. ที่เวทีเรียนต่อนอก  (ฟังสดในงานเท่านั้น ไม่มีไลฟ์ย้อนหลัง)

เช็กตารางรุ่นพี่และไฮไลต์ทั้งหมด

. . . . . . . .

จากโรงเรียนกาฬสินธุ์สู่ ม.เชียงใหม่
กับความคาใจที่ไม่ได้เริ่มทำตามฝัน

สวัสดีค่ะ พลอยนะคะ ตอน ม.ปลายเรียนสายวิทย์-คณิตที่โรงเรียนประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วก็รู้มาตลอดว่าอยากเรียนหมอ แต่ตอนเลือกคณะ พลอยคิดว่าถ้าไม่ได้เรียนหมอก็อยากฉีกไปสายครีเอทีฟเลย ไม่ได้มองพยาบาลหรือเภสัช เพราะรู้ว่างานแต่ละสายไม่เหมือนกัน สุดท้ายเลยติดสาขา Animation ที่ ม.เชียงใหม่ค่ะ

พอเข้าไปเรียนจริงๆ ก็ชอบนะคะ แต่ในใจเอาแต่คิดวนๆ “ถ้าทั้งชีวิตไม่ได้เป็นหมอเลย เราจะเสียใจมั้ยวะ” “เราอยากเรียนหมอมาตลอด ถ้าไม่เลือกตอนนี้ อีกหน่อยต้องคาใจแน่” สุดท้ายรู้สึกว่าไม่ได้ละ ไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่ว่าจะขอซิ่วไปเรียนทันตแพทย์ ซึ่งท่านก็เชื่อมั่นและเปิดโอกาสให้เราลองสิ่งที่เลือก

แต่ประเด็นคือตอนที่ซิ่ว รอบสอบ GAT-PAT กับ กสพท. ผ่านไปแล้ว พลอยต้องรออีก 1 ปี ก็คิดว่างั้นอ่านหนังสือรอไปก่อน แล้วช่วงนั้นบังเอิญเจอเว็บไซต์เอเจนซีที่รับเดินเอกสารเรียนต่อ เลยลองยื่นโปรไฟล์ไปแบบไม่ได้คิดอะไรมาก ปรากฏว่าเกรดและเงื่อนไขของเราผ่านเกณฑ์โควตา Non-EU ที่มหาวิทยาลัยในโรมาเนียเปิดรับนักศึกษานอกสหภาพยุโรป (แต่ต้องจ่ายค่าเรียนเองนะคะ)

พลอยก็ไปถามคุณแม่ว่า “ให้ไปมั้ย” คุณแม่บอกว่าลองดูสิ เดี๋ยวแม่จะพยายามทำส่วนของแม่ให้เต็มที่ แล้วสุดท้ายก็ได้ไปจริง! ตอนที่พลอยเรียนค่าเทอมประมาณ 2 แสนบาทต่อปี ส่วนค่าครองชีพก็ใกล้เคียงกับไทย **ค่าเรียนอาจมีการปรับในแต่ละปี แนะนำให้เช็กของปีที่จะสมัครจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัย**

ตอนแรกพลอยยื่นทั้งแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ แล้วติดทันตะค่ะ ก่อนยื่นก็เช็กกับทางเอเจนซีไว้แล้วว่าหลักสูตรได้รับการรับรองจากทันตแพทยสภาด้วย เพราะตั้งใจไว้ว่าสุดท้ายอยากกลับมาทำงานที่ประเทศค่ะ

Note: ใครวางแผนเรียนทันตแพทย์ต่างประเทศแล้วกลับมาทำงานที่ไทย อย่าลืมศึกษาเรื่องการรับรองหลักสูตรและเงื่อนไขล่าสุดจากทันตแพทยสภาให้มั่นใจก่อนนะคะ เพราะยังมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลังเรียนจบ  *ช่วงท้ายพลอยจะมีรีวิว process ที่กำลังลุยอยู่ด้วยค่ะ

. . . . . . . .

แลนดิ้งสู่ประเทศโรมาเนีย
จากนี้คือชีวิตเด็กทันตะ 6 ปี!

