สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครเล็งเรียนต่อประเทศจีน วันนี้เราจะพาไปรู้จัก “พี่ชัตเตอร์” คนไทยที่คว้าทุนมณฑลไห่หนานไปเรียนฟรีตลอด 4 ปี สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์ Hainan University มหาวิทยาลัยในโครงการ 211 ของจีน!
แต่ชีวิตเด็กเอกจีนไม่ได้มีแค่นั่งท่องศัพท์ เพราะต้องปรับตัวกับภาษาถิ่นนอกคลาส วิชาภาษาจีนโบราณสุดหิน และทิ้งทวนก่อนกลับไทยด้วยงานจ๊อบล่ามในตลาดสตรีทฟู้ดที่ต้องทำงานกันเดือดถึงเที่ยงคืน! ปัจจุบันเจ้าตัวเป็นทั้งติวเตอร์และ Content Creator ช่อง “มู้หมู Chinese by Shutter” (TikTok: @moomoochinese) และทีมงานในสมาคมนักเรียนไทย-จีน (TCSA) อีกด้วยค่ะ
ใครอยากรู้ว่าเรียนเอกจีน 4 ปีเป็นยังไง และต่อยอดไปทำอะไรได้บ้าง ตามมาอ่านกันเลย~
. . . . . . . .
จังหวะตกหลุมรักเพราะ Talking Dict
สวัสดีครับ ผมชัตเตอร์ เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์ จาก Hainan University ตอนปี 2023 ครับ
ผมเริ่มสนใจภาษาจีนตั้งแต่อนุบาล เพราะไปลองเล่น Talking Dict ของคุณแม่แล้วรู้สึกว่าตัวอักษรจีนเขียนสวยดี แถมออกเสียงก็ไม่ยาก เลยขอคุณแม่เรียนภาษาจีนตั้งแต่นั้นมา พอขึ้นมัธยมปลายที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ผมเลือกเรียนสายอังกฤษ-จีน เพราะอยากเรียนภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วยเผื่อมีโอกาสต่อยอดครับ
แต่ช่วงที่เริ่มคิดอยากไปเรียนต่อจีนจริงๆ คือ ม.5-6 ผมมีโอกาสไปแข่งทักษะภาษาจีน ทั้งเขียนพู่กันจีน เล่านิทานจีน และร้องเพลงจีน จนคุณครูเห็นแววแล้วถามว่า “ชัตเตอร์อยากลองไปเรียนที่ประเทศจีนไหม?”

ประเทศจีนใหญ่ มหาวิทยาลัยก็มีเยอะมาก
ทำไมถึงลงตัวที่ Hainan University?
บังเอิญผมมีรุ่นพี่จากโรงเรียนมัธยมไปเรียนที่ Hainan U. อยู่ก่อน เลยคุ้นชื่อมหาวิทยาลัยนี้ แล้วเขาก็ช่วยแนะนำด้วยครับ ที่นี่สอนภาษาจีนค่อนข้างเข้มข้น แถมยังมีสาขาดังๆ อย่างบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวด้วย
ที่สำคัญคือมีทุนมณฑลไห่หนานให้สมัคร ซึ่งจะครอบคลุมค่าเล่าเรียนตลอด 4 ปี รวมถึงค่าหอพัก แต่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเอง ส่วนที่ต่างจากทุนรัฐบาลจีน (CSC) คือทุนมณฑลจะไม่มีเงินค่าครองชีพรายเดือนให้ครับ
รีวิวสมัครเรียน & สมัครทุน
แนะนำให้ตรวจสอบระเบียบการสมัครเรียนและสมัครทุนของปีที่สนใจอีกครั้งนะครับ เพราะเงื่อนไขอาจเปลี่ยนไปจากรุ่นผม
ถ้าสนใจสามารถเข้าไปสมัครผ่านเว็บไซต์มหาวิทยาลัยด้วยตัวเองได้เลย ของผมยื่นสมัครเรียนช่วงปลาย ม.6 แล้วค่อยขอทุนมณฑลไห่หนาน เอกสารสำคัญมี Study Plan อธิบายแผนการเรียนตลอด 4 ปี และใบรับรองความประพฤติจากโรงเรียน

