|
เป็นเรื่องกันจนได้นะครับ...เพราะล่าสุดการสอบโอเน็ต ดูเหมือนจะไม่เรียบร้อยเหมือนกับที่คาดไว้ซะแล้ว..เมื่อมี กลุ่มนักเรียนหัวใส แต่ไร้น้ำใจ และคุณธรรม บางคน ใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในทางที่ผิด...มาเป็นเครื่องมือในการโกงข้อสอบครับ... ตามที่สำนักงาน ทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ดำเนินการจัดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต สำหรับนักเรียนชั้น ม.6 ในวันที่ 29 ก.พ. ถึง 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสอบเพื่อวัดสัมฤทธิผลในการเรียนระดับ ม.ปลาย ทั้งยังมีการนำคะแนนสอบโอเน็ตเป็นส่วนหนึ่งของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย จึงทำให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการสอบ และเตรียมการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตในการสอบ แต่ยังไม่วาย ยังมีการทุจริตเกิดขึ้นจนได้
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. นางอุทุมพร จามรมาน ผอ.สทศ. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานการทุจริตการสอบโอเน็ตจากศูนย์สอบจุฬาฯ โดยพบนักเรียนที่ทุจริตในการสอบจำนวน 5 คน ในรายวิชาคณิตศาสตร์และภาษาไทย โดยกรณีหนึ่งเป็นการทุจริตจากโทรศัพท์ ซึ่งมีการใช้ โทรศัพท์ 2 เครื่อง อีกกรณีเป็นนักเรียน 2 คน ขออนุญาตอาจารย์ผู้คุมสอบไปเข้าห้องน้ำ แต่ขากลับอาจารย์พบพิรุธเพราะมีท่าทีผิดปกติ จึงเข้าไปสอบถาม จนสุดท้ายนักเรียนยอมรับว่า มีการไปเขียนคำตอบไว้ในยางลบให้กัน และอีกกรณีหนึ่งนักเรียน 2 คนเข้าไปบอกข้อสอบกันในห้องน้ำ ซึ่งตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในคณะกรรมการบริหาร สทศ.ในการประชุมวันที่ 7 มี.ค.นี้ ว่า จะมีการปรับตกเฉพาะในรายวิชาที่ทุจริต หรือปรับตกทุกรายวิชา ทั้งนี้ ส่วนตัวแล้วคิดว่าควรปรับตกเฉพาะในรายวิชาที่นักเรียนทุจริตเท่านั้น ส่วนศูนย์สอบที่เหลืออีก 17 ศูนย์นั้นกำลังทยอยรายงานเข้ามา ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ได้พบข้อความนักเรียนที่เขียนในเว็บไซต์ของโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ออกแบบให้เหมือนนาฬิกาข้อมือ โดยมีผู้ใช้ ชื่อว่า ToeYeZ เขียนข้อความว่า วันนี้ผมได้พบพฤติกรรมเลวๆของคนที่ใช้นาฬิกามือถือรุ่นนี้ คือเด็กนักเรียนในการสอบโอเน็ต เด็กนักเรียนสามารถนำเข้าห้องสอบได้ และไม่ถูกจับว่าเป็นมือถือ เพราะอาจารย์ไม่ทราบว่ามีนาฬิกามือถือออกมาแล้ว ดังนั้น ก็สามารถนำมาใช้ได้ ในขณะที่มือถืออีกเครื่องก็เอาไว้ใต้โต๊ะ ปิดเครื่องไว้เพื่อโชว์ความบริสุทธิ์ใจ และใช้นาฬิกามือถือนี้รับส่งเอสเอ็มเอสได้ (ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นคำตอบแบบตัวเลือก) ผมเจอเข้าอย่างจังวันนี้ที่โรงเรียนผมในการสอบโอเน็ต เพื่อนร่วมรุ่นของ (ไม่อยากนับเลยเมื่อทำเหตุการณ์เช่นนี้) นำนาฬิกามือถืออันนี้เข้าไปในห้องสอบ และทำการรับโพยจากเด็กเรียนเก่ง ที่ส่งมาให้เมื่อทำข้อสอบเสร็จแล้ว (เวลาสอบ 2 ชม. แต่ส่วนใหญ่ 1 ชมครึ่งก็เสร็จละครับ)
ที่นี่ไอ้คนที่รอรับก็นั่งรอเอสเอ็มเอสที่จะส่งมาจากเด็กเก่ง แต่สุดท้ายถูกอาจารย์จับได้ เนื่องจากอาจารย์เห็นว่ามันผิดปกติ โดนปรับตกตามกติกาไป ก็สมควรละครับทุจริตการสอบ ผมไม่ชอบมากๆเลย ผมอ่านหนังสือแทบตายเพื่อที่จะมาสอบ กะได้แค่ไหนเอาแค่นั้น กลับเจอทุจริตแบบนี้ เซ็งครับ การศึกษาไทย ใครฉลาดแกมโกงก็ได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ คนที่อ่านเองคงสู้ไม่ได้หรอกครับ สุดท้ายผมก็เข้าใจนะครับ ส่วนใหญ่ไม่ใช้ในจุดประสงค์เลวๆ เช่นนั้น เพราะมันสะดวกดี ผมก็เคยคิดเหมือนกัน ผมคิดว่าสอบครั้งหน้า สทศ. คงต้องอัพเดตรุ่นมือถือใหม่ๆ ละ และแจ้งตาม ร.ร.ต่างๆให้รับทราบทั่วกัน เพราะไม่แน่ อนาคตอาจมีปากกามือถือก็ได้ ใครจะไปรู้ได้ครับ เมื่อสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยังนางอุทุมพรอีกครั้ง ได้รับคำตอบว่า ได้รับรายงานพบเหตุผิดปกติที่ศูนย์สอบจุฬาฯรายหนึ่ง ตรงกับข้อมูลที่เด็กมีการเขียนไว้ในอินเตอร์เน็ต ศูนย์สอบก็ดำเนินการลงโทษไปแล้ว และทาง สทศ.