สารภาพตามตรง ตอนแรกพลอยแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรมาเนียเลยค่ะ คิดแค่ว่าเมืองไหนก็ได้ เพราะแยกไม่ออกว่าแต่ละที่ต่างกันยังไง พอตัดสินใจเรียนทันตแพทย์ก็ได้มาที่ University of Medicine and Pharmacy Grigore T. Popa ในเมือง Iasi (อ่านว่า ยาช) ซึ่งเป็นที่สุดท้ายที่สมัครทัน

ภาพแรกๆ ที่จำได้คือ Iasi มีความเป็นเมืองเก่าและคลาสสิกมาก ตึกเรียนหลายแห่งยังคงสถาปัตยกรรมเดิมไว้ ห้องเรียนเป็นสเต็ปลดหลั่นลงมาดูขลังๆ อาจารย์ยังใช้ชอล์กเขียนกระดานอยู่เลย ส่วนอากาศก็เจอของจริง โดยเฉพาะช่วงหิมะตกที่หนาวสุดๆ ค่ะ

FB: @UMFGrigoreTPopaIasi
FB: @UMFGrigoreTPopaIasi 
FB: @UMFGrigoreTPopaIasi
FB: @UMFGrigoreTPopaIasi 

ฝ่าด่าน Pre-Clinic 
เสียน้ำตาเป็นลิตร กว่าชีวิตจะลงตัว

พอมาถึงจริงๆ โดยเฉพาะ 2-3 ปีแรกคือหนักมากกก ทั้งการปรับตัว การเรียน และสังคม ในหลักสูตร 6 ปีนี้เรียนเป็นภาษาอังกฤษ ช่วง Pre-Clinic ปี 1-3 จะเน้นวิชาแพทย์พื้นฐาน เช่น Anatomy, Biochemistry และ Physiology ตารางเรียนช่วงนี้ค่อนข้างแน่น เริ่มกันตั้งแต่ประมาณ 07.30 น. เช้าตรู่ค่ะ 555

ด่านแรกสำหรับพลอยคือภาษาอังกฤษ ตอนนั้นยังไม่แข็งเลย เรียกว่าอ่านออก ผสมคำได้ แต่ยังใช้ไม่เป็น เลยฝืนเปิดทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ซึมซับ ช่วงแรกๆ อ่าน Textbook ช้ามากเพราะแทบจะแปลเป็นคำๆ

แล้วยังต้องเรียนเนื้อหาใหม่ที่มีศัพท์แพทย์ภาษาละตินเต็มไปหมด อย่าง Anatomy ก็ต้องจำทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นประสาทว่าอยู่ตรงไหน เชื่อมโยงกันยังไง พอเป็นวิชาสัณฐานของฟันก็ละเอียดไปอีกแบบ ต้องจำให้ได้ว่าฟันซี่ไหนเป็นซี่ไหน ซ้ายหรือขวา ต่างกันยังไง ตั้งแต่ปี 1 อาจารย์จะให้ก้อนแว็กซ์มาแกะสลักเป็นฟัน ต้องคราฟต์ไปเรื่อยๆ จนรายละเอียดของแต่ละซี่เข้าหัวค่ะ

เรียนหนักแล้ว เรื่องสอบก็ให้เลยเหมือนกัน ถ้าสอบตกหลายวิชารวมกันเกินเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องซ้ำชั้นและจ่ายค่าเทอมใหม่ แต่ละวิชามีโอกาสสอบซ่อม 3 ครั้ง ตอนนั้นพลอยเคยตกทั้ง Anatomy และ Biochemistry ต้องตามแก้จนถึงปี 2 เพราะถ้าไม่ผ่านก็ขึ้นปี 3 ไม่ได้

“ช่วงนั้นร้องไห้กับคะแนนตลอด”

ภาพจำคือพอเพื่อนโพสต์คะแนนลงกลุ่ม เราเห็นแล้วต้องวางโทรศัพท์เลย “อีกแล้วว TT” เคยได้ 4.75 จาก 10 ทั้งที่เกณฑ์ผ่านคือ 5 คะแนน ต้องกลับไปอ่านใหม่ แถมต้องคอยนั่งนับว่าตอนนี้ติดอยู่กี่หน่วยกิต แก้ไปเท่าไหร่ เหลือโอกาสอีกกี่ครั้ง แต่สุดท้ายก็ผ่านแต่ละปีมาได้โดยไม่ต้องซ้ำชั้นค่ะ โล่งใจมากๆ

พอเรียนไปเรื่อยๆ ก็เริ่มจับทางของตัวเองได้ วิธีของพลอยคือเน้นฟัง Lecture ให้เข้าใจก่อน ถ้ายังไม่เข้าใจก็จำหัวข้อไว้แล้วกลับไปอ่านเพิ่ม จากนั้นจะอ่านทบทวนประมาณ 3 รอบ รอบแรกให้ผ่านหูผ่านตา รอบสองเริ่มจำได้ว่าเนื้อหาอยู่พาร์ตไหน พอรอบ 3 ก็จะมั่นใจขึ้นว่าสิ่งที่กำลังหาอยู่ตรงไหนค่ะ

ลุยชั้น Clinic 
ตามเนื้อหาทัน ปฏิบัติจริงมั่นใจขึ้น!

