เจาะลึกชีวิตเด็กทุนสองต่อ! คุยกับ 4 คนไทยในรั้ว รร.อินเตอร์ UWC ไทย-อินเดีย-เวลส์-ฮ่องกง เตรียมพร้อมสู่รั้วมหา’ลัยอเมริกา

สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครกำลังมองหาทุนเจ๋งๆ ไปเรียน ม.ปลาย ที่ต่างประเทศ อยากผายมือไปที่ UWC (United World Colleges) เครือข่ายโรงเรียนนานาชาติที่รวมเด็กจากทั่วโลกมาเรียนและใช้ชีวิตร่วมกัน ได้ทั้งเพื่อนต่างชาติ กิจกรรมเพื่อสังคม และเรียนหลักสูตร IB (International Baccalaureate) ตลอด 2 ปี พร้อมโอกาสรับทุนสูงสุดเต็มจำนวน // สำหรับทุน UWC รอบปี 2027 มีโควตา 8 ประเทศ (ในไทยมีแคมปัสที่ภูเก็ต) เปิดรับสมัครถึง 10 ม.ค. 2027  

อ่านบทความแนะนำทุน UWC 2027

แต่ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่า UWC จะใช่กับเราหรือเปล่า วันนี้เราชวนรุ่นพี่ทุนจาก 4 แคมปัส 4 ประเทศ มาแชร์ประสบการณ์ตรง ตั้งแต่การเตรียมพอร์ตและ Essay สมัครทุน การปรับตัวกับภาษาอังกฤษ ไปจนถึงชีวิตเด็ก IB ที่ทั้งเรียนหนักและกิจกรรมแน่น แถมยังมีโอกาสต่อยอดขอทุนเรียน ป.ตรี ที่อเมริกาได้อีกด้วย

อยากรู้ว่ากรรมการมองหาเด็กแบบไหน? เรียน IB ยากแค่ไหน? แล้วแต่ละแคมปัสมีอะไรเด็ดๆ บ้าง? ตามไปฟังรีวิวจากทั้ง 4 คนกันค่ะ!

. . . . . . . .

จุดเริ่มต้นก่อนเข้ารั้ว UWC
รู้จักทุนและโครงการนี้จากไหนกันบ้าง?

จิว:

จริงๆ จิวอยากเรียนต่อต่างประเทศมาตั้งแต่ช่วง ม.ปลาย เพราะอยากมีสกิลภาษาแบบสตรองไว้ใช้ตอนทำงาน เลยติดตามข่าวทุนมาเรื่อยๆ ตอนแรกตั้งใจหาทุนเรียนปริญญาตรี แต่พอเจอ UWC ถึงเพิ่งรู้ว่ามีทุนไปเรียนตั้งแต่มัธยมปลายด้วย

พอศึกษารายละเอียดก็รู้ว่า UWC ไม่ได้เน้นวิชาการจ๋าๆ มีกิจกรรมให้ทำเยอะ ตรงกับที่จิวชอบพอดี แถมยังเปิดโอกาสให้นักเรียนโดยไม่จำกัดฐานะทางการเงิน ส่วนจิวเรียนสายวิทย์-คณิตที่โรงเรียนสตรีนนทบุรี ไม่ได้เรียนหลักสูตร EP ภาษาอังกฤษก็ธรรมดามากๆ แต่ลองสมัครดู สุดท้ายได้ทุนเต็มจำนวนมาเรียนที่ UWC Thailand ค่ะ

รุ้ง:

คล้ายจิวค่ะ รุ้งก็มีแพสชันอยากไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ เคยไปแลกเปลี่ยนระยะสั้นมาบ้าง จากที่เป็น Introvert พอต้องทุบกำแพงภาษาและหาเพื่อนในสภาพแวดล้อมใหม่ ก็ได้ฝึกปรับตัวและกล้าเข้าหาคนอื่นมากขึ้น

