พาไปดู 2 วันใน Green Mission Bootcamp
เมื่อปัญหาใกล้ตัวกลายเป็นไอเดียที่ลงมือทำได้จริง
By Green Mission by Chula x GULF
น้องๆ เคยสังเกตไหมว่า รอบตัวเรามีปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่มากมาย ทั้งฝุ่น PM2.5 น้ำท่วม หรือผักตบชวาเต็มแหล่งน้ำ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่เด็กมัธยมฯ จะแก้ได้ แต่เชื่อไหมว่า มีน้องๆ กลุ่มหนึ่งที่เปลี่ยนปัญหาเหล่านี้ให้เป็น "นวัตกรรม" ที่น่าสนใจ
วันนี้จะพาน้องๆ ไปรู้จักกับ “โครงการ Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน” โครงการที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ชั้นมัธยมศึกษาจากทั่วประเทศได้นำปัญหาสิ่งแวดล้อมในบ้าน ในชุมชนมาเป็นไอเดียนวัตกรรม และสามารถต่อยอดเป็นต้นแบบใช้งานได้จริง ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และลงมือทำจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและสนับสนุน

Green Mission by Chula x GULF คืออะไร?
โครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนน้องๆ มาประชันไอเดียว่าจะช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในบ้านหรือชุมชนของตัวเองได้อย่างไร ทั้งการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Mitigation) และการคิดหาวิธีให้ชุมชนสามารถปรับตัวและรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น (Adaptation & Resilience) ก่อนนำไอเดียมาพัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถนำไปทดลองใช้เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่จริง โดยปีนี้จัดเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา”
สำหรับปีนี้มีน้องๆ มัธยมฯ สมัครเข้าร่วม 927 ทีม ก่อนคัดเลือก 20 ทีม เพื่อเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะแนวคิดและพัฒนานวัตกรรม และคัดเลือก 8 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบ Final Pitching เพื่อนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ไม่ใช่แค่ส่งไอเดียประกวด แต่คือการเรียนรู้และลงมือทำจริง
กิจกรรมเริ่มขึ้นด้วยการพาน้องๆ ทั้ง 20 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก ออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียน และศึกษาดูงาน ณ โรงไฟฟ้าอุทัยของกลุ่มบริษัท GULF และสถานีบริการภาคพื้นดินของบริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) จ.ปทุมธานี เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้พลังงานและเทคโนโลยีในพื้นที่จริง



จากนั้นเข้าสู่ Bootcamp 3 วัน 2 คืน ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จ.สระบุรี ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ Carbon Neutral Event ด้วย
ในค่าย Bootcamp น้องๆ ไม่ได้แค่มาแข่งขันกันคิดไอเดีย แต่ได้ลองเรียนรู้กระบวนการพัฒนาโครงการตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจากทำความเข้าใจ Climate Change และ Climate Resilience ผ่าน Workshop Design Thinking ตั้งแต่ Empathize, Define, Ideate ไปจนถึง Prototype และ Test ก่อนพัฒนาไอเดียเป็น Project Plan ที่มองทั้งบริบทและความต้องการของชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลลัพธ์ที่ต้องการ ตลอดจนงบประมาณ และ Benefit-Cost Ratio (B:C Ratio) เพื่อไม่ให้เป็นแค่ไอเดียสร้างสรรค์แล้วจบไป แต่สามารถนำไปต่อยอดและสร้างผลลัพธ์ให้กับชุมชนได้จริง พร้อมปิดท้ายด้วยการฝึก Presentation & Pitching เพื่อนำเสนอแนวคิดอย่างเป็นระบบ