ช่วง Clinic เราได้เข้าสู่ช่วงลงมือทำจริงแล้วค่ะ ทางมหาวิทยาลัยจะแบ่งกลุ่มสำหรับทำคลินิกยาวไปจนถึงช่วงปีท้ายๆ เรียนกันที่ตึก Bioengineering ซึ่งมียูนิตทำฟันสำหรับนักศึกษาโดยเฉพาะ

พอลงคลินิก งานทันตะจะละเอียดแบบตาแตก บางอย่างต่างกันแค่ระดับมิลลิเมตร ต้องเอาความรู้ที่เรียนมาประยุกต์กับคนไข้จริง อย่าง Oral Surgery นอกจากเรื่องในช่องปาก ยังต้องรู้โรคทางระบบของคนไข้ เรื่องยา และการคำนวณยาด้วย

ก่อนลงเคสเราต้องเตรียมตัวเยอะ ทั้งเช็กอุปกรณ์และอ่านเนื้อหาไว้ตอบอาจารย์ เพราะเวลาทำจริงจะโดนถามหน้าเคสค่อนข้างเข้ม วัสดุและอุปกรณ์หลายอย่างก็ต้องซื้อเอง ตั้งแต่หัวกรอฟันยันแอลกอฮอล์ รวมๆ แล้วก็หลักหมื่น สมัยนั้นยังต้องรีบไปจองยูนิตทำฟัน (ชุดเก้าอี้และอุปกรณ์สำหรับลงเคส) กันตั้งแต่เช้าด้วย

คนไข้ที่โรมาเนียมีไม่เยอะ นักศึกษาเลยต้องแชร์เคสและแบ่งกันทำเป็นกลุ่ม เรื่องภาษาก็เป็นอีกด่าน พลอยสอบภาษาโรมาเนียได้ระดับ B2 พอสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ แต่พอลงตรวจจริง ถ้าคุยกับคนไข้ไม่ไหวก็จะมีอาจารย์หรือเพื่อนชาวโรมาเนียคอยช่วยค่ะ

รีวิวเคสทำฟันให้คนไข้ครั้งแรก

เคสแรกๆ ที่พลอยจำได้คือการฉีดยาชาและถอนฟันค่ะ ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกว่ายากกว่าที่คิดนะ จะออกแนวแปลกใจมากกว่าว่าเรามาถึงจุดนี้แล้ว!!! ตอนเด็กเรายังเป็นคนนั่งให้หมอฟันทำอยู่เลย แถมตัวเองก็กลัวเข็ม แต่พอต้องฉีดให้คนอื่นกลับมือนิ่ง เล็งตำแหน่งตามทฤษฎีแล้วก็ลงเข็มตามที่อาจารย์สอน

พอได้ลองทำหลายๆ อย่างก็เริ่มรู้ว่าตัวเองชอบงานศัลยกรรมช่องปากเป็นพิเศษ ส่วนงานรักษารากฟันหรือบูรณะฟันจะท้าทายไปอีกแบบ เพราะงานเล็กและละเอียด มือต้องนิ่ง เวลากรอก็ต้องคอยดูว่าเกินขอบเขตหรือยัง บางขั้นตอนอย่างการใส่แผ่นยางกั้นน้ำลายก็ยากเหมือนกันค่ะ

อาจารย์หมอที่นี่ค่อนข้างเข้ม เวลาตอบอะไรก็ต้องมีข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่ตอบลอยๆ แล้วต้องมีสกิลอ่านบรรยากาศด้วย บางทีอาจารย์แค่มองหน้า เราก็เริ่มคิดแล้วว่า “อ่าา อันนี้คือผิดสินะ” 5555 เจอแบบนี้มาตลอด พอกลับไทยแล้วต้องรับมือกับสถานการณ์กดดัน พลอยเลยค่อนข้างนิ่งขึ้น

เว็บมหาวิทยาลัย UMF Iasi

. . . . . . . .

