เรียนสถาปัตย์ที่ไทยมาแล้ว ถ้าอยากออกไปสำรวจแบบลึกๆ ว่าที่ต่างประเทศเขาออกแบบอาคาร ใช้เทคโนโลยี และบริหารงานก่อสร้างกันยังไง จะมีคอร์สไหนให้ลองยื่นแบบเหมาะเจาะขนาดนั้นเลยมั้ย?
วันนี้เราชวน “พี่วิน–พีรวิชญ์ สุขเณศกุล” สถาปนิกเกียรตินิยมอันดับ 1 จากจุฬาฯ ที่ไม่ได้ถนัดแค่งานออกแบบ แต่ยังสนใจทั้ง Data, AI และ Automation ที่นำมาใช้กับงานสถาปัตย์และการก่อสร้างด้วย!
เขาใช้เวลากว่า 3 ปีเพื่อเตรียมแปลนยื่นทุน Erasmus+ Joint Masters Scholarship ไปเรียนต่อ ป.โท โปรแกรม MBUILD (Master in Sustainable Design, Construction and Management of the Built Environments) ซึ่งได้ย้ายประเทศทุกเทอมจากโปรตุเกส > เยอรมนี > สเปน ตอนสัมภาษณ์ก็กำลังทำ Thesis กับมหาวิทยาลัยในเยอรมนี แต่พาตัวเองวาร์ปมาอยู่สเปนค่ะ
รีวิวนี้มีทั้งเส้นทางคว้าทุน บรรยากาศห้องเรียน ชีวิตใน 3 ประเทศที่มี Vibe คนละแบบ สถาปัตยกรรมที่ชวนตื่นตาตื่นใจ และสารพัดเรื่องที่ต้องรับมือระหว่างย้ายประเทศทุก 6 เดือน
// เราไปเริ่มดูวัสดุตั้งต้นที่พี่วินใช้สร้างเส้นทางนี้กันเลย!
. . . . . . . .
ก่อร่างวิธีคิด
แบบสถาปนิกสาย Data
วินรู้ตัวว่าอยากเป็นสถาปนิกตั้งแต่ช่วง ป.1-3 เลยครับ เห็นช่างก่ออิฐฉาบปูนในหมู่บ้านแล้วรู้สึกอยากเป็นช่างบ้าง ชอบตัดไม้ไผ่สร้างบ้านเล่นๆ ตั้งแต่เด็ก คุณแม่เลยแนะนำให้รู้จักทั้ง “สถาปนิก” และ “วิศวกร” บางช่วงก็เอนไปสนใจ Software Engineering มีไปค่ายเขียนเว็บ บางอารมณ์ก็อยากเป็นครูศิลปะ วนอยู่แบบนี้ 3-4 ปี จนเห็นเพื่อนๆ นั่งวาดรูประบายสี ซึ่งมันก็เป็นงานอดิเรกนึงที่เราเองก็ชอบเหมือนกัน เลยลองเทกคอร์สเรียนดู ปรากฏว่ายังชอบอยู่ สุดท้ายก็วนมาเรียนสถาปัตย์ครับ
พอเข้าเรียนสถาปัตย์ จุฬาฯ วินชอบบรรยากาศที่มีเพื่อนเนิร์ดๆ และความทะเยอทะยานสูง ประมาณ 50 คนมาอยู่รวมกัน! เวลาอาจารย์เอาโมเดลทุกคนมาเรียงกันก็จะเห็นเลยว่าใครเด่นด้านไหน ถ้าเห็นของเพื่อนสวยกว่า ก็รู้สึกเฮ้ย ไม่ได้แล้วววว เดี๋ยวกลับไปทำของตัวเองให้ดีขึ้น
ส่วนอาจารย์ก็เชี่ยวชาญหลากหลายมากกก ทั้งเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ และผังเมือง ช่วงนั้นวินเริ่มสนใจเรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติด้วย เพราะมองว่างานสถาปัตยกรรมใช้ทรัพยากรเยอะมากครับ กว่าจะสร้างอาคารสักหลังต้องใช้ทั้งหิน เหล็ก ปูน บางอย่างต้องระเบิดภูเขาหรือขุดทรัพยากรขึ้นมา เลยคิดอยากออกแบบอาคารที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุด

ถ้าถามว่าเป็นนักออกแบบสไตล์ไหน?การออกแบบมีหลายวิธี อาจจะเริ่มจากงบ เริ่มจากรูป เริ่มจากเรื่องราว ส่วนเราเป็นสาย Data-driven อาจจะเหตุผล หรือ กฎ มาก่อน แล้วตามมาด้วยความสวยงามที่มาพร้อมกับความสบาย และปลอดภัย เช่นในไทยอากาศร้อนเราควรมีหลังคาใหญ่ๆ ชายคาเยอะๆ กันแดดกันฝน หรือถ้าออกแบบห้องให้ผู้สูงอายุ ควรใช้สีอะไร พื้นต้องสากหรือลื่นแค่ไหน ติดแอร์ตรงไหน ทุกอย่างต้องมีหลักวิชาการรองรับและประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุด ส่วนเรื่องความเชื่อก็ค่อยเอามาเสริมทีหลังครับ ![]() |
. . . . . . . .
วางแปลน 3 ปี
ปั้นพอร์ตล่าทุน MBUILD
วินอยากไปต่างประเทศตั้งแต่เด็กแล้วครับ เพราะคุณแม่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์กประมาณ 5 ปี และชอบเล่าเรื่องวิธีคิดกับการใช้ชีวิตของคนต่างประเทศให้ฟัง พอเข้ามหาวิทยาลัยเลยเริ่มหาทุนตั้งแต่ปี 2 เจอทั้ง Franco-Thai Scholarship, DAAD จนมารู้จัก Erasmus Mundus ที่ได้ย้ายประเทศไปเรื่อยๆ แถมไม่ต้องกลับมาใช้ทุนด้วย // เฮ้ย นี่แหละทุนของเรา!
แต่พอไปนั่งค้น [Erasmus Mundus Catalogue] ตอนแรกท้อละ เพราะไม่เจอโปรแกรมที่รู้สึกตอบโจทย์ตัวเอง แต่แฟนเสิร์ชคำว่า ‘Design’ เจอ MBUILD ซึ่งจะไม่ได้สอนลงลึกเฉพาะทางแบบ T-Shape แต่ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม + เทคโนโลยี + ธุรกิจครับ



Quick Facts about ‘MBUILD’MBUILD มาจากชื่อเต็มคือ Master in Sustainable Design, Construction and Management of the Built Environments เป็นหลักสูตรปริญญาโทร่วมภายใต้โครงการ Erasmus Mundus ที่จัดการเรียนการสอนโดย 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่
เป้าหมายของ MBUILD คือการพัฒนาบุคลากรที่เข้าใจ Building Life Cycle ตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง ใช้งาน ไปจนถึงการรื้อถอนหรือปรับใช้อาคารเดิม โดยนำเทคโนโลยีและแนวคิดด้านความยั่งยืนมาช่วยลดการใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมก่อสร้าง
|
ล็อกเป้าหมายเลยยยย!
ตอนเจอโปรแกรมนี้วินอยู่ปี 3 เลยมีเวลาเตรียมตัวเกือบ 3 ปี (สถาปัตย์เรียน 5 ปี รวมช่วงที่ออกไปทำงานอีกปีด้วย) วินวางแผนทุกอย่างเพื่อยื่นทุนนี้เลยครับ
เตรียมตัวยังไงบ้าง?
เวลาสมัครทุนจะมีเกณฑ์คัดเลือกที่แบ่งสัดส่วนคะแนนไว้ชัดเจนว่า 50% 30% 20% มาจากไหน โดยส่วนที่ให้น้ำหนักครึ่งนึงเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ทำงานและผลงานทางวิชาการ
- วินรู้ตัวเองว่าไม่ใช่สายวิศวกรเขียนวิจัยตีพิมพ์ Paper เลยเน้นดึงประสบการณ์ประกวดมาเป็นจุดขายแทน วินเคยแข่งไปประมาณ 7-8 รายการ ชนะบ้างแพ้บ้าง เวทีใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมีครั้งนึงได้ประกวดออกแบบบ้านในดูไบ ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นมากันเป็นทีม 10+ คน แต่วินลงคนเดียวแล้วชนะ ได้รางวัลกลับมาไทยด้วยนะ!!
- Motivation Letter วินหยิบประสบการณ์มาเล่า 2 เรื่องครับ เรื่องแรกคือตอนเรียน ป.ตรี ที่เคยขออาจารย์เข้าเรียนวิชา ป.โท ล่วงหน้า ทั้ง Energy Simulation / Daylight Simulation ที่สอนเรื่องการถ่ายเทความร้อนและวัสดุอาคาร และ Fundamentals of Sustainability ที่เกี่ยวกับนโยบายสิ่งแวดล้อมทั้งในไทยและต่างประเทศ
อีกเรื่องคือวินมีโอกาสได้เข้าไปทำงานบริษัท Africvs (Africus Co., Ltd.) ที่มีชื่อเสียงทางด้านให้คำปรึกษางานออกแบบ ก่อสร้างอย่างยั่งยืน ผ่าน Certification LEED WELL FITWELL TGBI และอื่นๆ เพื่อให้อาคารประหยัดพลังงานและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ใช้งานอาคาร ทั้งอาคารใหญ่ๆ ทั้งในกรุงเทพและในไทยครับ
ตอนสมัครจะมีสอบข้อเขียน และสอบสัมภาษณ์ ค่อนข้างท้าทายเลยครับ ช่วงรอผลเราตื่นเต้นมากๆ เพราะอยากทำมากกกก แล้วตอนยื่นทุนก็ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์และหัวหน้างานให้ช่วยเขียน Recommendation Letter ด้วยครับ
- เตรียมภาษาอังกฤษ วินไม่ค่อยคล่อง Speaking เลยลองไปอยู่และช่วยงาน Hostel ที่มีชาวต่างชาติเยอะๆ ประมาณ 2 เดือน ช่วงฝึกงานระหว่างปี 4 กับปี 5 ได้ฝึกทั้งรับแขก ทำกิจกรรม และคุยเล่นกับนักท่องเที่ยว ตอนนั้นแกรมมาร์ก็ไม่ได้เป๊ะหรอก แต่พอได้พูดทุกวันก็เริ่มกล้ามากขึ้น แล้วค่อยไปเตรียมสอบ IELTS จนได้ Overall 6.5 ผ่านเกณฑ์สมัครทุนพอดี

