เสียงครวญ จาก อ.สอนวิทย์ ทำไมต้องแยกสอบ"เคมี-ฟิสิกส์-ชีวะ"

ฟังเสียงน้องๆสายวิทย์ พูดถึงเรื่อง การแยกสอบแอดมิชชั่นวิทยาศาสตร์ กันมาพอสมควรแล้ว...วันนี้มาฟังเสียงของอาจารย์กันบ้างว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร

 

"เราไม่สามารถทนเห็นคุณภาพวิทย์ตกต่ำได้อีกแล้ว เพราะวิทย์เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการแข่งขัน พัฒนาประเทศ แต่นิสิต นักศึกษาในตอนนี้กลับมีความรู้ทางด้านวิทย์ และผลการเรียนทางด้านวิทย์ตกลง อย่างผลการเรียนวิชาฟิสิกส์ทั่วไป 1 ของนิสิตคณะวิทยาศาสตร์(กลุ่มกายภาพและเทคโนโลยี) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่านิสิต 626 คนมีนิสิตที่สอบได้เกรดเอเพียง 4 คนแต่มีนิสิตดร็อปถึง 202 คนหรือผลวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ก็พบปัญหาไม่แตกต่างกันคือผลการเรียนของนิสิตชั้นปีที่ 1 ปี 2549 ในระบบแอดมิชชั่นส์มีแต้มเฉลี่ยสะสมวิชาพื้นฐานสายวิทยาศาสตร์ต่ำกว่า 2.0 และต่ำกว่าปี2548"

 

เสียงสะท้อนของ ศ.ดร.ละอองศรี  เสนาะเมือง ประธานที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย หนึ่งในกลุ่มอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่กล้าชี้จุดอ่อนระบบแอดมิชชั่นส์

 
 

ศ.ดร.ละอองศรี  เล่าว่า ตอนนี้อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ 25 สถาบันต่างประสบปัญหาเดียวกัน คือเด็กที่รับเข้ามาในระบบแอดมิชชั่นส์ ไม่มีคุณภาพ และเมื่อยิ่งดูรูปแบบแอดมิชชั่นส์ปี 2553 ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) แล้วยิ่งน่าเศร้าใจในฐานะอาจารย์วิทยาศาสตร์ คงปล่อยให้ผ่านเลยไปตามแผนเดิมของ ทปอ. และสอบแบบไม่แยกสอบวิทย์ไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้นคงได้นักศึกษาที่ไม่รู้จริงเข้ามาเรียนทางสายวิทยาศาสตร์

 

มติการประชุมของเหล่าคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2551 ให้แยกสอบวิทยาศาสตร์ออกเป็น 3 วิชา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เนื่องจากไม่สามารถนิ่งเฉยกับวิกฤติทางด้านวิทยาศาสตร์ที่กำลังฟุ้งกระจายขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่องอีกต่อไปได้ เพราะนับวันนิสิต นักศึกษา บุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์ในอนาคตจะด้อยค่า ด้อยคุณภาพลงทุกวัน

 

การสอบเอนทรานซ์สมัยก่อนได้กำหนดให้วิชาในหมวดวิทยาศาสตร์แต่ละวิชาแยกสอบจากกัน ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมงและแต่ละวิชามีคะแนนเต็ม 100 คะแนนทำให้มหาวิทยาลัยได้เด็กที่มีความถนัดทางสายวิทยาศาสตร์แต่ละสายวิชาได้อย่างแท้จริง เมื่อปรับใช้แอดมิชชั่นส์ ทำให้มหาวิทยาลัยไม่สามารถรับเด็กที่เข้าเรียนคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความรู้ ความถนัดตรงกับสาขาที่จะเรียน เพราะแอดมิชชั่นส์ สอบรวมวิทย์ และเด็กที่ได้คะแนนวิทยาศาสตร์เพียงพอผ่าน แต่ได้คะแนนสังคม ภาษาไทย เยอะ ก็สามารถเข้าเรียนคณะวิทย์ได้

 

ขณะนี้แอดมิชชั่นส์ ไม่เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ศาสตร์แห่งการพัฒนาประเทศเท่าที่ควร แอดมิชชั่นส์ก็คงเป็นอีกระบบที่ทำลายประเทศไทยทางอ้อมอยู่หรือไม่ เพราะวัตถุประสงค์แอดมิชชั่นส์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2550 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้จุดด้อยของระบบเอนทรานซ์ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นฝั่งตรงกันข้ามหรืออย่างไร

 
 