รุ้งรู้จัก UWC จากรุ่นพี่คนนึงที่ไปเรียน UWC ISAK Japan เห็นเค้าได้ทำกิจกรรมเยอะและดูแฮปปี้มาก ก่อนหน้านั้นรุ้งเคยสอบติดทุนไปเรียนสิงคโปร์ แต่ถูกยกเลิกกะทันหันก่อนเดินทางเพราะผลตรวจสุขภาพ ถึงจะพลาดโอกาสนั้นไป แต่ความฝันอยากเรียนต่อนอกยังอยู่ พอได้เห็นรีวิว UWC เลยตัดสินใจสมัครตอนกำลังเรียน ม.4 สายวิทย์-คณิต ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาค่ะ

แพท:

ส่วนของแพทคือตอน ม.ต้น แพลนไว้ว่ามหาลัยอยากไปต่อนอก คุณพ่อเลยช่วยหาข้อมูลจนมาเจอ UWC พอรู้ว่าที่นี่มีเพื่อนจากหลายประเทศ แล้วก็ให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อสังคม ก็รู้สึกว่าเนี่ยใช่ ดูแมตช์กับตัวเอง เพราะปกติแพทชอบงานจิตอาสาอยู่แล้ว สุดท้ายก็ยื่นสมัครและไปเรียนที่ UWC Mahindra ประเทศอินเดียค่ะ

เฟียต:

สวัสดีครับ “เฟียต” นะครับ เป็นเด็กยะลาโดยกำเนิด ตตอน ม.2 เห็นเพื่อนได้ไปแลกเปลี่ยนก็ฮึดสู้สอบทุนมาเรื่อยๆ สอบกี่ทีกี่ทุนก็ติดเงื่อนไขเต็มไปหมดจนเกือบจะท้อแล้ว จนวันนึงเปิดไปเจอช่องยูทูบของ พี่ไม้หมอน แล้วรู้สึกมีไฟอยากสู้อีกสักตั้ง ลองเข้า Google พิมพ์ค้นหาคำว่า “ทุนเรียนต่อมัธยม” โชคดีที่กดหน้าถัดไปเรื่อยๆ จนถึงหน้า 10 แล้วเจอชื่อ UWC 

พอเห็นว่าเป็นทุนเต็มจำนวนแถมไม่มีสอบข้อเขียน ผมรู้เลยว่าปล่อยโอกาสนี้ไปเฉยๆ ไม่ได้ เลยตัดสินใจสมัครทุนและมาเรียนต่อ Li Po Chun United World College of Hong Kong ปัจจุบันจบออกมาแล้วขอทุนไปเรียนต่ออเมริกาครับ

. . . . . . . .

ถอดสูตรลับพิชิตใจกรรมการ: 
พอร์ตและตัวตนแบบไหนที่ UWC มองหา?

จิว:

ตอนนั้นเน้น Portfolio กับ Essay เป็นหลักค่ะ ในพอร์ตจะเลือกใส่กิจกรรมที่สะท้อนความเป็นเราจริงๆ อย่างการแข่งสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ บรรยายธรรม แล้วก็งานจิตอาสา ส่วน Essay ก็เขียนเล่ามุมมองและความคิดของตัวเองแบบตรงไปตรงมา เน้นให้กรรมการได้รู้จักเราผ่านสิ่งที่เขียนจริงๆ ค่ะ

แพท:

ปีของแพทต่างไปนิดนึงตรงที่โครงการไม่ได้บังคับพอร์ต (แต่แพทก็มีส่งไปนะ) เน้นเล่าเรื่องในใบสมัครกับ Essay แทน ขุดมาเล่าหมดค่ะ เช่น ตอนไปเป็นครูอาสาบนดอย หรือความชอบทำอาหารตอน 7 ขวบ

ส่วนตอนสัมภาษณ์ยอมรับว่าตื่นเต้นมากกกก เจอกรรมการเป็นสิบ โดนยิงคำถามจิตวิทยาเพื่อดูว่าเราจะไปใช้ชีวิตคนเดียวและรับความกดดันไหวมั้ย แพทว่าจุดแข็งของตัวเองคือแพสชัน กรรมการน่าจะสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นและความเป็นตัวเองของเรา