ตอนที่ผมสมัคร เขาจะพิจารณาทั้งเกรดมัธยมปลายและโปรไฟล์กิจกรรมช่วง ม.5-6 แนะนำว่าพยายามทำเกรดให้ได้ 3.00 ขึ้นไปจะปลอดภัยกว่า ส่วนคะแนนภาษาที่ผมใช้ยื่นคือ HSK ระดับ 5 และ HSKK (สอบพูด) ระดับกลาง แต่ตอนนั้นมหาวิทยาลัยกำหนด HSK แค่ระดับ 4 ครับ
แนะนำว่าถ้าเตรียมสอบ HSKK เตรียมฝึกสมาธิไว้ดีๆ เลย เพราะเราต้องใส่หูฟังสอบพูดกับคอมพิวเตอร์ พอมีเสียง “ติ๊ง” ให้เริ่มพูดปุ๊บ ทุกคนในห้องก็ตะเบ็งเสียงแข่งกันดังมากกก ต้องพยายามไม่ให้ตัวเองหลุดโฟกัส
. . . . . . . .
ชีวิตปี 1-4 ใน Hainan University
เมืองน่ะสบาย แต่สำเนียงไปไม่เป็น!
ค่าครองชีพในเมืองไหโข่วไม่ได้แพงเกินไป เทคโนโลยีก็ทันสมัย โดยเฉพาะสังคมไร้เงินสดที่สะดวกมาก ส่วน Hainan U. เองก็มีพื้นที่กว้างใหญ่และบรรยากาศคึกคักไม่แพ้มหาวิทยาลัยอื่นๆ เลยครับ
ถ้าใครชินกับชีวิตในกรุงเทพฯ มาอยู่ไหโข่วก็แทบไม่ต้องปรับตัวเรื่องอากาศและอาหาร เพราะหลายอย่างคล้ายบ้านเรามาก แถมมี flight บินตรงจากสุวรรณภูมิ บินแค่ประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนการเดินทางในเมือง ถึงไม่มีรถไฟใต้ดิน แต่ก็มีรถเมล์ให้ใช้ ซึ่งผมว่าก็เพียงพอแล้ว
แต่เรื่องที่ต้องปรับตัวหนักจริงๆ คือภาษาครับ เพราะไห่หนานเป็นเกาะทางใต้ที่มีภาษาถิ่นเยอะมาก คนท้องถิ่นบางคนออกเสียงต่างจากภาษาจีนกลาง แถมพูดเร็วมากกก ช่วงแรกผมฟังแทบไม่ทัน ต้องขอให้พูดซ้ำอยู่บ่อยๆ แต่คนที่นี่เฟรนด์ลี่และยินดีต้อนรับชาวต่างชาติมาก ไม่ต้องกังวลเลยครับ
กำลังจะตั้งหลัก โควิดเข้า!
ช่วงแรกผมแอบเครียดกับการปรับตัวเหมือนกันนะ เพราะบรรยากาศการเรียนค่อนข้างแข่งขันกันสูง เลยตั้งใจว่าหลังปิดเทอมแรกจะพยายามปรับตัวให้ดีขึ้น แต่ดันมาเจอโควิด-19 จนต้องเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์แทนครับ
พอไม่ได้เรียนในห้องจริงๆ รู้สึกได้เลยว่าสมาธิน้อยลง บางทีอาจารย์ถามมาก็มีมึนๆ อ๊องๆ ไหนจะเรื่อง Time Zone ของเพื่อนต่างชาติที่ต่างกัน บางวันผมต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อเข้าเรียนหรือสอบเก็บคะแนนด้วย

