Hello! ชาว Dek-D ทุกคนค่ะ หลังจากที่พี่พลอยกี้ได้ใช้ชีวิตนักศึกษาที่ University of Leeds ประเทศอังกฤษ มาเป็นเวลา 1 ปี วันนี้เลยขออาสามาพาน้องๆ ไปเปิดวาร์ปทัวร์มหาวิทยาลัยกันค่ะ!
มาดูกันว่าในรั้ว Leeds มี Facilities และบริการอะไรบ้างที่นักศึกษาสามารถใช้ได้ ตั้งแต่พื้นที่อ่านหนังสือ ยิมออกกำลังกาย ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้ชีวิตมหา’ลัยสะดวกสบายยิ่งขึ้น // ใครเล็งๆ Leeds อยู่ ตามมาส่องอุ่นเครื่องกันเล้ยยย~
. . . . . . . .
1. ห้องสมุด
อย่างแรกเลยคือ University of Leeds มีห้องสมุดอยู่ทั้งหมด 4 แห่ง ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีหนังสือและ resource ให้ค้นคว้าแตกต่างกันไป แบ่งเป็น…
Laidlaw Library:
เป็นห้องสมุดสำหรับนักศึกษา ป.ตรี โดยเฉพาะ (แต่บางครั้งพี่กับเพื่อนๆ ก็แอบไปนั่งอ่านหนังสือที่นี่เหมือนกันค่ะ 55555) เพราะโลเคชันคือปังมาก อยู่ใกล้ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสุดๆ โดยมีทั้งหมด 4 ชั้นพร้อมที่นั่งประมาณ 720 ที่ และแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายโซนให้เลือกตามสไตล์การอ่าน ไม่ว่าจะเป็น Group Space สำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆ และ Silent Space สำหรับคนที่อยากหามุมเงียบๆ ไว้โฟกัสกับการเรียนโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของ Skills@Library ซึ่งมีบริการให้คำแนะนำและช่วยพัฒนาทักษะทางวิชาการที่จำเป็นต่อการเรียนมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ
เวลาเปิด-ปิด
- จันทร์-ศุกร์ 8.00 น. - เที่ยงคืน
- เสาร์-อาทิตย์: 10.00 น. - เที่ยงคืน
Edward Boyle Library:
ถ้าใครกำลังมองหาห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ให้อ่านหนังสือได้ทั้งวันทั้งคืน ต้องแวะมาที่นี่เลยค่ะ เพราะเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดของมหาวิยาลัย มีที่นั่งให้บริการถึง 2,000 ที่ ครอบคลุมทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์
ภายในมีทั้งหมด 6 ชั้น พร้อมพื้นที่ให้เลือกใช้งานหลากหลาย ทั้ง Group Space สำหรับอ่านหนังสือหรือทำงานกับเพื่อน และ Silent Space สำหรับคนที่ต้องการสมาธิเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ยังมี Research Hub ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับนักวิจัยและนักศึกษาป.โท/เอกโดยเฉพาะด้วยค่ะ
ไฮไลต์ของที่นี่คือ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ใครมีงานต้องปั่นหรืออยากอ่านหนังสือช่วงดึก ก็มีพื้นที่ให้มานั่งโฟกัสกันได้เลยค่ะ!
Brotherton Library:
ใครชอบบรรยากาศห้องสมุดที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายความคลาสสิก แนะนำให้ไปเช็กอินที่ห้องสมุดนี้เลยค่ะ ห้องสมุดแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอาคาร Parkinson Building โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เน้นการอ่านหนังสือในบรรยากาศเงียบๆ เหมาะกับคนที่อยากหามุมสงบไว้ค้นคว้าหรือโฟกัสกับการเรียน
นอกจากนี้ที่นี่ยังรวบรวมหนังสือและงานวิจัยด้านภาษาและศิลปะไว้อีกด้วย ส่วนใครที่สนใจหนังสือหายากและเอกสารทางประวัติศาสตร์ ต้องไม่พลาด Brotherton Research Centre ซึ่งเก็บรักษาคอลเล็กชันหนังสือหายาก ต้นฉบับ และผลงานศิลปะที่นักศึกษาสามารถเข้ามาศึกษาค้นคว้าได้ค่ะ
เวลาเปิด-ปิด
- จันทร์-ศุกร์ 8.00 - 20.00 น.