. . . . . . . .
เทอม 1: University of Porto
(เมือง Porto ประเทศโปรตุเกส )
เราเป็นคนติดบ้านมาตลอด พอได้มาอยู่ต่างประเทศยาวๆ เริ่มมาก็ช็อกกับอาหารมื้อแรกก่อนเลยครับ แถมทำกับข้าวไม่เป็นด้วย น้ำหนักลดเลยตอนนั้น แต่สุดท้ายก็หัดทำอาหารเองจนได้~


(เดือนแรก > 6 เดือนแรก > เข้าปีที่สอง)
ช่วงแรกต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อย แต่พอเริ่มคุ้นเคย วินกลับโคตรชอบบรรยากาศยุโรปเลย จากที่เคยทำงานหนักมากๆ อยู่กรุงเทพฯ พอได้มายืนมองวิวแม่น้ำกับบ้านเมืองสวยๆ ก็รู้สึกขอบคุณตัวเองที่พยายามมาตลอดหลายปี
ถ้ามีคนถามว่าอยากเกษียณที่เมืองไหน คำตอบวินตอนนี้คือ Porto ครับ เมืองนี้มีบ้านสีลูกกวาด หลังคากระเบื้องสีส้มเหมือนหลุดมาจากแอนิเมชันของ Studio Ghibli ผู้คนเป็นมิตร ค่าครองชีพไม่สูง ไวน์บางขวดที่ไทยขายหลายพันบาท ซื้อที่นี่ได้หลักร้อย ส่วนขนมก็อยากให้ลองทาร์ตไข่ Pastel de Nata อร่อยมาก!