รีแคปแบบไวๆ ภาษาจีน 4 ปีเรียนอะไรไปบ้าง?
Hainan University เป็นมหาวิทยาลัยในโครงการ 211 ของจีน หลักสูตรภาษาจีนระดับ ป.ตรี ใช้เวลาเรียน 4 ปี ครอบคลุมทั้งทักษะภาษา วรรณคดี และวัฒนธรรมจีน ส่วนการเรียนกับการสอบก็ค่อนข้างเข้มข้นครับ ถ้าไล่ตั้งแต่ปี 1-4 ก็ประมาณนี้ *อิงจากปีผมนะครับ
- ปี 1: เริ่มจากภาษาจีนพื้นฐาน ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน และวิชาภาษาจีนแบบบูรณาการ (综合汉语) ปีแรกยังไม่ได้ฮาร์ดคอร์ แต่ที่จำได้คือวิชาการเขียนโหดตรงที่มีการบ้านแทบทุกสัปดาห์ ต้องฝึกเอาคำศัพท์ที่เรียนมาแต่งเป็นงานเขียนส่งอาจารย์ โดยมีคลังคำศัพท์ภาษาจีนประมาณ 1,000 ตัวอักษรให้ใช้
- ปี 2: เริ่มลงลึกขึ้น มีทั้งวิชา 习惯用语 (ถ้อยคำและสำนวนที่ใช้เป็นประจำ), 现代汉语 (ภาษาจีนสมัยใหม่) และ 跨文化交际 (การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม)
- ปี 3: ปีนี้หนักสุดสำหรับผมเลยครับ! ไหนจะต้องเตรียมสอบ HSK 6 เตรียมตัวฝึกงาน แล้วยังเจอเนื้อหาภาษาจีนโบราณที่ระบบภาษาต่างจากปัจจุบันมาก อย่างประโยค 有朋自远方来,不亦乐乎 แปลว่า มีมิตรสหายเดินทางมาจากแดนไกล มิใช่เรื่องน่ายินดีหรอกหรือ? ส่วนถ้าถามว่าจำเนื้อหาวิชานี้ได้แค่ไหน เฮ้อ จบมาแล้วปล่อยไปเถอะครับ 55
นอกจากนี้ยังมีประวัติศาสตร์ วรรณคดีจีน การวิเคราะห์บริบทสังคมจีนผ่านภาพยนตร์ และแนวคิดการสอนภาษาจีนให้ชาวต่างชาติด้วย
- ปี 4: ช่วงนี้จะเน้นฝึกงาน เขียนธีสิส และสอบ HSK 6 เพราะมหาวิทยาลัยกำหนดว่าต้องสอบผ่านถึงจะได้รับปริญญา ซึ่งผมว่าแอบยากนะครับ ตอนเรียนจบผมได้รับใบรับรองว่าเรียนจบแล้วก่อน แต่ยังไม่ได้ใบปริญญากับวุฒิ ป.ตรี ต้องใช้เวลาอีกประมาณปีนึงกว่าจะสอบ HSK 6 ผ่านและได้รับเอกสารครบครับ
ถ้าถามว่าวิชาไหนชอบที่สุด ผมยกให้วิชาการฟังตอนปี 1 เพราะชอบสไตล์การสอนของอาจารย์ครับ เวลาเจอคำศัพท์ยากๆ เขาจะค่อยๆ แยกส่วนประกอบของตัวอักษรให้ดู เช่น คำว่า 翼 (yì) แปลว่าปีก แยกออกมาได้เป็น 羽 (yǔ), 田 (tián) และ 共 (gòng) พอได้เห็นว่าตัวอักษรนึงประกอบขึ้นมายังไงก็รู้สึกสนุกดี // นอกจากนี้ก็ชอบวิชาเลือกอย่างการวาดภาพจีนกับวิชาการออกเสียงภาษาจีนพื้นฐานด้วย
ส่วนใหญ่การเรียนจะเป็นเลกเชอร์และงานเดี่ยว โดยเฉพาะปี 2-3 ที่เน้นฟังอาจารย์อธิบายเนื้อหา ไม่ค่อยมีการบ้านเขียนถี่ๆ เหมือนปีแรก ส่วนเรื่องสอบ ถ้าตั้งใจเรียนและทบทวนบทเรียนมาตลอด ผมว่าข้อสอบไม่ได้ยากเกินไป เพราะส่วนใหญ่ก็ออกจากสิ่งที่เรียนในห้องนั่นแหละ
หน้าหลักสูตร 汉语言 (Chinese Language)

. . . . . . . .
ล่ามสตรีทฟู้ด ติวเตอร์ และ Content creator
ประสบการณ์ล่าม Night bazaar 7 วัน
ช่วงปี 4 ผมมีโอกาสไปทำงานเป็นล่ามไทย-จีนที่ตลาด Baishamen Cultural Park ในเมืองไหโข่วครับ จริงๆ ตอนนั้นตั้งใจจะบินกลับไปรับปริญญาและเที่ยวเก็บตกที่ไห่หนาน แต่บังเอิญผู้จัดงานชาวจีนกำลังหานักศึกษาไทยในมหาวิทยาลัยไปช่วยเป็นล่ามพอดี ตอนนั้นมีนักศึกษาไทยอยู่ประมาณ 15-20 คนครับ
งานนี้เป็น Night bazaar สไตล์ร้านสตรีทฟู้ดตอนกลางคืน มีผู้ประกอบการไทยมาออกบูธเยอะมากกก ผมต้องทำงานตั้งแต่หกโมงเย็นถึงเที่ยงคืนตลอด 7 วัน คอยประสานงานจนแทบไม่ได้พักเลย (แต่ค่าตอบแทนที่ได้ก็ฮีลใจอยู่)
อุปสรรคที่เดือดสุดคือการสื่อสารระหว่างร้านค้าจีนกับผู้ประกอบการไทย อย่างมีครั้งนึงคนจีนมาบอกว่า “ชัตเตอร์ช่วยไปบอกคนไทยร้านนี้หน่อยได้ไหมว่าให้เปิดไฟทำอาหารเบาลง เพราะกระทบร้านอื่น” ซึ่งผมก็ต้องรีบประมวลคำศัพท์ในหัว เพราะบางทีเราไม่รู้ศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับการทำอาหารหรือสตรีทฟู้ดเหมือนกัน
แต่โดยรวมสนุกและคุ้มค่าเหนื่อยมากครับ แถมยังได้ลองดูด้วยว่าตัวเองชอบงานล่ามจริงๆ ไหม


