จากส่ายหน้าสู่ว่าที่เหล่าซือ! ‘พี่ณัฐ’ รีวิวทุนขงจื่อ เรียนป.ตรี-โท ที่ Lanzhou U. มหา’ลัยดังแห่งแดนแม่น้ำฮวงโห

你好!หนีห่าวชาว Dek-D ค่ะ! วันนี้เราจะพาบินไป “หลานโจว (Lanzhou)” เมืองเอกของมณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เมืองริมแม่น้ำฮวงโหที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อจาก “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหลานโจว” และยังเป็นที่ตั้งของ Lanzhou University อีกด้วย

แล้วเรื่องการเรียนจะเป็นยังไง เหมาะกับเราไหม? วันนี้เราจะชวนเจาะลึกหลานโจวกับ “พี่ณัฐ” คนไทยที่ได้ทุนขงจื่อ (CIS) เรียนสายการสอนภาษาจีน ยิงยาวตั้งแต่ ป.ตรี ถึง ป.โท ทั้งที่ตอนแรกไม่ได้ถูกชะตาเท่าไหร่ เพราะฟังแล้วมีแต่เสียงโช้งเช้งๆ แต่อะไรทำให้เปลี่ยนใจจนเรียนมาถึงระดับ ป.โท แถมปลายทางยังกลายเป็นเหล่าซือท่านหนึ่ง ตามไปฟังจากเจ้าตัวกันเลยค่ะ!

ที่มา: เว็บไซต์รับสมัครนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยหลานโจว
ที่มา: เว็บไซต์รับสมัครนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยหลานโจว
https://zsb.lzu.edu.cn/

อ่านจบมีข้อสงสัย ลิสต์คำถามไว้! 

เตรียมพบกับ 2 รุ่นพี่จาก “สมาคมนักเรียนไทย-จีน” (TCSA) ได้ที่ Dek-D’s Study Abroad Fair 2026 ทั้งวันที่ 3-4 ตุลาคม 2026 ณ ไบเทค บางนา (EH98) ปรึกษาได้ทั้งเรื่องเรียน ทุน Student Life และคอนเน็กกับรุ่นพี่ไว้ให้อุ่นใจตลอดเส้นทางเรียนต่อจีน!

 

และห้ามพลาด SPECIAL TALK “CHINA BEYOND BORDERS เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ในแดนมังกร” วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. 2026 เวลา 10.45-11.15 น. ที่เวทีเรียนต่อนอกนะคะ

เช็กตารางรุ่นพี่และไฮไลต์ทั้งหมด

. . . . . . . .

1
ผมถนัดคณิต ภาษาจีนอาจจะยัง
จนกระทั่งบินไปฮาร์บิน!

จริงๆ แล้วผมไม่ได้ลงรอยกับภาษาจีนมาตั้งแต่แรกครับ ผมถนัดคณิต แต่คุณแม่มองว่าภาษามีประโยชน์กว่า เลยให้สมัครเข้าม.ปลายศิลป์-จีน ตอนแรกก็รู้สึกว่าโช้งเช้งๆ อะไรก็ไม่รู้ ช่วงแรกยังขาดเรียน เรียนไม่รู้เรื่องจนไปขอคุณแม่เรียนพิเศษ ซึ่งเป็นการเรียนพิเศษครั้งแรกในชีวิตผม

พอได้เรียนจริงๆ ผมเป็นคนขี้สงสัย ทำไมตัวอักษรจีนถึงเขียนแบบนี้ ออกเสียงยังไง ก็ถามไปเรื่อยๆ แล้วผมค่อนข้างจำเก่งด้วย พอตั้งใจเรียนได้ประมาณ 3 เดือน สอบไฟนอลตอน ม.4 ปรากฏว่าได้คะแนนเต็ม เฮ้ย! พอทำได้ก็เริ่มมั่นใจ คุณแม่เห็นแววเลยถามว่า “ไปเรียนที่จีนเลยไหม?”