ก็ยืนยันตามโทษที่ศูนย์สอบตัดสิน เพราะถือว่าให้อำนาจแก่ศูนย์สอบไปแล้ว คงต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้พัฒนาไปมาก ตนเองก็ยังไม่ทราบว่ามีโทรศัพท์นาฬิกามือถือลักษณะนี้ ผู้ใหญ่เองก็อาจจะก้าวตามเด็กไม่ทัน และเป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้ยากลำบากมาก จึงเป็นช่องว่างให้เกิดการนำมาใช้ในการทุจริตการสอบ เพราะอาจารย์ผู้คุมสอบในวันนั้นคงไม่ทันสังเกต ดังนั้น จึงอยากขอเรียกร้องให้นักเรียนที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยแจ้งอาจารย์ที่คุมสอบ หรือแจ้งข้อมูลมายัง สทศ. เพื่อจะได้ทราบว่าเหตุเกิดขึ้นที่ศูนย์การสอบใด และจะได้ตรวจสอบไปยังนักเรียนที่กระทำผิดอีกทอดหนึ่ง
นางอุทุมพร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็ได้มอบ หมายให้เจ้าหน้าที่ สทศ. ตรวจสอบเว็บไซต์ต่างๆ ที่นักเรียนนิยม เข้ามาเขียนข้อความว่า มีการแจ้งเหตุทุจริตอื่นๆ อีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ตนจะได้นำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สทศ. เพื่อแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงความก้าวหน้าเทคโนโลยีที่นักเรียนนำมาใช้ในทางที่ผิด เพื่อจะได้ก้าวตามให้ทัน เพราะปีนี้มีนาฬิกาที่เป็นโทรศัพท์มือถือ ปีหน้าอาจจะมีการพัฒนาอื่นๆ ตามมาก็ได้ นอกจากนั้น จะหารือว่า สทศ.จะต้องมีการอบรมอาจารย์ และเจ้าหน้าที่คุมสอบ ให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ สทศ.จะรวบรวมกรณีทุจริตทั้งหมดเสนอต่อ รมช.ศธ.ต่อไป ด้านนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการ กกอ. ให้สัมภาษณ์ ภายหลังทราบข่าวการทุจริตโดยอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นตัวช่วยว่า สกอ.จะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนมาตรการป้องกันการทุจริต ซึ่งเราก็มีอยู่แล้ว เพราะถือเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดูแลอย่างเข้มงวด แต่เมื่อเกิดการใช้ไฮเทคโนโลยีแบบนี้มาใช้กับการสอบโอเน็ต ดังนั้น ในการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือเอเน็ต ซึ่งจะสอบกันในวันที่ 8-9 มี.ค.นี้ ก็จะกำชับศูนย์สอบให้ตรวจตราเข้มงวดขึ้น รวมทั้งดูแลเรื่องโทรศัพท์นาฬิกาข้อมือนี้ด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นถึงขนาดตัดสัญญาณโทรศัพท์ บริเวณศูนย์สอบหรือไม่ เพราะเครื่องมือดังกล่าวส่งด้วยสัญญาณโทรศัพท์ นายสุเมธกล่าวว่า ขอหารือเจ้าหน้าที่ก่อน เพราะการตัดสัญญาณโทรศัพท์ จะกระทบคนอื่นที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว พี่ลาเต้ ได้อ่านแล้ว...รู้สึกปวดใจแทนน้องๆหลายคนนะครับ...เพราะการสอบในครั้งนี้จากที่ได้ฟังจากน้องๆหลายคนถือเป็นการสอบคัดเลือกที่น้องๆต่าง ทุ่มเท ตั้งใจ และจริงจังกับมันมากๆ...ขนาดต้องเสียเงินหลายบาทไปติว อดหลับอดนอนอ่านหนังสือ นี่ยังไม่รวมถึงความเครียดที่บ่นทอนสุขภาพอยู่ตลอดเวลา...แต่พอได้มารู้อีกว่ามีคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น คนโกง มาทำพฤติกรรมแบบนี้บอกได้คำเดียวครับว่า เสียความรู้สึก... |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลข่าว และรูปภาพ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และมติชนออนไลน์พ |




91 ความคิดเห็น
เครียด
โห ขนาดนี้เชียว

มี ยี่ห้อเดียวใช่ป่ะ แบบนี้
ลงทุนจัง
มี ยี่ห้อเดียวใช่ป่ะ แบบนี้
ลงทุนจัง
เวปไซต์ต่างๆที่นักเรียนนิยม เข้ามาเขียนข้อความ <><<>>>>>>>>>>> เด็กดี
เค้าอาจได้คะแนนดีกว่าเราด้วย
ฉลาดในเรื่องชั่วๆจังเลย
เด๋วนี้วิธีการโกงมันก้าวไกลจริงๆๆ
คนโกงไม่มีสามัญสำนึกบ้างเลยหรือไงนะ
โกงเข้าไปก็ไม่ใช้ความรู้ของเราจริงๆมันน่าภูมิใจไหม
เฮ้อ ..................
มี ยี่ห้อเดียวใช่ป่ะ แบบนี้
ลงทุนจัง
เวปไซต์ต่างๆที่นักเรียนนิยม เข้ามาเขียนข้อความ <><<>>>>>>>>>>> เด็กดี
เค้าอาจได้คะแนนดีกว่าเราด้วย
คิดอะไรกันเนี่ย!!!