รีวิวชีวิตนอกมหาลัย 
เมืองเดินง่ายและสวัสดิการเริ่ด

ชีวิตที่ Iasi พลอยชอบตรงที่เมืองเดินง่ายมาก ขนส่งก็ทั่วถึงจนแทบไม่ต้องใช้รถ บรรยากาศออกแนวต่างจังหวัดหน่อย ไม่ได้วุ่นวาย มีธรรมชาติและภูเขาเยอะ ส่วนเมืองที่พลอยชอบที่สุดยกให้ “กรุงบูคาเรสต์” (Bucharest) เลยค่ะ ที่นั่นคึกคักกว่า ได้เจอเพื่อนๆ สมาคมนักเรียนไทยด้วย มีทั้งมิวเซียม จุดเช็กอิน แล้วก็ย่าน Old Town ที่อารมณ์เหมือน Walking Street ฟีลพัทยาหรือภูเก็ตบ้านเรา ร้านอาหาร กิจกรรม มุมถ่ายรูปเพียบ

จริงๆ คนโรมาเนียก็ฟีลคนไทยเบาๆ นะ ชอบแต่งตัวออกไปจิบกาแฟ ถ่ายรูปลงโซเชียล แล้วก็ไม่ได้ต่างคนต่างอยู่อย่างที่พลอยเคยคิด โดยเฉพาะคนสูงอายุน่ารักมากกก เคยมีคนไข้เดินมาจุ๊บหน้าผากขอบคุณที่ช่วยรักษาและคุยกับเขาดีๆ บางทีเดินสวนกันก็ยังอวดว่า “ใส่ฟันแล้วนะ สวยไหม~”

// เรื่องนึงที่ประทับใจคือตอนโควิด-19 พลอยถือ Resident Permit แต่ก็เข้ารับวัคซีนได้เหมือนคนโรมาเนียเลย

Photo by Denisa-Elena Ficau on Unsplash
Photo by Denisa-Elena Ficau on Unsplash
Photo by Tudor Baciu on Unsplash
Photo by Tudor Baciu on Unsplash
Photo by Vlad Binzaru on Unsplash
Photo by Vlad Binzaru on Unsplash

. . . . . . . .

อัปเดตชีวิตปัจจุบัน 
กลับไทยลุยต่อกับเส้นทางทันตแพทย์ในไทย

เทียบวุฒิ อบรม 2 ปี และด่านสอบใบประกอบฯ

หลังเรียนจบ พลอยตัดสินใจกลับมาไทยเพื่อสอบใบประกอบวิชาชีพค่ะ ขั้นแรกต้องนำวุฒิและ Syllabus ไปยื่นให้ทันตแพทยสภาพิจารณาเทียบกับหลักสูตรไทยก่อนว่าเรายังขาดอะไรบ้าง แล้วถึงจะส่งไปอบรมเพิ่มเติม

ของพลอยได้มาอบรมที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นเวลา 2 ปี ค่าอบรมประมาณปีละ 1 ล้านบาท (ยังไม่รวมค่าอุปกรณ์) ระหว่างนั้นต้องเก็บงานปฏิบัติ 9 งาน สอบข้อเขียน และสอบกฎหมายด้วย

ตอนนี้พลอยอบรมและเก็บงานครบ 9 งานแล้ว สอบกฎหมายก็ผ่านแล้ว ส่วนใบประกอบฯ ใบแรกก็ผ่านเรียบร้อย เนื้อหาจะเป็นวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน ข้อสอบถามรายละเอียดค่อนข้างลึก ตั้งแต่เรื่องกระดูก เนื้อเยื่อ ไปจนถึงระยะการสร้างหน่อฟัน ต้องกลับไปทบทวน Textbook กันหนักมากๆ

ส่วนใบที่ 2 ที่พลอยกำลังสู้อยู่ (อัปเดต ก.ย. 2026) จะเน้นการวิเคราะห์เคสและเลือกแผนการรักษามากขึ้น เช่น เคสนี้ควรรักษายังไง อุดแบบไหน หรือทำครอบได้ไหม เป็นต้นค่ะ

Note: ถึงเรียนจบทันตะแล้วเราก็ต้องคอยอ่าน Guideline ต่างๆ ที่อัปเดตอยู่เรื่อยๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคใหม่ ยาตัวใหม่ ปฏิกิริยาระหว่างยา หรือแนวทางด้านความปลอดภัยในการรักษาอย่าง Dental Safety Goals & Guidelines (DSG) ซึ่งปัจจุบันทันตแพทยสภามีฉบับปี 2567 หรือ DSG 2024

เวลารักษาคนไข้จริง เราไม่ได้ดูแค่เรื่องฟันอย่างเดียวค่ะ เช่น ถ้าคนไข้กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดแล้วต้องถอนฟัน เราต้องประเมินอะไรบ้าง หรือยาบางกลุ่มส่งผลต่อกระดูกขากรรไกรและการทำศัลยกรรมช่องปากยังไง ตอนหลังถึงเข้าใจนี่แหละค่ะว่าทำไมอาจารย์ถึงขยันไปงานประชุมวิชาการกันม้ากมาก