เรื่องเรียนบ้างเนอะ 55555 วินว่าตารางเรียนเทอมนี้ค่อนข้างแน่น บางวันเรียนตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น มีทั้งสอบข้อเขียน สอบปากเปล่า และออกไปดูงานตามไซต์ก่อสร้างด้วย เพื่อนร่วมรุ่นวินมาจากหลายประเทศ ทั้งเยอรมนี คาซัคสถาน เคนยา เอริเทรีย อุรุกวัย บราซิล อาร์เจนตินา สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย กัมพูชา อียิปต์ จอร์แดน ไอร์แลนด์ อินเดีย เนปาล และอีกหลายประเทศ ทำให้ได้ฟังวิธีคิดที่ต่างจากเรา


ยิ่งตอนทำงานกลุ่มนะครับ อาจารย์จะชอบจับคู่กัดอย่างสถาปนิก vs. วิศวกรมาอยู่ด้วยกันซะ จะได้ลองถกเถียงและหาทางประนีประนอมให้จบในคลาส (เพราะอาจารย์ที่ริเริ่มหลักสูตรนี้ คุณพ่อเป็นสถาปนิก ส่วนคุณแม่เป็นวิศวกร)
เนื้อหาของเทอมนี้เน้นการบริหารงานก่อสร้าง (Construction Management) เช่น ถ้ามีงบสร้างอาคาร 100 ล้านบาท และต้องทำให้เสร็จภายใน 2 ปี จะวางแผนยังไงให้คุมทั้งเวลาและต้นทุนได้ อีกเรื่องที่เรียนคือ Lean Construction แนวคิดที่เน้นลดความสูญเปล่าในงานก่อสร้าง อย่างแค่วางถุงปูนผิดตำแหน่ง ช่างก็ต้องเสียทั้งแรงและเวลาเดินไปยกกลับมาใหม่แล้ว


. . . . . . . .
เทอม 2: Technische Hochschule Mittelhessen
(เมือง Gieβen ประเทศเยอรมนี)
วินชอบ Porto มากจนแอบเศร้าที่ต้องย้ายมาเยอรมนีครับ TT
เทอมนี้ไปเรียนที่ THM University of Applied Sciences ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสายเทคนิคที่เน้นประยุกต์เข้มปั้ด เนื้อหาหลักเจาะลึก BIM (Building Information Modeling) ถ้าอธิบายง่ายๆ BIM คือการสร้างโมเดลอาคาร 3D ที่ใส่ข้อมูลลงไปได้ด้วย ไม่ใช่แค่เห็นภาพ 2D ว่าเสาหรือคานอยู่ตรงไหน แต่ยังรู้ว่าใช้วัสดุอะไร หนักกี่กิโลกรัม หรือมีพิกัดเท่าไหร่ ซึ่งตรงกับความสนใจด้าน Data ของวินมาก
แล้วจะมีเรื่องการจัดการข้อมูลอาคารตามมาตรฐาน ISO ที่คนเยอรมันจริงจังกันมากๆ เคยเจอคำถามว่าจากอาจารย์ว่า “ถ้าอีก 1000 ปีมีเอเลี่ยนมาเจอไฟล์ PDF อาคารของเรา เขาจะยังเปิดอ่านได้ไหม?” ซึ่งถ้าเป็น IFC จาก BIM ซึ่งเป็น text base อาจจะแกะพิกัดจนประกอบเป็นอาคารแล้วสร้างภาพ 3 มิติจนเข้าใจงานเราได้)

สไตล์การเรียนที่นี่แทบไม่มีสอบข้อเขียนเลย ส่วนใหญ่จะจับกลุ่มทำโปรเจกต์แล้วนำเสนอผลงาน พอไม่ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบหนักเหมือนเทอมแรก วินเลยมีเวลาออกไปนั่งรถไฟเที่ยวมากขึ้นครับ~~~
ถึงบรรยากาศรอบๆ จะเป็นตึกทึบเต็มไปหมด แต่ช่วงชีวิตที่เยอรมนีวินประทับใจเพื่อนที่แชร์บ้านด้วยกัน ตอนนั้นเราอยู่กันประมาณ 6-7 คน ส่วนใหญ่เป็นหมอที่ทำงานหนักมาก แต่แบ่งเวลาใช้ชีวิตได้แบบสุดยอด แล้วยังสอนวินทำอาหาร แยกขยะ ชวนไปเที่ยวทะเลสาบ หรือบางวันอากาศดีก็ดึงวินที่กำลังเครียดเรื่องเรียนไปนอนอาบแดดกัน
มีครั้งนึงฮีตเตอร์ในห้องวินเสีย แต่เห็นเพื่อนงานยุ่งเลยไม่กล้าบอกใคร ยอมนอนหนาวอยู่ 2-3 สัปดาห์จนเริ่มป่วย พอเพื่อนรู้ก็ถามว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก! แล้วตามแฟนที่เป็นวิศวกรมาช่วยดูให้ สรุปว่าแค่ปลั๊กมีปัญหาเองครับ นั่นแหละ ทำให้จากเมื่อก่อนวินชอบแก้ปัญหาคนเดียว พออยู่กับเพื่อนกลุ่มนี้มากๆ เข้าก็เริ่มกล้าขอความช่วยเหลือมากขึ้นครับ~