จากนั้นคุณแม่ก็จับสมัครคอร์สซัมเมอร์ภาษาจีน 1 เดือนที่ฮาร์บิน ไปถึงคือเปิดโลกเลยครับ ผมทำข้อสอบได้แต่พูดไม่ได้ ภาษาอังกฤษก็ไม่แข็ง ต้องพึ่ง Google Translate ผ่าน VPN แล้วจำประโยคหรือวลีสั้นๆ เอา ช่วงแรกพูดจีนแล้วพนักงานร้านค้าฟังไม่รู้เรื่อง ผมเลยรอให้ลูกค้าคนอื่นเข้าร้านก่อน พอเขาสั่งเสร็จก็พูดว่า “อี๋ยั่งๆ” 一样 (Yīyàng) แปลประมาณว่า “เหมือนกัน” หรือ “เอาแบบเดียวกัน” รอดไปเป็นมื้อๆ 5555

แต่พอกลับไทย ผมลองสอบ HSK ระดับ 3 เป็นครั้งแรกแล้วได้คะแนนเต็ม เฮ้ย ดีใจมาก! คนอื่นเรียนกันเป็นสิบปี ส่วนเราเพิ่งเริ่มแล้วพัฒนามาได้ขนาดนี้ ก็มั่นใจแล้วเริ่มชอบขึ้นมาเลยครับ

เคล็ดลับเอาตัวรอดฉบับคนหน้าตี๋ สมมติเรามีเชื้อสายจีน หน้าตาออกไปทางจีน คนที่นั่นอาจคิดว่าเราเป็นคนจีน แล้วพอฟังไม่ออกก็จะงงว่า “ทำไมฟังภาษาจีนไม่รู้เรื่อง?” บางทีมีหน้ามุ่ยใส่ด้วย 555 แนะนำว่าให้ท่องประโยค “หว่อชื่อไท่กั๋วเหริน” 我是泰国人 (Wǒ shì Tàiguó rén) แปลว่า “ผมเป็นคนไทย” ไว้เลยครับ จากหน้ามุ่ยๆ คือยิ้มแย้มขึ้นมาทันที เท่าที่ผมเจอ คนจีนค่อนข้างเอ็นดูคนไทยครับ

ทำไมต้อง Lanzhou University 

ตอนเลือกมหาวิทยาลัย ผมมีเกณฑ์อยู่ 2 ข้อครับ

  1. Ranking ต้องดีกว่าจุฬาฯ
  2. ต้องเป็นเมืองที่ผมไม่เคยไปมาก่อน

ตอนนั้นผมอยากลองไปเจอภูมิประเทศแบบทะเลทรายบ้าง ดูเป็นอะไรใหม่ๆ แต่พอไปถึงจริงๆ ไม่ได้กันดารเลย สำหรับคนจีนที่นี่อาจถือเป็นเมืองบ้านนอกหน่อย แต่ผมว่าก็ค่อนข้างเจริญอยู่ดี มีรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และจักรยานให้เช่า ไปไหนมาไหนสะดวกสบายครับ

. . . . . . . .

2

ด่านชิงทุนขงจื่อ (ประเภท A)
ได้ทุนเรียนฟรี มีเงินเดือนให้!

รีวิวสมัครทุนขงจื่อ (CIS)

Note: ทุน CIS หรือ Confucius Institute Scholarship ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “ทุนครูสอนภาษาจีนนานาชาติ” (International Chinese Language Teachers Scholarship: ICLTS) สนับสนุนโดย Center for Language Education and Cooperation (CLEC) สำหรับผู้สนใจเรียนภาษาและศึกษาต่อด้านการสอนภาษาจีนในประเทศจีน 

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สถาบันขงจื่อในไทย หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ https://www.chinese.cn/page/#/pcpage/project?id=4048 

ของผมเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ ม.6 และต้องผ่านการแนะนำจากห้องเรียนขงจื่อที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยครับ ทางสถาบันจะช่วยไกด์และตรวจเอกสารให้ ส่วนเราต้องเตรียมเอกสาร แปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน และนำไปรับรองให้เรียบร้อย