รุ้ง:

รอบแรกรุ้งต้องเตรียมเอกสารเยอะมาก พอถึงตอนสัมภาษณ์ก็พยายามตั้งสติและเป็นตัวเองให้มากที่สุด ทำให้เขาเห็นว่าเราเปิดกว้าง รับฟังความเห็นต่าง แล้วก็รับแรงกดดันได้ดี ตอนนั้นภาษาอังกฤษรุ้งไม่ได้เป๊ะเท่าเด็กอินเตอร์หรอกค่ะ แต่ก็เน้นความมั่นใจเข้าสู้ คำถามไหนฟังไม่เข้าใจ ก็กล้าถามกรรมการกลับไปตรงๆ ให้ชัวร์ก่อนแล้วค่อยตอบ

เฟียต:

ผมน่าจะเป็นสายเตรียมตัวหนักครับ วางแผนทำการบ้านตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วง ม.3 ก็เริ่มลุยทำกิจกรรมที่สนใจเพื่อจะได้มีผลงานจริงมาใส่ใบสมัคร สำหรับผมความจริงใจสำคัญที่สุด กรรมการไม่ได้มองหาคนที่เพอร์เฟกต์ แต่เขาอยากได้คนที่รู้จักและเข้าใจตัวเองจริงๆ

ตอนสัมภาษณ์คุยกันเกือบชั่วโมง สัมผัสได้ว่าเขาเปิดใจและตั้งใจฟังเรื่องราวของเรามากๆ โดยไม่ได้ตัดสิน และไม่ได้ถามเพื่อหาจุดหักคะแนนเลย

. . . . . . . .

ภาษาไม่เป๊ะจะรอดมั้ย? 
รีวิวการปรับตัวช่วงแรกในรั้ว UWC

จิว:

สำหรับเราแน่นอนเลย ภาษาค่ะ! ช่วงเข้าคลาสแรกๆ ยอมรับเลยว่าฟังอาจารย์ไม่ค่อยเข้าใจ เวลาเพื่อนคุยกันก็จับใจความตามไม่ทัน ยิ่งตอนอ่าน Textbook เจอศัพท์เฉพาะกับศัพท์วิชาการยากๆ เต็มไปหมด ต้องเปิด Dictionary แปลควบไปด้วยตลอดเลย แต่โชคดีที่สภาพแวดล้อมบังคับให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษ 24 ชั่วโมง พอผ่านไปสัก 2-3 เดือน ทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทางและฟังเข้าใจขึ้นเยอะ

รุ้ง:

ส่วนตัวรุ้งกังวลเรื่องภาษาและการเข้าสังคม ยิ่งคลาสเรียนของ UWC จะเน้นดีเบตอภิปรายเป็นหลัก เพื่อนที่เป็น Native เค้าพูดเก่งและแชร์ไอเดียกันเร็วมากกกก ในขณะที่เราจะชอบติดนึกคำศัพท์ในหัว เลยทำให้ช่วงแรกๆ พูดไม่ทันเพื่อน แต่พออยู่ไปสักพักก็เริ่มปรับตัวได้ กล้าพูดกล้าแสดงความเห็นมากขึ้น แกรมมาร์กับสำเนียงก็พัฒนาขึ้นไปเอง

อีกเรื่องคือรุ้งชินกับการนอนคนเดียว พอต้องมาแชร์ห้องกับรูมเมตต่างชาติ ก็ต้องปรับตัวเรื่องความเกรงใจกัน อย่างเช่นเวลาเปิด-ปิดไฟ ช่วงเดือนที่สองนี่มีแอบ Homesick คิดถึงบ้านด้วยค่ะ

เฟียต:

ถึงจะจบ EP มาจากยะลา แต่พอมาเจอเพื่อนจากหลายสิบประเทศทั่วโลก สำเนียงคือหลากหลายมาก แถมมีศัพท์สแลงเฉพาะกลุ่มเต็มไปหมด อย่างรูมเมตผมเค้าเป็นอเมริกัน ช่วง 3 เดือนแรกแทบจะคุยกันไม่รู้เรื่องครับ! ผมฟังเขาไม่ทัน เขาก็ฟังผมไม่เข้าใจ ต้องงัดทั้งภาษากาย ภาษามือ แล้วก็เปิด Google Translate ช่วยตลอด 5555

นอกจากนี้ก็คือเรื่องบริบทสังคมครับ การมาเรียนกับมาเที่ยวกันเป็นคนละฟีล เราต้องเรียนรู้และเคารพกฎหมายบ้านเมืองเขา โดยเฉพาะประเด็นการเมืองและการแสดงออกที่ฮ่องกงค่อนข้างซีเรียสและต้องระวังพอสมควร

แพท:

แพทเรียนที่ UWC Mahindra ประเทศอินเดีย ตอนเดินทางไปถึง เครื่อง Landing ตอนตี 3 แล้วยังต้องนั่งรถต่ออีกกว่า 5 ชั่วโมง เพราะแคมปัสตั้งอยู่บนเขา ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมือง ช่วงแรกก็แอบเหงานิดนึง แถมมีลิงมีกบแวะมาทักทายในหอพักเป็นเรื่องปกตินะ

พอเข้าเรียนก็ต้องทำความรู้จักเพื่อนใหม่เป็นร้อยคนจากหลายประเทศ แต่ทุกคนก็พยายามเข้าหากันค่ะ ส่วนเรื่องเรียน ช่วงแรกแพทมีปัญหากับวิชาเศรษฐศาสตร์ เพราะอาจารย์พูดภาษาอังกฤษติดสปีด ศัพท์เทคนิคก็มาเต็ม ต้องตั้งใจฟังมากๆ แต่ผ่านไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็เริ่มตามทันมากขึ้น

. . . . . . . .

หลักสูตร IB เรียนยากหรือเปล่า?
เจาะลึกระบบการเรียนและการทำกิจกรรมในโรงเรียน UWC

รุ้ง:

ตอนอยู่ไทยรุ้งเคยเรียนแน่นมากถึง 17 วิชา พอมาเจอระบบ IB จะเหลือวิชาหลักๆ แค่ 6-7 วิชาตลอด 2 ปี ฟังดูน้อยแต่เรียนลึกมากค่ะ เน้นวิเคราะห์กับดีเบตในคลาสเป็นหลัก

วิชาที่ลงไปจะมี Physics, Math, Economics เป็นระดับ HL แล้วก็เข้าโปรแกรมใหม่อย่าง STP ที่เน้นเรื่องความยั่งยืนด้วย รุ้งเลือกหมวดพลังงาน ได้ลงมือทำรีเสิร์ชและปฏิบัติจริง นอกจากเรียนก็ต้องเก็บกิจกรรมให้ครบตามเกณฑ์ รุ้งเลยไปเข้าชมรม Media & Marketing เล่นแบดมินตัน แล้วก็ชอบทำบอร์ดฮีลใจให้เพื่อนๆ ในหอพักด้วยค่ะ

จิว:

ส่วนตัวรู้สึกว่า IB ที่ UWC หนักกว่ามหาลัยปีแรกอีกค่ะ งานเขียน Essay กับรายงานวิจัยเยอะมาก วิชาที่ลงมี English B, Thai Literature, Biology, Business, Economics แล้วก็ Math ถ้าชอบสุดก็คงเป็น Econ. (เศรษฐศาสตร์) นี่แหละ เพราะได้คิดวิเคราะห์เรื่องการจัดการทรัพยากร แต่ถ้าหินสุดขอมอบมงให้ชีวะค่ะ!