. . . . . . . .
เทอม 3: University of Cantabria
(เมือง Santander สเปน)
เทอมนี้วินย้ายมาเรียนที่ University of Cantabria เมืองซานตานเดร์ (Santander) ประเทศสเปนครับ ค่อนข้างยากและเข้มข้นเลย เนื้อหาจะเน้นเรื่องความยั่งยืนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมครับ

การใช้ชีวิตช่วงแรกๆ ทรมานพอสมควร เพราะคนท้องถิ่นแทบไม่พูดภาษาอังกฤษเลย เวลาซื้อของหรือทำธุระก็ต้องพยายามใช้ภาษาสเปนพื้นฐาน อยากได้อะไรก็ต้องกล้าพูดเอง แต่เรื่องฮีลใจคือมหาวิทยาลัยอยู่ใกล้ทะเล เดินแค่ 10 นาทีก็ถึง เวลาเครียดๆ วินก็ไปเดินเล่นริมชายหาด บางทีก็ลงทะเลกับเพื่อนครับ

ย้ายประเทศทุก 6 เดือน กับเพื่อนที่ผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน
พอมองย้อนกลับไป ชีวิตที่ต้องย้ายประเทศทุก 6 เดือนก็วุ่นวายใช่เล่นครับ โดยเฉพาะเรื่องเอกสาร ทั้งหาที่พักใหม่ ลงทะเบียนที่อยู่ และติดต่อราชการ ซึ่งแต่ละประเทศมีขั้นตอนต่างกัน กว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยและเริ่มคุ้นกับเมือง ก็ได้เวลาเก็บกระเป๋าย้ายอีกแล้ว!
ถึงจะได้เที่ยวหลายประเทศ แต่การทำความรู้จักคนท้องถิ่นก็ไม่ง่าย สุดท้ายเลยเป็นเพื่อน MBUILD ที่เหงาเหมือนกันนี่แหละครับ นัดกันออกไปเที่ยว 5555 ทุกคนต่างย้ายประเทศและเรียนด้วยกันมาตลอด จนสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ คุยกันได้ตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึงเรื่องส่วนตัวที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
แต่พอถึงวันที่ต้องแยกย้ายกันจริงๆ มันก็แอบเศร้าเหมือนกัน TT

. . . . . . . .
ช่วงทำ Thesis กับเยอรมนี
แต่พาตัวเองไปอยู่ Barcelona
หลังจากนั้นวินย้ายไปใช้ชีวิตที่บาร์เซโลนา (Barcelona) และมาทำงานเป็นสถาปนิกในบริษัทออกแบบพร้อมก่อสร้าง ควบคู่ไปกับการทำ Thesis โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่เยอรมนีเป็นผู้ดูแล
สำหรับวิทยานิพนธ์ วินเลือกศึกษาเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ BIM หัวข้อนี้มาจากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา เพราะงานออกแบบและก่อสร้างหลายอย่างยังใช้ไฟล์ PDF ส่งต่อกันเป็นหลัก พอมีการแก้แบบทีนึงก็ต้องตามแก้เอกสารหลายจุด แถมยังมีโอกาสสื่อสารผิดพลาดกันอีก
ดังนั้นวินเลยสนใจว่าจะใช้ BIM มาช่วยแก้ปัญหานี้ได้ยังไง
จากเดิมที่สถาปนิกทำงานกับแปลน 2D เราก็เปลี่ยนมาใช้โมเดลอาคาร 3D คล้ายๆ เกม The Sims แต่ละส่วนของอาคารจะมีข้อมูลกำกับ เช่น ใช้วัสดุอะไร ปริมาณเท่าไหร่ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์ต่อได้ทั้งเรื่องต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมครับ
สำหรับ Thesis* วินทดลองนำแนวคิดนี้มาเปรียบเทียบการก่อสร้างบ้านในไทย 4 รูปแบบ ตั้งแต่การก่อสร้างแบบดั้งเดิม การใช้ชิ้นส่วนสำเร็จรูป ไปจนถึงการรีโนเวตอาคารเดิม เพื่อดูว่าแต่ละวิธีแตกต่างกันยังไงในแง่ระยะเวลาก่อสร้าง ต้นทุน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
*แอบพาไปส่อง Thesis ของพี่วินกันอีกนิด! โปรเจกต์นี้ใช้ Revit ร่วมกับ Python และ Dynamo ดึงข้อมูลจากโมเดลอาคารมาวิเคราะห์ ก่อนแสดงผลผ่าน 4D-6D BIM Dashboard เพื่อช่วยเปรียบเทียบทางเลือกในการก่อสร้าง ใครอยากเห็นหน้าตาโปรเจกต์จริงๆ แวะไปชมได้ที่ https://win-architect.com/ ![]() |