  • Study Plan: ต้องเขียนแผนการเรียนประมาณ 800 ตัวอักษรเป็นำภาษาจีน ตรงนี้ขอคำแนะนำจากครูหรือเพื่อนคนจีนช่วยดูให้ได้ครับ
  • คะแนนภาษา: ตอนผมสมัคร มหาวิทยาลัยอาจกำหนด HSK 4 แต่ทางสถาบันขงจื่อจะให้ผู้สมัครมี HSK 5 เดี๋ยวนี้คนเก่งภาษาจีนเยอะขึ้น ผมว่าถ้ามีระดับนี้ไว้ก็ปลอดภัยกว่าครับ
  • ผลงาน: ผมว่ามีผลมาก ถ้าเคยแข่งหรือประกวดเกี่ยวกับภาษาจีนก็ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้โปรไฟล์ได้ อย่างผมเคยแข่งเพชรยอดมงกุฎและแข่งเล่านิทานครับ
  • สัมภาษณ์: ด่านแรกทางสถาบันขงจื่อจะสัมภาษณ์ก่อน คุยกันค่อนข้างชิลครับ เช่น แนะนำตัว แล้วดูทั้งการแสดงออกและภาษาจีนว่าเราไหวไหม ก่อนพิจารณาเขียน Recommendation Letter ให้ ถ้าคุณสมบัติผ่าน ทางมหาวิทยาลัยก็จะเรียกสัมภาษณ์อีกครั้ง

หลังผ่านทั้งหมดก็รอผล สุดท้ายผมได้ทุนประเภท A ครอบคลุมค่าเรียน หอพัก และมีค่าครองชีพให้เดือนละ 2,500 หยวน ส่วนที่ต้องออกเองหลักๆ คือค่าตั๋วเครื่องบิน

. . . . . . . .

3

เริ่มต้นชีวิตเด็กทุนป.ตรี
สาขาการสอนภาษาจีนให้ชาวต่างประเทศ

สาขา International Chinese Language Education ที่ผมเรียน ต่อยอดได้หลายทางครับ ทั้งครู สายวิชาการ ล่าม มัคคุเทศก์ หรือทำงานกับบริษัทจีนในไทย และทุนที่ผมได้ก็ไม่มีข้อผูกมัดว่าต้องกลับมาใช้ทุน

ช่วงปี 1 (2020-2024) จะเน้นปรับพื้นฐานฟัง พูด อ่าน เขียน ถึงแต่ละคนจะเข้ามาด้วยระดับ HSK ต่างกัน ก็ต้องเรียนภาษาจีนระดับประมาณ HSK 5 เพื่อปรับพื้นฐานให้ใกล้กันก่อน ปีแรกเลยยังค่อนข้างชิล บางวิชาเรียนประมาณ 2 คาบครับ

เพื่อนในห้องมีนักศึกษาต่างชาติหลายประเทศ ทั้งรัสเซีย อุซเบกิสถาน ไทย เวียดนาม บรรยากาศเลยไม่ได้กดดันมาก อาจารย์ก็มีเทคนิคสอนสนุกๆ อย่าง Storytelling เล่าที่มาของภาษาและวัฒนธรรม หรือ Debate ให้เราได้ใช้ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน และทุกคนต้องมีส่วนร่วม แต่ที่ไม่ชิลคือเรื่องวินัยครับ ทั้งเข้าเรียน มาสาย ส่งงาน หรือตอบคำถามในห้องมีผลต่อคะแนนหมด โดยเฉพาะ Deadline คือช้าวินาทีเดียวคือศูนย์ทันที

ที่มา: เว็บไซต์รับสมัครนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยหลานโจว
ที่มา: เว็บไซต์รับสมัครนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยหลานโจว
https://zsb.lzu.edu.cn/landashenghuo/
ที่มา: เว็บไซต์รับสมัครนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยหลานโจว
ที่มา: เว็บไซต์รับสมัครนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยหลานโจว
https://zsb.lzu.edu.cn