ปั้นช่อง “มู้หมู Chinese by Shutter”
ผมเริ่มทำคอนเทนต์ลง Facebook และ TikTok ช่วงเรียนจบใหม่ๆ แต่ยังไม่ได้ทำงานประจำครับ พอดีที่บ้านทำธุรกิจอยู่แล้ว ผมเลยมีเวลาว่างค่อนข้างเยอะ ก็อยากลองทำอะไรใหม่ๆ เลยซื้อไมค์มาแล้วลองออกกล้องสอนภาษาจีนดู
ช่วงแรกช่องยังไม่ได้ใช้ชื่อนี้ด้วยซ้ำ ผมยังหาสไตล์ตัวเองไม่เจอว่าจะทำคอนเทนต์แนวไหนดี คลิปแรกๆ ยอดวิวยังน่ารัก 555 แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเจอแนวที่ถนัด คือออกกล้องน้อยลงแล้วเน้นใช้เสียงอธิบายภาษาจีน เพราะผมค่อนข้างมั่นใจเรื่องการออกเสียงและสำเนียงของตัวเองมากกว่า แล้วก็ลองหยิบ AI มาปรับใช้กับการรูปประกอบคอนเทนต์ด้วย
ตอนนี้ผมอยากให้ช่องเป็นพื้นที่รวมคนที่สนใจเรียนภาษาจีน ส่วนใครอยากเรียนแบบเจาะลึก ผมก็รับสอนเป็นติวเตอร์ฟรีแลนซ์ ชั่วโมงละ 300 บาทครับ


อีกบทบาทในสมาคมนักเรียนไทย-จีน (TCSA)
นอกจากงานส่วนตัว ผมยังเป็นผู้ช่วยอุปนายกฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสมาคมนักเรียนไทย-จีน (TCSA) ด้วยครับ เป็นงานอาสาที่ได้ช่วยออกแบบสื่อ ดูแล Facebook และ Instagram รวมถึงประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของสมาคม
ผมดีใจมากที่ถึงจะเรียนจบแล้ว ก็ยังได้เจอผู้คนและประสบการณ์ดีๆ ผ่านสมาคม ใครกำลังหาข้อมูลเรียนต่อจีนก็ติดตามพวกเราไว้ได้เลย

. . . . . . . .
เช็กลิสต์คนอยากเรียนจีน
สำหรับน้องๆ ที่กำลังลังเลว่าตัวเองเหมาะกับการเรียนเอกภาษาจีนไหม ผมมี Checklist สั้นๆ มาให้ถามตัวเองประกอบครับ
- สนใจภาษาจีนจริงๆ ไหม? ไม่ใช่เลือกเรียนแค่เพราะกระแสหรือคิดว่าหางานง่ายอย่างเดียวนะครับ อาจเริ่มจากชอบดาราหรือซีรีส์จีนก็ได้ แต่ลองถามตัวเองว่าอยากเรียนรู้ภาษานี้ต่อไปจริงๆ หรือเปล่า
- เรียนจบแล้วอยากทำอะไร? เพราะการชอบภาษาจีนกับการทำงานจริงอาจเป็นคนละเรื่องกัน อย่างตอนผมไปเป็นล่าม นอกจากต้องสื่อสารสองภาษาแล้ว ยังต้องเข้าใจบริบททางธุรกิจด้วย บางคนอาจชอบเรียนจีน แต่ไม่ได้อยากทำงานล่ามก็ได้ ส่วนผมสนใจงานติวเตอร์กับครีเอเตอร์ เลยได้ใช้สิ่งที่เรียนมาตลอด 4 ปีเต็มๆ ครับ
- พร้อมลองใช้ภาษาและเรียนรู้จากความผิดพลาดไหม? ช่วงแรกที่ไปจีนต้องปรับตัวเรื่องสำเนียงแน่นอน อย่างที่ไห่หนาน คนท้องถิ่นพูดเร็วและฟังยากพอสมควร แต่การสื่อสารผิดพลาดบ้างก็เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
- สนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตคนจีนไหม? เพราะถ้าเราเข้าใจบริบทของคนที่ใช้ภาษานี้ด้วย ก็จะช่วยให้เรียนสนุกขึ้นครับ
0 ความคิดเห็น