|
ฟังเสียงน้องๆสายวิทย์ พูดถึงเรื่อง การแยกสอบแอดมิชชั่นวิทยาศาสตร์ กันมาพอสมควรแล้ว...วันนี้มาฟังเสียงของอาจารย์กันบ้างว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร "เราไม่สามารถทนเห็นคุณภาพวิทย์ตกต่ำได้อีกแล้ว เพราะวิทย์เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการแข่งขัน พัฒนาประเทศ แต่นิสิต นักศึกษาในตอนนี้กลับมีความรู้ทางด้านวิทย์ และผลการเรียนทางด้านวิทย์ตกลง อย่างผลการเรียนวิชาฟิสิกส์ทั่วไป 1 ของนิสิตคณะวิทยาศาสตร์(กลุ่มกายภาพและเทคโนโลยี) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่านิสิต 626 คนมีนิสิตที่สอบได้เกรดเอเพียง 4 คนแต่มีนิสิตดร็อปถึง 202 คนหรือผลวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ก็พบปัญหาไม่แตกต่างกันคือผลการเรียนของนิสิตชั้นปีที่ 1 ปี 2549 ในระบบแอดมิชชั่นส์มีแต้มเฉลี่ยสะสมวิชาพื้นฐานสายวิทยาศาสตร์ต่ำกว่า 2.0 และต่ำกว่าปี2548" เสียงสะท้อนของ ศ.ดร.ละอองศรี เสนาะเมือง ประธานที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย หนึ่งในกลุ่มอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่กล้าชี้จุดอ่อนระบบแอดมิชชั่นส์
ศ.ดร.ละอองศรี เล่าว่า ตอนนี้อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ 25 สถาบันต่างประสบปัญหาเดียวกัน คือเด็กที่รับเข้ามาในระบบแอดมิชชั่นส์ ไม่มีคุณภาพ และเมื่อยิ่งดูรูปแบบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) แล้วยิ่งน่าเศร้าใจในฐานะอาจารย์วิทยาศาสตร์ คงปล่อยให้ผ่านเลยไปตามแผนเดิมของ ทปอ. และสอบแบบไม่แยกสอบวิทย์ไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้นคงได้นักศึกษาที่ไม่รู้จริงเข้ามาเรียนทางสายวิทยาศาสตร์ มติการประชุมของเหล่าคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2551 ให้แยกสอบวิทยาศาสตร์ออกเป็น 3 วิชา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เนื่องจากไม่สามารถนิ่งเฉยกับวิกฤติทางด้านวิทยาศาสตร์ที่กำลังฟุ้งกระจายขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่องอีกต่อไปได้ เพราะนับวันนิสิต นักศึกษา บุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ในอนาคตจะด้อยค่า ด้อยคุณภาพลงทุกวัน การสอบเอนทรานซ์สมัยก่อนได้กำหนดให้วิชาในหมวดวิทยาศาสตร์แต่ละวิชาแยกสอบจากกัน ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมงและแต่ละวิชามีคะแนนเต็ม 100 คะแนนทำให้มหาวิทยาลัยได้เด็กที่มีความถนัดทางสายวิทยาศาสตร์แต่ละสายวิชาได้อย่างแท้จริง เมื่อปรับใช้แอดมิชชั่นส์ ทำให้มหาวิทยาลัยไม่สามารถรับเด็กที่เข้าเรียนคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความรู้ ความถนัดตรงกับสาขาที่จะเรียน เพราะแอดมิชชั่นส์ สอบรวมวิทย์ และเด็กที่ได้คะแนนวิทยาศาสตร์เพียงพอผ่าน แต่ได้คะแนนสังคม ภาษาไทย เยอะ ก็สามารถเข้าเรียนคณะวิทย์ได้ ขณะนี้แอดมิชชั่นส์ ไม่เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ศาสตร์แห่งการพัฒนาประเทศเท่าที่ควร แอดมิชชั่นส์ก็คงเป็นอีกระบบที่ทำลายประเทศไทยทางอ้อมอยู่หรือไม่ เพราะวัตถุประสงค์แอดมิชชั่นส์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2550 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้จุดด้อยของระบบเอนทรานซ์ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นฝั่งตรงกันข้ามหรืออย่างไร
