|
ในที่สุดประวัติศาสตร์ ก็ซ้ำรอยจนได้นะครับ...เพราะคดีเรื่องการการทุจริต O-Net ยังสรุปยังไม่ทันเสร็จ ล่าสุดในการสอบ A-Net ก็มีการทุจริตอีกแล้ว...ซึ่งในข่าวจะว่าอย่างไรไปอ่านพร้อมกันเลย... ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) พยายามคุมเข้มการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือ เอเน็ต จัดสอบมาตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันนักเรียนกระทำการทุจริตในการสอบ หลังจากที่ก่อนหน้า มีการจับทุจริตการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ไปหมาดๆ ถึง 6 ราย มีการปรับให้ตกทุกวิชา และตกเฉพาะในวิชาที่สอบไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ซึ่งเป็นการสอบเอเน็ตวันสุดท้าย เมื่อการสอบเสร็จสิ้นลงในช่วงเย็น นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดสอบเอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2551 มีผู้เข้าสอบจำนวน 194,597 คน ได้รับรายงานว่า พบเหตุทุจริตการสอบ 2 ราย ระหว่างการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งสอบวันที่ 9 มี.ค. เวลา 08.30-11.30 น.โดยรับส่งเอสเอ็มเอสระหว่างกันจากที่สนามสอบ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ส่งให้กับผู้สอบที่สนามสอบโรงเรียนหอวัง ซึ่งกรรมการผู้คุมสอบที่โรงเรียนหอวัง จับผู้ที่รับเอสเอ็มเอสได้ ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า ผู้สอบที่โรงเรียนหอวังสารภาพว่ารับข้อความจากเพื่อนที่อยู่สนามสอบ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งสอบวิชาวิทยาศาสตร์เสร็จ และออกจากห้องสอบก่อน โดยผู้สอบที่โรงเรียนหอวัง นำโทรศัพท์ มือถือเข้าห้องสอบมากกว่า 1 เครื่อง โดยนำเครื่องหนึ่งปิดเครื่อง และวางไว้ใต้เก้าอี้นั่งของตนเองตามระเบียบ ส่วนอีกเครื่องซุกซ่อนไว้ เพื่อรับเอสเอ็มเอสจากเพื่อน เมื่อเพื่อนส่งข้อความมา ก็พยายามหยิบโทรศัพท์มาดูข้อความ ทำให้กรรมการคุมสอบพบว่ามีพิรุธ และจับได้ในที่สุด เลขาฯ กกอ.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือว่าทุจริต โดยทั้งสองคนจะถูกปรับตกทุกวิชาและตัดสิทธิสมัครสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยในระบบแอดมิชชั่น 3 ปี แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ทำผิดทั้ง 2 คน เป็นนักศึกษาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแล้ว กำลังขึ้นชั้นปีที่ 2 ซึ่งคงไม่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ได้ แต่สำหรับมหาวิทยาลัยเดิมนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้พิจารณา คงต้องขอเวลาก่อน ส่วนสนามสอบต่างจังหวัด ไม่ได้รับรายงานเหตุผิดปกติ
ส่วนความคืบหน้ากรณีการสืบหาต้นตอและขบวนการโกงการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ซึ่งใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นนาฬิกาข้อมือ รับส่งข้อความขนาดสั้นหรือเอสเอ็มเอส และถูกจับได้ แต่เจ้าตัวยังปฏิเสธไม่ยอมบอกว่าใครคือผู้ส่งเอสเอ็มเอสให้ ขณะที่บอร์ด สทศ. มีมติลงโทษปรับตกทุกวิชา และให้มืออาชีพเข้ามาช่วยสืบสาวหาขบวนการโกงสอบโอเน็ตนั้น ในวันเดียวกัน นางอุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ศูนย์สอบทั้ง 18 ศูนย์รายงานผลการจัดสอบโอเน็ตมาแล้ว 17 ศูนย์ และมีรายงานกรณีทุจริตเพิ่ม 1 ราย ที่ศูนย์สอบ ม.สงขลานครินทร์ เป็นกรณีเปิดโทรศัพท์มือถือและมีสายเรียกเข้า ซึ่งกรรมการคุมสอบพิจารณาแล้วปรับตกในวิชานั้น เนื่องจากได้เตือนก่อนเข้าสอบแล้ว ปีนี้ยอมรับว่าไม่ทราบจริงๆว่า เด็กๆจะใช้เครื่องมือไฮเทคมาโกงการสอบ ซึ่งทำให้เราตื่นตัวมากขึ้น และมีผู้หวังดีเตือนมาว่า ปีหน้าให้ระมัดระวังเครื่องมือสื่อสารที่มาในรูปของสร้อยคอและตุ้มหู ซึ่งหากมีการทำกันถึงขนาดนั้น อาจต้องสแกนตัวนักเรียนก่อนเข้าห้องสอบ ซึ่งไม่อยากให้ต้องถึงขั้นนั้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องเร่งสร้างจิตสำนึกให้เด็กเห็นว่าการทุจริตการสอบเป็นเรื่องที่ผิด ทั้งนี้ มีเด็กนักเรียนตั้งกระทู้วิจารณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งน่าดีใจที่เด็กๆ ไม่เห็นด้วยและตำหนิพวกโกงข้อสอบ