ส่วนกิจกรรมที่ต้องทำตามเกณฑ์ของ UWC จิวรับหน้าที่เป็นผู้จัดการร้านกาแฟของโรงเรียน  วันหยุดก็ไปช่วยเก็บขยะริมหาด แล้วก็เป็นครูอาสาสอนภาษาอังกฤษให้เด็กไทยของมูลนิธิด้วย

แพท:

ขอเสริมระบบ IB เล็กน้อยค่ะ แพทชอบตรงที่เขาเน้นการทำวิจัยและตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว อย่างวิชาบังคับ TOK (Theory of Knowledge) คือสอนให้เราตั้งคำถามกับทุกความรู้บนโลกเลย แล้วเพื่อนๆ ในแคมปัสเค้าเอนเนอร์จี้ล้นสุดๆ ทุ่มเทให้กับการทำงานและมาล้อมวง Brainstorm ไอเดียใหม่ๆ กันตลอด

เรื่องกิจกรรมก็สนุก มีแข่งกีฬาสีระหว่างบ้านพัก และหนึ่งในไฮไลต์คือช่วง Experience India Week (Travel Week) กลุ่มแพทจัดทริปไปลุยเมืองพาราณสี นั่งรถไฟตู้นอนยาวๆ 28 ชั่วโมง ไปเรียนรู้วิถีชีวิตและความเชื่อแบบแอนเวนเจอร์ ลุยม้ากกค่ะ

เฟียต:

ผมว่า IB โหดจริง แต่เข้มข้นและสนุกมากครับ ทุกโจทย์ฝึกให้เราคิดวิเคราะห์และแสดงมุมมองตัวเอง เรื่องข้อสอบนี่ลืมแบบข้อช้อยส์ ABCD ไปได้เลย ผมเจอให้เขียนบรรยายล้วนๆ  

ถ้าถามถึงวิชาเปลี่ยนชีวิตผมนึกถึงการละครครับ เมื่อก่อนเคยขี้อาย แต่กลายเป็นกล้าแสดงออกต่อหน้าคนเยอะๆ มากขึ้น ส่วนกิจกรรมช่วง Project Week ผมเคยรับบทหัวหน้าทัวร์พาเพื่อนต่างชาติมาเที่ยวไทย แล้วก็ไปสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ ในชนบทที่สุราษฎร์ธานีครับ

. . . . . . . .

รีวิวโรงเรียน UWC
ส่องบรรยากาศแคมปัส
และเสน่ห์เฉพาะตัวใน 4 ประเทศ

รุ้ง:

แคมปัส UWC Atlantic ของรุ้งตั้งอยู่ในปราสาทเก่าแก่ที่เวลส์เลยค่ะ บรรยากาศจะมีความลึกลับสวยฟีลๆ แบบแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่นี่จะแบ่งตึกนอนเป็น 7 บ้านพัก รุ้งอยู่บ้านสีแดง เสน่ห์ที่ชอบสุดคือทำเลโรงเรียนอยู่ติดริมทะเล มีวิวหน้าผาสวยๆ มีพื้นที่ป่ากับแปลงผักให้เก็บมาทำอาหารด้วย สัตว์ป่าตามธรรมชาติก็เยอะ

ถ้ากิจกรรมไฮไลต์ก็ต้อง AP (Atlantic Pacific)  ได้ฝึกทักษะกู้ภัยทางทะเล ทั้งการใช้เรือและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในน้ำ มีโอกาสได้ลงมือฝึกภาคปฏิบัติจริงๆ ด้วย

จิว:

สำหรับ UWC Thailand ที่จิวเคยเรียนมา เราชอบตรงที่แคมปัสร่มรื่น อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และมีความเป็น Community สูงมากๆ ทั้งคุณครู ผู้ปกครอง และนักเรียนคอยซัปพอร์ตกันตลอด อย่างเวลามีงาน Musical หรือ Intercultural Day ก็จะมีผู้ปกครองมาช่วยจัดงานอยู่เบื้องหลัง บางคนก็ทำอาหารมาให้เด็กๆ ด้วย รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านเลย

แล้วถึงจะเป็นโรงเรียนนานาชาติก็จริง แต่ก็ยังมีความเป็นไทยอยู่ ทั้งอาหารไทย คลาสภาษาไทย และกิจกรรมอย่างลอยกระทง สงกรานต์ หรือไหว้ครู ทำให้เราได้แชร์วัฒนธรรมไทยให้เพื่อนต่างชาติรู้จักด้วยค่ะ