ศ.ดร.ละอองศรี ยืนยันว่าการแยกสอบวิทย์ ไม่ใช่ต้องการก่อให้เกิดความยุ่งยากในการสอบแก่เด็ก แต่ต้องการพัฒนาคุณภาพเด็กให้ดีขึ้น ถ้า ทปอ.ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอทางคณะวิทย์คงต้องขอแยกจัดสอบเอง เพราะคณะวิทย์เป็น คณะที่ผลิตบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของประเทศ คงเมินเฉยต่อไปไม่ได้ อีกทั้งคงต้องขอความร่วมมือจากคณะอื่นๆ ที่ต้องนำคะแนนวิทย์ไปใช้เข้าร่วมด้วย เราต้องดำเนินตามวิธีการของเราเพื่อให้ได้เด็กที่มีคุณภาพมาเรียนวิทยาศาสตร์ และคงชักชวนคณะต่างๆ ที่ต้องนำคะแนนวิทย์มาร่วมด้วย อย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ฯลฯ เพราะคณะเหล่านี้ต่างประสบปัญหา คือเด็กไม่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาเรียน ทำให้เพิ่มงบประมาณในการปูพื้นฐาน อีกทั้งเด็กเรียนแล้วก็ออกกลางคันเหมือนคณะวิทย์ของเรา ศ.ดร.ละอองศรี กล่าว สอดรับกับ ดร.ธนพันธุ์ ปัทมานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการม.ทักษิณเล่าเสริมว่าเด็กเรียนเก่ง หัวดี ตอนนี้ไม่นิยมเรียนวิทยาศาสตร์ ซึ่งดูได้จากการสอบคัดเลือกของเด็ก คณะวิทยาศาสตร์ ไม่เคยติดอยู่ในคณะยอดนิยมของเด็กซึ่งสังคมไทยคงต้องมองแล้วว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ประเทศไทยกำลังทำอะไรกันอยู่ เพราะในต่างประเทศมีแต่การแข่งขันพัฒนาวิทยาศาสตร์ให้เจริญรุกหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ประเทศไทยกำลังเดินกลับหลังไปเรื่อยๆ
ไม่ได้เริ่มพูดเรื่องนี้กันในวันนี้แต่พูดเรื่องนี้กันมาเป็นปีๆ แล้ว ตั้งแต่สมัย รศ.ดร.เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต เป็นประธานที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยเคยเสนอเรื่องนี้ไป ทปอ.หลายครั้งแล้วแต่ดูเหมือนว่าทาง ทปอ.เองก็ไม่รู้ว่าฟังหรือไม่ เพราะจริงๆ แล้ว ทปอ.ก็ไม่ใช่ใครอื่นต่างเป็นอธิการบดีของเราเอง การที่ยื่นคำขาดแบบนี้เท่ากับยื่นกับคนที่คุ้ยเคย จึงอยากฝาก ทปอ.ถ้าระบบแอดมิชชั่นส์ไม่ได้ผลควรปรับหรือยกเลิกดีกว่า เพราะขณะนี้ไม่ได้มีคณะวิทยาศาสตร์ที่เดียวที่เป็นแบบนี้ ดร.ธนพันธุ์ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอที่ยื่นไปครั้งนี้ ไม่รู้ว่า ทปอ.จะรับฟังมากน้อยขนาดไหนเพราะ ทปอ.ต้องจัดระบบที่ออกมาเป็นกลางๆเพื่อให้เด็กไม่ต้องวิ่งสอบ แต่สิ่งที่คณะวิทย์เสนอ ก็เพื่อยกระดับคุณภาพของเด็กเรียนวิทย์ และวิกฤติวิทยาศาสตร์ที่กำลังด้อยลงเรื่อยๆ อย่างแท้จริง เพราะอย่าง ม.ทักษิณเองเด็กที่รับตรงจะมีคุณภาพและดีกว่าเด็กที่รับเข้ามาโดยแอดมิชชั่นส์ เรื่องนี้คงไม่ได้จบเพียงวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นของอาจารย์สอนวิทยาศาสตร์ อยากให้เยาวชนไทยรักและหลงใหลวิทยาศาสตร์ดั่งเช่นที่ผ่านมา คงต้องติดตามว่า "แอดมิชชั่นส์ ปี 53" ทปอ.ยังคง"สอบรวมวิทย์" หรือ "สอบแยกวิทย์" |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกพ |




42 ความคิดเห็น
สอบแยกวิทยาศาสตร์เถอะ สงสารเด็กสายวิทย์บ้าง อุตส่าห์เรียน
มาตั้ง 3 ปี แยกหมด ชีว เคมี ฟิสิกส์ อยู่ดีๆเอามารวมสอบคะแนนเต็ม 100
ทำไมสังคม ไทย วิชาละ 100 เหมือนกันล่ะ อีกอย่างแยกสอบก็เพื่อให้เด็ก
รู้และเข้าใจตัวเองว่าตนเองนั้นมีความสามารถด้านใดทางวิทยาศาสตร์
จะได้ไม่หลงทาง เมื่อจะเลือกเรียนในมหาวิทยาลัย
เด็กสายวิทย์เรียนเฉพาะเป็นวิชาๆก็เยอะ
ไม่น่าจะสอบรวมวิชาเลย เสียเวลาเรียนแย่ค่ะ