- เสาร์-อาทิตย์ 10.00 - 20.00 น.
Health Sciences Library:
สำหรับน้องๆ ที่สนใจเรียนสายแพทย์หรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ ต้องแวะมาที่ Health Sciences Library ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 7 ของอาคาร Worsley Building ใกล้กับ School of Medicine ของ University of Leeds ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับค้นคว้าข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพโดยเฉพาะ
ส่วนพื้นที่อ่านหนังสือก็มีให้เลือกทั้ง Group Space สำหรับทำงานกลุ่มหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ และ Silent Space สำหรับคนที่อยากอ่านหนังสืออย่างเงียบสงบ
เวลาเปิด-ปิด
- จันทร์-ศุกร์ 8.00 น. - เที่ยงคืน
- เสาร์-อาทิตย์: 10.00 น. - เที่ยงคืน
Note:
- ห้องสมุดทั้ง 4 แห่งจะมีคอมพิวเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสารไว้บริการ นอกจากนี้ยังมีระบบจองห้อง Study room ทั้งแบบ Group study และ Individual study อีกด้วยค่ะ
- ที่ตึก Maurice Keyworth ของ Leeds University Business School จะมี Student Study Centre ให้นักศึกษาไปนั่งทำงานและอ่านหนังสือระหว่างวันด้วยค่ะ
2. Careers Service
เรียนจบแล้วอยากทำงานต่อใน UK หรือยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นเส้นทางอาชีพยังไงดี? ที่ Careers Service ของ University of Leeds มีบริการช่วยเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนก้าวเข้าสู่โลกการทำงานด้วยค่ะ
ที่นี่ตั้งอยู่ที่อาคารชื่อ Cromer Terrace มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสมัครงาน ตั้งแต่การเขียน CV การเตรียมตัวและฝึกซ้อมสัมภาษณ์งาน ไปจนถึงการวางแผนเส้นทางอาชีพ โดยสามารถรับบริการได้ทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ตลอดปีการศึกษา
นอกจากนี้ ยังมี Career Fairs ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พบปะและทำความรู้จักกับบริษัทต่าง ๆ ใน UK รวมถึงเวิร์กชอปพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานด้วยค่ะ เรียกได้ว่าไม่ได้ซัปพอร์ตแค่เรื่องเรียน แต่ยังช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับก้าวต่อไปหลังเรียนจบอีกด้วย!
3. The Refectory
ไม่ว่าจะเรียนหนักแค่ไหน ก็มีอาหารอร่อยๆ ให้ฮีลใจ! ใครกำลังมองหาพิกัดฝากท้องในมหาวิทยาลัย พี่พลอยกี้ขอแนะนำ The Refectory โรงอาหารของ University of Leeds ที่มีเมนูให้เลือกหลากหลาย แถมราคายังเป็นมิตรกับกระเป๋านักศึกษาด้วยค่ะ
โดยช่วงวันธรรมดา ก่อน 11.00 น. จะมีเมนูอาหารเช้าให้เลือก ส่วนหลังจากนั้นก็จัดเต็มทั้งพิซซ่า ไก่ทอด ข้าวแกงกะหรี่ และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่ามีตัวเลือกให้เปลี่ยนไปกินได้เรื่อยๆ เลยค่ะ
อีกหนึ่งข้อดีคือมีแอปพลิเคชัน GFaL Rewards ให้สะสมคะแนนเพื่อแลกรับส่วนลดได้ด้วย ใครอยากประหยัดงบค่าอาหารระหว่างเรียนต่อ อย่าลืมลองเช็กสิทธิประโยชน์นี้กันนะคะ!