พอขึ้นปี 3 จะเริ่มเจอวิชาเฉพาะทาง อย่าง “ภาษาจีนสมัยใหม่” เจาะว่าแต่ละคำทำหน้าที่อะไร และควรวางตรงไหนในประโยค อันนี้ใหม่สำหรับผมมาก แต่พอเข้าใจกฎแล้ว เวลาทำ HSK ก็เลิกใช้ Verb to เดาได้

มีใหม่แล้วก็มีย้อนยุคครับ วิชานึงที่ผมว่าน่าสนใจคือ “ภาษาจีนโบราณ” ได้เรียนทั้งบทกลอนและที่มาของภาษา บางบทเป็นกลอนที่เด็กจีนระดับ ป.1-2 ท่องกัน แต่เราต้องท่องแล้วอธิบายความหมายจากภาษาจีนเป็นภาษาจีนอีกที รวมถึงเรียนที่มาของสำนวนต่างๆ ว่าเกิดจากเรื่องอะไร ถ้าเราไปท่องกลอนจีนให้เพื่อนคนจีนฟัง เขาก็จะเซอร์ไพรซ์ครับ ประมาณคนต่างชาติมาท่องกลอนไทยให้เราฟังนั่นแหละ

ส่วนข้อสอบไม่ได้สับขาหลอก ส่วนใหญ่มาจากที่เรียน ผมเน้นเข้าใจมากกว่าท่อง ถ้าตรงไหนไม่เข้าใจก็ถามอาจารย์เลย เขากลัวเราแกล้งทำเป็นเข้าใจมากกว่าครับ ถ้าเข้าเรียน จด ทบทวน และส่งงานตรงเวลา ผมว่าไม่ได้ยากเกินไป

. . . . . . . .

4

ยื่นทุนต่อป.โทสาขาเดิม มหา’ลัยเดิม
แต่ที่เพิ่มเติมคือเร็วไปไหน!

พอจบ ป.ตรี ผมสมัครทุนต่อ ป.โท ที่ Lanzhou University เหมือนเดิมครับ รอบนี้ต่างจากตอนสมัคร ป.ตรี เพราะเราเรียนที่นี่อยู่แล้ว ทางมหาวิทยาลัยสามารถเขียนจดหมายแนะนำให้ได้ และต้องมี Recommendation Letter จากรองศาสตราจารย์ด้วย ส่วนตอนสมัครยังไม่ต้องมีหัวข้อวิจัยครับ

ทุนขงจื่อยังครอบคลุมค่าเรียนและหอพักเหมือนเดิม แต่ค่าครองชีพเพิ่มเป็นเดือนละ 3,000 หยวน

หลักเดือนเหลือหลักวัน

พอเริ่มเรียนจริง ความรู้สึกคือ ป.ตรี ง่ายไปเลยครับ 555 งานที่ตอน ป.ตรี มีเวลาทำเป็นเดือน พอขึ้น ป.โท เหลือแค่ไม่กี่วัน แถมก่อนหน้านี้เรียนแต่กับเพื่อนต่างชาติ คราวนี้ได้เรียนร่วมกับนักศึกษาจีนด้วย แล้วผมก็พบว่าคนจีนขยันมากกกก และเราก็ต้องขยันตาม เลยรู้สึกว่าการแข่งขันสูงขึ้น

Coursework เน้นวิเคราะห์ นั่งเงียบไม่ได้

เนื้อหาจะเน้นทฤษฎีและ Case Study ด้านการสอน ทุกคนต้องช่วยกันวิเคราะห์และออกความเห็น เช่น ถ้าอาจารย์จีนไปสอนที่มาดากัสการ์แล้วปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมไม่ได้ ควรแก้ยังไง หรือถ้าครูจีนมาสอนที่ไทย ควรเรียนภาษาแม่ของนักเรียนไหม

นอกจากวิเคราะห์เคส เรายังต้องฝึกเทคนิคการสอนด้วยครับ โดยลองสอนภาษาจีนให้ชาวต่างชาติ แล้วกลับมารีวิวตัวเองว่าใช้วิธีไหน จุดไหนควรปรับ พร้อมรับ Feedback จากเพื่อน เช่น พูดเบาไปไหม สอนเร็วไปหรือเปล่า ขณะเดียวกันเราก็ต้องดูเพื่อนสอนและ Feedback กลับเหมือนกัน

ทำวิจัย ค้นคว้าหนัก แต่สักพักก็จับทางได้!