. . . . . . . .
ปิดเล่ม เรียนจบแล้วววว เย้!



. . . . . . . .
ก้าวต่อไปของสถาปนิกสาย Data
อยากต่อยอดอะไรในวงการสถาปัตย์?
“เดี๋ยวนี้เรามีปีศาจที่ก๊อปปี้ความสามารถของเราได้ภายในชั่วโมงเดียวแล้วนะ!”
จริงๆ วินเริ่มใช้ AI ตั้งแต่เรียนสถาปัตย์ปี 5 ที่ไทยแล้ว แต่ช่วงนี้อินเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ Claude ที่ช่วยจัดการข้อมูลตอนทำ Thesis ได้เยอะมาก ไม่ใช่แค่งานวิชาการนะครับ วินเอามาช่วยทำเอกสารด้วย ทั้งใบ PO เอกสารภาษี และงานจุกจิกต่างๆ ช่วงที่ต้องทำงานควบคู่กับ Thesis ก็เลยจัดเวลาได้ดีขึ้นจนออกไปเที่ยวได้ทุก 2 สัปดาห์เลย
พอลองใช้เองแล้วเวิร์ก วินก็เริ่มทำเพจ Facebook และ IG ชื่อ ก่อนสร้าง กับวิน เพื่อแชร์ความรู้ให้งานก่อสร้างไทยดีขึ้น และเปิดเวิร์กชอป Claude เพื่อสอนใช้ AI กับงานออกแบบ-ก่อสร้างโดยเฉพาะ
| อีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าสนใจของพี่วินคือ EIR Studio เว็บแอปสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) ที่ช่วยทีมสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมาจัดทำเอกสารกำหนดข้อมูลที่ต้องส่งมอบในโครงการก่อสร้าง ตามมาตรฐาน ISO 19650 โดยพี่วินระบุว่าใช้ Claude Code และ OpenAI Codex ช่วยพัฒนาตั้งแต่แนวคิดจนเป็นเว็บแอปที่ใช้งานได้จริงค่ะ |
วินมองว่าสถาปนิกไทยมีคุณค่ามากนะ แต่เรียนก็หนัก ทำงานก็หนัก บางคนได้เงินเดือนเริ่มต้นแค่ 15,000-20,000 บาทเอง พอได้โอกาสไปเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีและการก่อสร้างที่ยุโรป วินก็อยากเอาความรู้กลับมาแชร์กับคนในวงการด้วย (อีกโปรเจกต์ที่อยากทำมากๆ เลยคือสร้าง Community สถาปนิกรุ่นใหม่ อาจจะนัดกินข้าวกินกาแฟ ติวหนังสือ หรือจัดเวิร์กชอปด้วยกัน)

ส่วนใครที่กำลังเรียนอยู่ วินอยากให้ลองเรียนรู้หลายๆ อย่าง ไม่ต้องจำกัดตัวเองแค่สถาปัตย์ จะการเงิน เศรษฐศาสตร์ หรือศาสตร์อื่นๆ ก็ลองดู ไม่ต้องกลัวเหนื่อยหรือกลัวเกรดตกมากเกินไป เรียนให้กว้างไว้ก่อน ถ้าสนใจเรื่องไหนจริงๆ ค่อยลงลึก เพราะความรู้แต่ละศาสตร์ต่อยอดถึงกันได้ครับ
ปิดท้ายด้วยป้ายยา |




0 ความคิดเห็น