แพท:

ฝั่ง UWC Mahindra ประเทศอินเดียของแพทก็มาสายธรรมชาติเหมือนกัน แคมปัสตั้งอยู่บนเขา ตัดขาดสนิทจากความวุ่นวายในเมือง เสน่ห์คือความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง มีทั้งเพื่อนชาวอินเดียท้องถิ่นไปจนถึงเพื่อนจากทั่วทุกทวีป

ถ้าเป็นเรื่องอาหารการกิน ไฮไลต์อยู่ที่มื้อ Sunday Brunch ในโรงเรียนที่อร่อยเป็นพิเศษ ส่วนสตรีทฟู้ดนอกโรงเรียน แพทยกให้ “ปานิปุริ” เป็นของโปรดที่สุด~

เฟียต:

ส่วนของผมเรียนที่แคมปัส UWC Hong Kong จะเน้นความสะดวกสบายสไตล์คนเมืองครับ การเดินทางง่ายมาก นั่งรถไฟฟ้าเข้าสู่ใจกลางเมืองไปหาของอร่อยกินได้สบายๆ

ผมว่า UWC แต่ละแคมปัสเหมือนโต๊ะอาหารนานาชาติที่มีอะไรให้เราเลือกเรียนรู้เยอะมาก แล้วอาจารย์ก็เก่งด้วย สามารถยกตัวอย่างจากสถานการณ์จริงมาเชื่อมกับทฤษฎีในห้องเรียนได้ดีเลยครับ

. . . . . . . .

เรียนจบ UWC ต่อไหน? 
รีวิวเส้นทางเรียน ป.ตรี และทุน Davis  ที่อเมริกา

จิว:

หลังจบ UWC จิวก็ได้มาเรียนต่อ ป.ตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ที่ Lake Forest College รัฐอิลลินอยส์ อเมริกาค่ะ เลือกที่นี่เพราะมีรุ่นพี่ UWC มาเรียนต่อกันเยอะ ซึ่งความท้าทายหลักๆ คือการปรับตัวกับอากาศหนาวติดลบถึง 20 องศา

การผ่านระบบ IB มาช่วยปูพื้นฐานสกิลวิชาการ ทั้งเรื่องเขียนรายงานและการวิเคราะห์ให้แน่นมาก ทำให้ตอนเรียนมหาลัยปีแรกไม่หนักหนาจนเกินไป และข้อดีคือที่นี่เปิดโอกาสให้เรียนข้ามสายได้อิสระ จิวเลยลงวิชาเอกด้าน Finance กับ Accounting Concentration ค่า

แพท:

ส่วนแพทได้ไปต่อ ป.ตรี สาขาจุลชีววิทยาที่ The University of Oklahoma ค่ะ ตอนนั้นยื่นสมัครผ่านระบบรวมแล้วได้ทุน Davis Scholarship สำหรับเด็ก UWC มาช่วยซัปพอร์ตค่าเรียนร่วมกับทุนมหาลัย สรุปคือได้เรียนฟรีเต็มจำนวนตลอด 4 ปีเลย!

แพทว่า UWC ช่วยปูพื้นฐานการทำวิจัยมาแน่นมาก แถมยังทำให้กล้าคิดกล้าลองและมั่นใจเวลาใช้ชีวิตต่างแดนคนเดียวมากขึ้นด้วย พอมาเรียน ป.ตรี ก็ enjoy กับการเข้าห้องแล็บเพาะเชื้อสุดๆ

เฟียต:

ของผมหลังจบฮ่องกงก็ได้รับทุน Davis Scholarship เหมือนกันครับ ทุนนี้ Cover ค่าเรียนให้หมด เลย ทำให้ได้ไปต่อ ป.ตรี ที่มหาวิทยาลัยในอเมริกาครับ