กลับมาเรียนรู้ระบบคลินิกที่ไทย

พอกลับมาฝึกที่ไทย พลอยรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบคนไข้เต็มตัวขึ้นค่ะ ตอนอยู่โรมาเนียเราทำคลินิกเป็นกลุ่ม แชร์เคสและแบ่งกันทำ แต่ที่ไทยต้องดูแลคนไข้ของตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนเข้าเคสต้องรู้ว่าฟันแต่ละซี่เป็นยังไง จะรักษาอะไร ใช้อุปกรณ์ไหน รวมถึงบริหารเวลา เบิกของ และรออาจารย์เช็กแต่ละขั้นตอน

พลอยชอบระบบจัดการคนไข้ที่ไทยด้วย มีทั้งการลงทะเบียน ประวัติการรักษา และการส่งต่อเคส ทำให้รู้ว่าเคสนี้ผ่านอะไรมาบ้าง พอได้ดูแลคนไข้คนเดิมต่อเนื่องหลายครั้งก็เริ่มรู้จักนิสัยและผูกพันกันไปเอง

ส่วนถ้าใครเล่นโซเชียลน่าจะเคยเห็นโพสต์ชวนไปทำฟันกับนักศึกษาทันตแพทย์ตามโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย อันนี้พลอยเชียร์นะะะ ค่าใช้จ่ายประหยัดกว่า และคนไข้สำคัญกับการผลิตทันตแพทย์แต่ละคนมาก เพราะถ้าไม่มีคนไข้ เราก็ไม่มีเคสให้ฝึก (ถ้ากังวลว่านักศึกษาจะทำเองลำพังไหม ก่อนลงเคสเราต้องเตรียมมาว่าจะทำอะไร ใช้อุปกรณ์ไหน และมีอาจารย์คอยเช็กทุกขั้นตอนค่ะ อาจใช้เวลานานหรือต้องมาตามนัดหลายครั้งหน่อย แต่ไม่ได้ปล่อยให้นักศึกษาทำกันเองแน่นอน)

อ้ปเดตตอนนี้ (Sep 2026) พลอยผ่านทั้งการอบรมและเก็บงานปฏิบัติครบแล้ว เหลืออีกด่านเดียวคือสอบใบประกอบฯ ใบที่ 2 จากนั้นก็ยื่นทันตแพทยสภา รอเลขใบประกอบวิชาชีพ จากนั้นก็จะได้ทำงานเป็นทันตแพทย์ที่ไทยได้ค่ะ

. . . . . . . .

The world is waiting, 
and you’re warmly invited!

ถ้าเรียนต่อต่างประเทศคือ Destination ที่เล็งไว้ ได้เวลา Fast Track เส้นทางของตัวเองให้ชัดขึ้น! มาเจอกันที่ Dek-D’s Study Abroad Fair 2026 รอบปลายปี งานที่รวมครบทั้งข้อมูล โอกาส และรุ่นพี่ที่เราเชิญมา spoil ชีวิตเด็กนอกจากประสบการณ์ตรง ให้เห็นภาพก่อนเลือกที่เรียน 

รอบนี้ “สมาคมนักเรียนไทยในยุโรป” (TSAE) เตรียมมาแชร์ข้อมูลตั้งแต่การเลือกประเทศและมหา’ลัย การสมัครเรียน ไปจนถึงชีวิตจริงในยุโรป พร้อมตัวแทนนักเรียนไทยจาก สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เบลเยียม และอิตาลี ที่ผลัดกันมาให้คำปรึกษาตลอด 2 วัน 

ภายในงานยังมีโซนปรึกษา 1:1 กับ 20+ รุ่นพี่นักเรียนทุนและศิษย์เก่ามหา’ลัยชั้นนำจากทั่วโลก ครบทั้งอเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย จากทุนดังอย่าง Fulbright TGS, Chevening, Erasmus+, Australia Awards, ทุนรัฐบาลไทย (ก.พ.) รวมถึงทุนรัฐบาลและทุนมหา’ลัยจากเกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง อยากถามเรื่องทุน การสมัคร ชีวิตเด็กนอก หรือเอา CV มาให้ช่วยดู เตรียมคำถามมาได้เลย เพราะพี่ๆ มารอแชร์กับน้องๆ แบบไม่มีค่าใช้จ่าย!

  • Save the Date: 3-4 ตุลาคม 69 (09.00-16.30 น.)
  • Location: BITEC บางนา (EH98)
  • No Boarding Pass Needed - Just Free Entry!

มาเถอะ อยากเจอ เราตั้งใจทุกรายละเอียดจริงๆ นะ~

เช็กตารางรุ่นพี่และไฮไลต์ทั้งหมด
พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น