มัดรวม 8 ไอเดียรักษ์โลกจากเด็กมัธยมฯ ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย Green Mission ปี 3
หลังจากเข้า Bootcamp เรียบร้อยแล้ว น้องๆ 8 ทีมสุดท้ายจะต้องนำเสนอนวัตกรรม โดยคณะกรรมการจะพิจารณาจากความถูกต้องทางวิชาการ ความเป็นไปได้ในการนำไปประยุกต์ใช้จริง ความโดดเด่นของแนวทางการพัฒนา และความน่าสนใจของการนำเสนอ ซึ่งแต่ละทีมเจอปัญหาอะไรและมีวิธีแก้ไขกันอย่างไรบ้าง
[รางวัลชนะเลิศ] “ฟาง Work” ทีมโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมฯ)
- ปัญหาที่เจอ : ฟางข้าวที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวมักถูกนำไปเผา ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ทั้งที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้
- นวัตกรรมที่แก้ปัญหา : พัฒนาแพลตฟอร์ม “ฟาง Work” เชื่อมโยงเกษตรกรที่ต้องการขายฟางข้าว กับผู้ที่ต้องการนำฟางไปใช้ประโยชน์ โดยนำข้อมูลดาวเทียมมาช่วยประเมินปริมาณฟาง แสดงข้อมูลราคาและต้นทุนที่เกี่ยวข้อง และคำนวณการลดการปล่อยคาร์บอนจากการไม่เผา

[รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1] “ECHO – Ecosystem Conservation through Hearing and Observation” ทีมโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
- ปัญหาที่เจอ : การลักลอบตัดไม้และบุกรุกพื้นที่ป่าเป็นปัญหาที่ตรวจสอบและเฝ้าระวังได้ยาก
- นวัตกรรมที่แก้ปัญหา : พัฒนาระบบเฝ้าระวังและตรวจจับการบุกรุกพื้นที่ป่า (ECHO) ด้วยกล่อง IoT ขนาดเล็ก หรือ “Node” ติดตั้งตามจุดเสี่ยงในป่า เพื่อตรวจจับเสียงและกิจกรรมผิดปกติ จากนั้นใช้ AI ช่วยจำแนกข้อมูลและส่งสัญญาณผ่านเครือข่าย Node ไปยังศูนย์ควบคุม ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งโดยประมาณและเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น

[รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2] Root to Roof ทีมโรงเรียนชลประทานวิทยา นนทบุรี
- ปัญหาที่เจอ : สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทำให้ไก่ไข่เกิดความเครียดจากความร้อน ส่งผลกระทบต่อผลผลิต และทำให้ต้นทุนด้านพลังงานและน้ำสูงขึ้น ขณะเดียวกันชุมชนก็มีปัญหาผักตบชวาจำนวนมากในแหล่งน้ำ
- นวัตกรรมที่แก้ปัญหา : พัฒนาแผ่นฉนวนกันความร้อนจากผักตบชวา (Root to Roof) สำหรับติดตั้งใต้หลังคาโรงเรือนไก่ไข่ เพื่อช่วยลดความร้อนและต้นทุนให้กับเกษตรกร พร้อมนำวัสดุที่เป็นปัญหาในชุมชนกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง

[รางวัลชมเชย] Crop Cast ทีมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก
- ปัญหาที่เจอ : ปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพืชและสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร
- นวัตกรรมที่แก้ปัญหา : พัฒนาแอปพลิเคชัน “Crop Cast” เฝ้าระวังและพยากรณ์ความเสี่ยงการเกิดโรคพืชสำหรับเกษตรกรใน จ.พิษณุโลก นำข้อมูลสภาพอากาศมาวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยการเกิดโรคพืช เพื่อแสดงระดับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ ช่วยให้เกษตรกรสามารถเฝ้าระวังและเตรียมรับมือได้ล่วงหน้า แทนการแก้ปัญหาเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว
[รางวัลชมเชย] ข้างบ้าน ทีมโรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ
- ปัญหาที่เจอ : พื้นที่ ต.แหลมฟ้าผ่า จ.สมุทรปราการ มีปัญหาเรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง
- นวัตกรรมที่แก้ปัญหา : พัฒนาแพลตฟอร์ม “ข้างบ้าน” สำหรับเฝ้าระวังและรับมือปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์การกัดเซาะและน้ำท่วม ผ่าน LINE OA และยังใช้เทคโนโลยีและ AI มาช่วยวิเคราะห์และแสดงข้อมูล เพื่อให้ติดตามสถานการณ์และเตรียมรับมือได้