4. Leeds University Union
ถ้าอยากหาพื้นที่แฮงเอาต์กับเพื่อนๆ หรือทำความรู้จักกับนักศึกษาคนอื่นในมหาวิทยาลัย ต้องลองแวะมาที่ Leeds University Union (LUU) เลยค่ะ ที่นี่ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัย ในอาคารเดียวกับ The Refectory และเป็นอีกหนึ่งจุดนัดพบที่มีสีสันสำหรับชาว Leeds
ภายในมีทั้งร้านสะดวกซื้อ CO-OP คาเฟ่ Common Ground รวมถึงบาร์อย่าง Terrace และ Old Bar ให้แวะมาพักผ่อนหรือใช้เวลากับเพื่อนๆ นอกจากนี้ ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของมหาวิทยาลัยให้เลือกชอปปิงกันด้วยค่ะ
อีกหนึ่งบริการที่น่าสนใจคือ Joblink ซึ่งช่วยให้นักศึกษาค้นหาโอกาสทำงานระหว่างเรียน ไม่ว่าจะเป็นงานพาร์ตไทม์ งานชั่วคราว หรือ Internship ใครอยากหารายได้เสริมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานไปพร้อมกับการเรียน ก็ลองแวะไปใช้บริการกันได้เลยค่าา~
5. คาเฟ่
สายคาเฟ่ต้องถูกใจสิ่งนี้! นอกจาก Common Ground ที่ตั้งอยู่ใน Leeds University Union แล้ว ภายในแคมปัสยังมีคาเฟ่อีกหลายแห่งให้แวะไปเติมคาเฟอีนหรือหามุมนั่งพักระหว่างวันได้ด้วยค่ะ
พี่พลอยกี้ขอป้ายยา 3 ที่คือ The Edit Room คาเฟ่ภายใน Edward Boyle Library, Parkinson Court Cafe ที่ตั้งอยู่ในอาคาร Parkinson Building และ Esther Simpson Cafe ซึ่งเป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่พี่ชอบแวะไปนั่งระหว่างรอเข้าเรียน
ที่สำคัญ คาเฟ่เหล่านี้ยังสามารถใช้แอปเดียวกับ The Refectory เพื่อสะสมคะแนนผ่าน GFaL Rewards ได้ด้วยนะคะ ใครชอบซื้อเครื่องดื่มระหว่างวัน ก็อย่าลืมเช็กสิทธิประโยชน์และสะสมคะแนนกันไว้ค่ะ!
6. The Edge
สายเฮลตี้ สายฟิตห้ามพลาด! The Edge คือศูนย์กีฬาของ University of Leeds ที่รวมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับออกกำลังกายไว้ครบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส กำแพงปีนผา และ Sports Halls สำหรับเล่นกีฬาในร่ม นอกจากนี้ ยังมีคลาสออกกำลังกายให้เลือกมากกว่า 130 คลาสต่อสัปดาห์ ทั้ง Zumba, Pilates และ BODY PUMP ใครชอบออกกำลังกายสไตล์ไหนก็เลือกได้ตามใจเลยค่
สำหรับค่าสมาชิก ที่นี่มีหลายแพ็กเกจให้เลือก ทั้งแบบรายเดือนและรายปี โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ £26.50 ต่อเดือน (ประมาณ 1,200 บาท) ทั้งนี้ สิทธิ์เข้าใช้งานและช่วงเวลาที่สามารถเข้าใช้บริการได้จะแตกต่างกันไปตามแพ็กเกจค่ะ
สิทธิพิเศษสำหรับนักศึกษาที่พักในหอพักของมหาวิทยาลัย: สามารถรับแพ็กเกจ Edge Premium ฟรีตลอดปี โดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกเพื่อเข้าใช้ The Edge ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ส่วนใครที่ไม่ได้ออกกำลังกายบ่อยๆ แบบพี่พลอยกี้ ก็ไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกเสมอไปนะคะ เพราะสามารถเลือกจ่ายเฉพาะคลาสหรือกิจกรรมที่สนใจได้ด้วย อย่างคลาส Zumba ที่พี่เคยไปเข้าร่วม มีค่าใช้จ่ายครั้งละ £7.75 (ประมาณ 340 บาท) ค่ะ
7. Galleries
ใครชอบเสพงานศิลป์หรืออยากหากิจกรรมทำช่วงเวลาว่าง พี่พลอยกี้อยากชวนมาแวะชมแกลเลอรีภายในอาคาร Parkinson Building กันค่ะ ที่นี่มีแกลเลอรีให้เข้าชมฟรีถึง 2 แห่งเลย!