สทศ.มอบหลักฐานซึ่งเป็นเอกสารจำนวน 15 หน้าเป็นผลการสอบสวนเด็กเบื้องต้นที่ศูนย์สอบจุฬาฯสอบสวนเด็ก เป็นข้อมูลเกี่ยวกับเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฏบนหน้าจอของเด็ก เวลาที่ได้รับข้อความ ซึ่งขณะนี้ทราบแล้วว่าการส่งข้อความใช้เครือข่ายใดส่ง ก็ได้ประสานไปยังต้นสังกัด ของเครือข่ายนั้น เพื่อขอให้ตรวจสอบจุดที่มีการส่งข้อความ เชื่อว่าจะหาตัวคนส่งข้อความได้แน่นอน โดยผู้ส่งคำตอบจะต้องเป็นคนที่เข้าสอบโอเน็ตด้วย จึงจะเห็นข้อสอบและจำคำตอบออกมาส่ง เนื่องจากเราห้ามไม่ให้นักเรียนนำข้อสอบออกนอกห้องสอบ นางอุทุมพร กล่าวและว่า นอกจากนี้ เด็กระบุว่าแม่เป็นคนซื้อโทรศัพท์ให้ แต่แม่ ไม่รู้เรื่องนี้ ทั้งบอกว่า เพิ่งได้นาฬิกามือถือมา ใช้ยังไม่ ค่อยเป็น และบอกด้วยว่า ไม่ทราบว่าทำไมมีเอสเอ็มเอสเข้ามา เพราะจู่ๆมีตัวเลขปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ที่มา ทั้งนี้ กรรมการที่สอบสวนเบื้องต้นก็ไม่เชื่อ เพราะเอสเอ็มเอสไม่ได้เพิ่งปรากฏในวันที่จับได้ อย่างไรก็ตาม แม้เด็กจะถูกปรับตกทุกวิชา แต่ตนคิดว่า หากเด็กสำนึกผิดและจะไม่ทำผิดอีก สังคมก็ควรให้โอกาส แต่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็คงต้องเข้า ม.เอกชน เพราะไม่มีคะแนนโอเน็ตเพื่อเข้า ม.รัฐแล้ว
|
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐพ |





13 ความคิดเห็น
คำตอบที่ส่งมาให้ ถูกทุกข้อเลยหรอ
ยังไง เราก็ไม่เห็นด้วยกับการโกงเลยนะ
คิดแต่เรื่องข้างหน้า แต่ไม่คิดเผื่อถูกจับเลยนะ
PS. Alon3 : ] ❤ Tears .™. Blood ❤ อั้มคุงมากๆค๊าฟ*!!?
ถ้าหาก มันมีคนโกงกันแบบนี้ จริง ๆ มันก็ต้องทำเพื่อความยุติธรรมของคนที่ไม่ได้โกงนะ - -"
ก็คนเลวๆ มันมีอยู่เยอะนี่น่า
นี่พุดในความคิดเรานะ
ระดับสภาเค้ายังโกงกินเลย
เดกๆก้อดุตามนั้นล่ะ
เคยมีคนบอกเรา
ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน
ไม่แฟร์เลยนะ
เล่นกันแบบนี้
ถ้าไม่อย่างนั้นจะมีการสอบไปเพื่ออะไรหล่ะค่ะ..
ในเมื่อเข้ามหาลัยไปหาคุณภาพไม่ได้ขนาดนี้ ..
แล้วจบออกมาประเทศเราจะเหลือใครไปพัฒนา ..
จากเด็กที่ทำไม่ได้ (แต่ไม่โกง )เว้ยยยยย !!!!
ทำไมถึงเปงคนดีอย่างนี้ล่ะค่ะ -*-
เด็กขนาดนี้ยังทำแบบนี้
โตขึ้นไปจะทำกันแบบไหน
แล้วความภูมิใจที่ได้จะน่าภูมิใจได้จิงหรอ?
ทำอะไรไม่คิด
ม.6แร้ว ก้อถือว่าโตมากพอควรที่จะคิดเป็น คิดได้
ไม่น่าทำเรยจิงๆ
ไม่ได้เกิดประโยนช์ต่อตนเองอย่างแท้จริง
คนที่เข้าพยายามกันแทบตาย
กับคนที่พยายามเช่นกัน แต่เป็นการพยายามที่จะโกง
แบบนี้
มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ?
ถ้าทุกคนคิดว่าลอกกัน โกงกันดีกว่า แบบนี้ก้อไม่ต้องมานั่งอ่านหนังสือ และตั้งใจเรียนกันหรอก
ไปคิดหาวิธีที่จะโกงแบบไม่ถูกจับจะดีกว่าซะอีก
แล้วพอโตก้อมาโกงกินบ้านเมืองเหมือนผู้ใหญ่ในปัจจุบัน
แล้วก้อขายชาติ โกงกิน ให้บ้านเมืองล่มจมไปเรย
อาจจะฟังดูแร้วมันเกินไปรึป่าวแค่โกงข้อสอบ
ความจริงอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ
ถ้าเด็กขนาดนี้ยังคิดที่จะโกง แร้วเกิดผ่านไปได้
โตขึ้นเด็กเหล่านี้ก้อจะยังไปเป็นผู้ใหญ่ที่โกงได้เช่นกัน
มันไม่ใช่ปัญหาขนาดเล็กๆน้อยๆ
แต่มันเป็นปัญหาใหญ่นะ
ลองคิดให้ดีๆ