[8 ทีมสุดท้าย] Biobite ทีมโรงเรียนสายปัญญา รังสิต
- ปัญหาที่เจอ : พบปัญหาขยะอินทรีย์จำนวนมาก และความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงก๊าซหุงต้ม
- นวัตกรรมที่แก้ปัญหา : พัฒนาถังหมัก “Biobite” ที่สามารถเปลี่ยนเศษอาหารและขยะอินทรีย์ให้เป็นก๊าซชีวภาพสำหรับใช้เป็นพลังงานทางเลือกในชุมชน ส่วนกากที่เหลือจากการหมักยังนำไปใช้เป็นปุ๋ยบำรุงพืชได้
[8 ทีมสุดท้าย] ระยองรักษ์โลก ทีมโรงเรียนระยองวิทยาคม
- ปัญหาที่เจอ : ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ใน จ.ระยอง กระจัดกระจาย ทำให้นักท่องเที่ยวขาดข้อมูลที่จะช่วยให้เข้าใจและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- นวัตกรรมที่แก้ปัญหา : พัฒนาแพลตฟอร์ม “ระยองรักษ์โลก” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ใน จ.ระยอง โดยให้เป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยว ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางและท่องเที่ยวได้อย่างรับผิดชอบมากขึ้น พร้อมสนับสนุนให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายกลับสู่ชุมชน
[8 ทีมสุดท้าย] หาดใหญ่ รู้ทันน้ำท่วม ทีมโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จ.สงขลา
- ปัญหาที่เจอ : แม้จะมีข้อมูลสถานการณ์น้ำท่วมอยู่หลายแหล่ง แต่ประชาชนยังเข้าถึงและนำข้อมูลมาใช้ตัดสินใจได้ยาก ไม่รู้ว่าพื้นที่ของตนมีความเสี่ยงแค่ไหน ควรอพยพเมื่อไหร่ และควรไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่ไหน
- นวัตกรรมที่แก้ปัญหา : พัฒนาแพลตฟอร์ม “หาดใหญ่ รู้ทันน้ำท่วม” รวบรวมข้อมูลสถานการณ์น้ำและเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมสำหรับเมืองหาดใหญ่ โดยแสดงผลผ่านแผนที่แบบ Interactive ให้ประชาชนตรวจสอบความเสี่ยงของพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ ระบุพื้นที่ปลอดภัย และวางแผนเส้นทางอพยพได้ง่ายขึ้น

จบการแข่งขันแล้ว ไอเดียเหล่านี้จะไปต่ออย่างไร?
อีกจุดที่น่าสนใจของ Green Mission ปี 3 คือโครงการไม่ได้จบลงแค่การประกาศผลและมอบรางวัล แต่ยังเปิดโอกาสให้ 3 ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้ต่อยอดผลงานของตัวเอง โดยจะได้รับทุนสนับสนุนเพิ่มเติมทีมละไม่เกิน 20,000 บาท เพื่อนำต้นแบบนวัตกรรมไปทดลองใช้ในพื้นที่จริง พร้อมรับคำปรึกษาจากคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญจาก GULF
จากทั้ง 8 ผลงาน จะเห็นได้ว่าไอเดียของน้องๆ แต่ละทีมเริ่มต้นจากปัญหาที่แตกต่างกัน บางทีมมองเห็นปัญหาการเผาฟางข้าว บางทีมอยากช่วยเกษตรกรลดต้นทุน หรือบางทีมก็อยากให้คนในชุมชนรับมือกับน้ำท่วมได้ดีขึ้น ก่อนจะนำความรู้และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาเป็นนวัตกรรม
ซึ่งถ้าทั้ง 3 ทีมได้นำต้นแบบนวัตกรรมลงไปทดลองใช้จริงในพื้นที่แล้ว มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง เดี๋ยวจะนำมาเล่าให้น้องๆ ฟังกันอีกแน่นอน รอติดตามกันได้เลย
0 ความคิดเห็น