- The Stanley & Audrey Burton Gallery แกลเลอรีจัดแสดงผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานศิลป์ในศตวรรษที่ 17 ไปจนถึงผลงานร่วมสมัย
- Treasures of the Brotherton Gallery พื้นที่จัดแสดงวัตถุและคอลเล็กชันสำคัญที่มหาวิทยาลัยเก็บรักษาไว้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านสิ่งของจัดแสดงต่างๆ
นอกจากนี้ ทั้งสองแห่งยังมีนิทรรศการหมุนเวียน เวิร์กชอป และอิเวนต์ให้เข้าร่วมเป็นระยะๆ ด้วยค่ะ ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเรียน ลองแวะมาเดินชมงานศิลปะเพลินๆ ได้เลย แถมยังเข้าชมฟรีอีกด้วยนะคะ คือเริ่ดเลยล่ะ!
จิตรกรชาวฝรั่งเศสผู้ริเริ่มการวาดภาพแบบ Impressionism
Note: รอบๆ แคมปัสมีผลงานประติมากรรมกลางแจ้งให้ชมด้วย ผลงานดัง เช่น Sign for Art หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Wobbly Bacon’ และ The Dreamer รูปปั้นหญิงสาวลอยตัวนอนอยู่เหนือสวนดอกไม้ที่ Clothworkers Court ได้แรงบันดาลใจจากนักมายากลที่ทำให้คนลอยเหนือโต๊ะ
8. The Language Zone
ใครอยากพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศระหว่างเรียนต่อ ต้องรู้จัก The Language Zone เลยค่ะ! พื้นที่นี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคาร Parkinson Building เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกฝนภาษาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และภาษาอื่น ๆ ผ่านสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งภาพยนตร์ หนังสือพิมพ์ และ Audio Books ที่สามารถยืมไปใช้ได้ด้วยค่ะ
นอกจากสื่อให้เรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมช่วยอัปสกิลภาษาและเปิดโอกาสให้พบปะเพื่อนใหม่จากทั่วโลกด้วยนะคะ อย่าง Global Cafe กิจกรรมพบปะสังสรรค์ที่จัดทุกวันจันทร์ ณ Common Ground ใน LUU พร้อมเครื่องดื่มฟรีอีกด้วย ส่วนกิจกรรมที่พี่พลอยกี้เคยไปร่วมคือ Say & Play ซึ่งเป็นเซสชันฝึกพูดภาษาอังกฤษผ่านการเล่นเกม The Werewolves บอกเลยว่าเป็นวิธีฝึกภาษาแบบสนุกๆ ที่ช่วยให้ได้ลองพูดคุยจริง พร้อมทำความรู้จักเพื่อนใหม่จากต่างคณะไปในตัว ใครอยากฝึกภาษาแบบไม่น่าเบื่อ ลองหากิจกรรมที่ใช่แล้วไปเข้าร่วมกันได้เลยค่ะ!
. . . . . . . .
ถึงตรงนี้ทุกคนคงเห็นภาพกันแล้วว่า University of Leeds ไม่ได้มีดีแค่การเรียน แต่เป็นแคมปัสที่ดูแลชีวิตนักศึกษาได้ครบทุกด้าน จะอ่านหนังสือก็มีห้องสมุดให้เลือกถึง 4 แห่ง (แถมบางที่เปิด 24 ชม.!)
ใครอยากเตรียมตัวสมัครงานก็มี Careers Service และ Joblink คอยให้คำแนะนำ หิวก็มีทั้ง The Refectory และคาเฟ่ทั่วแคมปัส เบื่อก็ไปออกกำลังกายที่ The Edge หรือเดินชมงานศิลปะฟรีที่แกลเลอรี ส่วนใครอยากอัปสกิลภาษาและหาเพื่อนใหม่ ก็แวะไป Language Zone ได้เลย~
และสำหรับใครที่กำลังวางแผนมาเรียนที่ Leeds หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพการใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาของที่นี่ชัดขึ้นนะคะ แล้วเจอกันในบทความหน้าค่า~
Source: https://medium.com/university-of-leeds/take-a-tour-of-the-art-on-campus-3a9018fa03fd
0 ความคิดเห็น