ส่วนงานวิจัย อาจารย์จะถามตั้งแต่ช่วงแรกเลยว่าเราสนใจเรื่องอะไร ของผมคือวิธีสอนภาษาจีนให้เด็กไทย ว่าจะสอนยังไงให้เข้าใจง่ายขึ้น

จากตอน ป.ตรี ที่แทบไม่เคยอ่านงานวิจัย พอขึ้น ป.โท ต้องอ่านงานภาษาจีนเยอะมาก ช่วงแรกผมก็อ่านช้าครับ แต่พออ่านไปเรื่อยๆ จะเริ่มจับจุดได้ว่าเนื้อหาสำคัญอยู่ตรงไหนตามโครงสร้างของงาน ไม่ต้องอ่านทุกอย่างด้วยวิธีเดิมตลอด แล้วถ้าตรงไหนไม่เข้าใจจริงๆ ก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าอันนี้ไม่รู้นะ แล้วก็กล้าขอความช่วยเหลือจากเพื่อนคนจีนครับ

. . . . . . . .

5

ชีวิตในหลานโจว 
ดินแดนแห่งแม่น้ำฮวงโห

ผมเกริ่นไปแล้วว่าหลานโจวเดินทางค่อนข้างสะดวก คราวนี้มารีวิวชีวิตที่นี่กันบ้างครับ

  • พื้นที่สาธารณะดีมาก ถ้าออกจากมหาวิทยาลัยจะเห็นผู้สูงอายุมานั่งจิบชาริมแม่น้ำหวงเหอ ปูโต๊ะนั่งชมวิวกัน ฟีลคล้ายๆ นั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาครับ
     
  • อากาศแห้งมาก ต่างจากไทยที่ร้อนชื้น ที่นี่หน้าหนาวทั้งหนาวทั้งแห้ง ต่ำสุดที่ผมเคยเจอประมาณ -14°C ส่วนหน้าร้อนขึ้นไปถึง 40°C ได้ ถ้าใครอยากไปดาวอังคาร แนะนำให้มาซ้อมอยู่หลานโจวก่อนได้นะ 555
     
  • แล้วไหนๆ ก็มาถึงหลานโจวทั้งที ผมก็หาโอกาสไปเที่ยวทะเลทรายสักครั้งครับ โอ้โหสัญญาณเน็ตแทบไม่มี ล้มลุกคลุกคลาน เหมือนหาเรื่องใส่ตัวนิดๆ แต่ได้เจอประสบการณ์แปลกใหม่ครับ
     
  • อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อคือ “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวหลานโจว” ประสบการาณ์ส่วนตัวผมไปลองแล้วอร่อยจริง! แล้วก็แนะนำว่าที่นี่มีชุมชนมุสลิมและอาหารฮาลาลเยอะ เนื้อวัวเลยหากินง่าย ถ้าเป็นมุสลิมผมว่าตอบโจทย์ แต่ถ้าเป็นคนที่ต้องเลี่ยงเนื้อวัว ไม่ค่อยเชียร์ครับ
อาหารมื้อแรกในหลานโจว: 兰州牛肉面 ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหลานโจวครับ
อาหารมื้อแรกในหลานโจว: 兰州牛肉面 ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหลานโจวครับ

ควรเตรียมรับมือกับอะไรก่อนมาจีน?

สำหรับผมมี Culture Shock เรื่องบุหรี่ครับ (บางร้านถึงจะมีป้ายห้ามสูบ ก็ยังเจอคนสูบอยู่) นอกจากนี้คือตอนอยู่ไทยผมเคยเป็นชาว Slow Life แต่ประเทศจีนทุกอย่างจะไวและตรงเวลามากๆ เวลาทำงานกับคนจีนค่อนข้างเป๊ะ ถ้านัด 8.30 น. คุณควรไปถึงตั้งแต่ 8.25 น. แล้ว ตอนหลังผมก็รู้สึกตัวปรับตัวได้และมีวินัยขึ้น

. . . . . . . .