ผมว่า UWC เตรียมความพร้อมให้ครบทุกด้าน ทั้งวิธีคิดแบบ Global Mindset และการเขียนเชิงวิชาการ แถมประสบการณ์ที่ฮ่องกงก็หล่อหลอมให้ผมอึด ถึก ทน พอเดินทางมาถึงอเมริกาเลยรู้สึกชิลมาก ไม่เกร็งเลย เมืองที่อยู่คนก็น่ารัก อบอุ่น มีชุมชนคนไทยด้วย ไม่ค่อยจะมีโมเมนต์ homesick เท่าไหร่ครับ

รุ้ง:

ส่วนรุ้งก็แอบแพลนอนาคตไว้แล้วว่า หลังเรียนจบ UWC อยากไปต่อ ป.ตรี ที่อเมริกาเหมือนกับพี่ๆ แหละ ที่ผ่านมารู้สึกได้ว่า UWC ฝึกให้เราบริหารจัดการเวลาเก่งขึ้น มีความรับผิดชอบ กล้าเข้าหาคนที่มี background หลากหลาย ที่สำคัญคือเครือข่าย UWC ยังมีคอนเน็กชันกับมหาวิทยาลัยระดับท็อปเยอะมาก ถ้าอยากสมัครทุนป.ตรี ก็มีซัปพอร์ตค่ะ

. . . . . . . .

จะสมัครทุน UWC ดีไหม?
ปิดท้ายคำตอบจากรุ่นพี่ถึงรุ่นน้องที่กำลังลังเล

จิว:

อย่าเพิ่งกังวลหรือตัดสินตัวเองไปก่อนนะคะ เพราะ UWC ไม่ได้มองหาคนที่เรียนเก่งที่สุดหรือมีพอร์ตเพอร์เฟกต์ที่สุด แต่อยากรู้ว่าเราเป็นใคร มีทัศนคติแบบไหน และพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ แค่ได้ลองเขียน Essay หรือกรอกใบสมัคร ก็เป็นโอกาสให้เรากลับมาทบทวนตัวเองว่าอยากทำอะไรในอนาคตแล้วค่ะ

แพท:

การเรียนที่ UWC เปลี่ยนวิธีคิดของแพทไปเยอะมากค่ะ จากที่เคยอยู่ในเซฟโซนก็ต้องลองทำอะไรใหม่ๆ และฝึกพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ถ้าน้องๆ อยากเปิดโลกให้กว้างกว่าเดิม อยากให้ลองก้าวออกจากกรอบที่คุ้นเคยดูสักครั้ง เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเจออะไรบ้างถ้าไม่ลองค่ะ

เฟียต:

ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดที่เคยพลาดทุนมานับครั้งไม่ถ้วนจนเกือบถอดใจ แต่ยังคิดเสมอว่า “ขอแค่โอกาสเดียวท่ามกลางความผิดพลาดมากมายก็เพียงพอ” ถ้าสมัครแล้วไม่ผ่าน ก็แค่แปลว่าที่นั่นยังไม่พอดีกับเรา แต่พอโอกาสมาถึง ชีวิตผมเปลี่ยนทิศไปเลยครับ // กรรมการ UWC น่ารักและพร้อมฟังเรื่องราวของเราจริงๆ ที่นี่มีทรัพยากรให้เราได้เรียนรู้และเติบโตอีกเยอะ อย่าปล่อยให้ความกลัวมาขัดขวางความฝันนะครับ

รุ้ง:

ชีวิตที่ UWC ทั้งเรียนหนักและกิจกรรมแน่นสุดๆ ค่ะ ช่วงแรกต้องปรับตัวเยอะ แต่พออยู่ไปสักพักก็เริ่มจัดการเวลาและรับผิดชอบตัวเองได้ดีขึ้น ใครอยากลองเรียนและใช้ชีวิตกับเพื่อนจากทั่วโลก หรือมีแพลนเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศเหมือนรุ้ง ก็อยากให้ลองสมัครดูนะคะ~ Fighting!

พี่กุ๊กไก่
พี่กุ๊กไก่ - Columnist มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น