6

มาไกลขนาดนี้ รู้ตัวอีกทีก็ว่าที่เหล่าซือ!

จากฝึกสอน 7 วัน สู่ห้องเรียนจริง 6 เดือน

ทั้ง ป.ตรี และ ป.โท มีฝึกสอนครับ ตอน ป.ตรี ผมได้ลองสอนสั้นๆ ประมาณ 7 วัน แต่พอ ป.โท รอบนี้กลับมาฝึกสอนที่โรงเรียนมัธยมวัดนายโรงในไทยยาว 6 เดือนเลย

ความท้าทายสำหรับที่ไทยคือวันหยุดเยอะครับ 555 สมมติวิชานี้มีสัปดาห์ละคาบ แล้วดันตรงกับวันหยุดพอดี กลับมาอีกทีเด็กบอก “เหล่าซือออ ผมลืมแล้วอะ” เราก็ต้องปรับแผนการสอน ใช้การบ้านช่วยต่อเนื้อหาไม่ให้ขาดช่วง ต่างจากที่จีนที่การเรียนชดเชยเสาร์-อาทิตย์เป็นเรื่องปกติ

อีกเรื่องคือครูต้องตามเทคโนโลยีให้ทันครับ ถ้าเราให้การบ้านที่เด็กโยนเข้า AI แล้วได้คำตอบเลย เด็กก็ไม่ได้ฝึกอะไร เราต้องเปลี่ยนวิธีออกโจทย์ให้ประยุกต์มากขึ้น อาจเป็นงานกลุ่มหรือ Presentation ให้เขาได้คิดและลงมือทำจริงๆ

แวะเกณฑ์ทหารแป๊บ เดี๋ยวคัมแบ็กเป็นเหล่าซือ

ตอนนี้ผมเรียนจบแล้ว กำลังพักเพื่อเตรียมเกณฑ์ทหารครับ หลังจากนั้นแพลนคือกลับไปสอน เพราะสุดท้ายผมก็ชอบการสอนที่สุดนี่แหละ ผมอยากเห็นคนที่เราสอนค่อยๆ เติบโตขึ้น ไม่ว่าจะด้านภาษาจีนหรือการใช้ชีวิต เขาจะพัฒนาไปทางไหน เราก็ยินดีไปกับเขาครับ

. . . . . . . .

The world is waiting, 
and you’re warmly invited!

ถ้าเรียนต่อต่างประเทศคือ Destination ที่เล็งไว้ ได้เวลา Fast Track เส้นทางของตัวเองให้ชัดขึ้น! มาเจอกันที่ Dek-D’s Study Abroad Fair 2026 รอบปลายปี งานที่รวมครบทั้งข้อมูล โอกาส และรุ่นพี่ตัวจริงมาให้คุยกันแบบเต็มที่

สำหรับทีมจีน เตรียมมาเจอกับ “พี่เพชร” และรุ่นพี่จากสมาคมนักเรียนไทย-จีน (TCSA) ที่จะมาสแตนด์บายให้คำปรึกษาตลอดทั้ง 2 วัน ตั้งแต่เตรียมสมัคร หาทุน ไปจนถึง Student Life ในจีน

พิเศษ! วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. 69 เวลา 10:45–11:15 น. พบกับ Special Talk “CHINA BEYOND BORDERS” เปิดประสบการณ์เรียนและใช้ชีวิตในจีนกับรุ่นพี่จากสมาคมฯ ที่เวทีเรียนต่อนอก

  • Save the Date: 3-4 ตุลาคม 69 (09.00-16.30 น.)
  • Location: BITEC บางนา (EH98)
  • No Boarding Pass Needed - Just Free Entry!

มาเถอะ อยากเจอ เราตั้งใจทุกรายละเอียดจริงๆ นะ~

พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น