ศ.ดร.ละอองศรี  ยืนยันว่าการแยกสอบวิทย์ ไม่ใช่ต้องการก่อให้เกิดความยุ่งยากในการสอบแก่เด็ก แต่ต้องการพัฒนาคุณภาพเด็กให้ดีขึ้น ถ้า ทปอ.ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอทางคณะวิทย์คงต้องขอแยกจัดสอบเอง เพราะคณะวิทย์เป็น คณะที่ผลิตบุคลากรที่ตรงกับความต้องการของประเทศ คงเมินเฉยต่อไปไม่ได้ อีกทั้งคงต้องขอความร่วมมือจากคณะอื่นๆ ที่ต้องนำคะแนนวิทย์ไปใช้เข้าร่วมด้วย

 

เราต้องดำเนินตามวิธีการของเราเพื่อให้ได้เด็กที่มีคุณภาพมาเรียนวิทยาศาสตร์ และคงชักชวนคณะต่างๆ ที่ต้องนำคะแนนวิทย์มาร่วมด้วย อย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ ฯลฯ เพราะคณะเหล่านี้ต่างประสบปัญหา คือเด็กไม่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาเรียน ทำให้เพิ่มงบประมาณในการปูพื้นฐาน อีกทั้งเด็กเรียนแล้วก็ออกกลางคันเหมือนคณะวิทย์ของเรา ศ.ดร.ละอองศรี กล่าว

 

สอดรับกับ ดร.ธนพันธุ์  ปัทมานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการม.ทักษิณเล่าเสริมว่าเด็กเรียนเก่ง หัวดี ตอนนี้ไม่นิยมเรียนวิทยาศาสตร์ ซึ่งดูได้จากการสอบคัดเลือกของเด็ก คณะวิทยาศาสตร์ ไม่เคยติดอยู่ในคณะยอดนิยมของเด็กซึ่งสังคมไทยคงต้องมองแล้วว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ประเทศไทยกำลังทำอะไรกันอยู่ เพราะในต่างประเทศมีแต่การแข่งขันพัฒนาวิทยาศาสตร์ให้เจริญรุกหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ประเทศไทยกำลังเดินกลับหลังไปเรื่อยๆ

 
 

ไม่ได้เริ่มพูดเรื่องนี้กันในวันนี้แต่พูดเรื่องนี้กันมาเป็นปีๆ แล้ว ตั้งแต่สมัย รศ.ดร.เปี่ยมศักดิ์  เมนะเศวต เป็นประธานที่ประชุมคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยเคยเสนอเรื่องนี้ไป ทปอ.หลายครั้งแล้วแต่ดูเหมือนว่าทาง ทปอ.เองก็ไม่รู้ว่าฟังหรือไม่ เพราะจริงๆ แล้ว ทปอ.ก็ไม่ใช่ใครอื่นต่างเป็นอธิการบดีของเราเอง การที่ยื่นคำขาดแบบนี้เท่ากับยื่นกับคนที่คุ้ยเคย จึงอยากฝาก ทปอ.ถ้าระบบแอดมิชชั่นส์ไม่ได้ผลควรปรับหรือยกเลิกดีกว่า เพราะขณะนี้ไม่ได้มีคณะวิทยาศาสตร์ที่เดียวที่เป็นแบบนี้

 

ดร.ธนพันธุ์ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอที่ยื่นไปครั้งนี้ ไม่รู้ว่า ทปอ.จะรับฟังมากน้อยขนาดไหนเพราะ ทปอ.ต้องจัดระบบที่ออกมาเป็นกลางๆเพื่อให้เด็กไม่ต้องวิ่งสอบ แต่สิ่งที่คณะวิทย์เสนอ ก็เพื่อยกระดับคุณภาพของเด็กเรียนวิทย์ และวิกฤติวิทยาศาสตร์ที่กำลังด้อยลงเรื่อยๆ อย่างแท้จริง เพราะอย่าง ม.ทักษิณเองเด็กที่รับตรงจะมีคุณภาพและดีกว่าเด็กที่รับเข้ามาโดยแอดมิชชั่นส์

 

เรื่องนี้คงไม่ได้จบเพียงวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นของอาจารย์สอนวิทยาศาสตร์ อยากให้เยาวชนไทยรักและหลงใหลวิทยาศาสตร์ดั่งเช่นที่ผ่านมา คงต้องติดตามว่า "แอดมิชชั่นส์ ปี 53" ทปอ.ยังคง"สอบรวมวิทย์" หรือ "สอบแยกวิทย์"

 

          ได้อ่านสกู๊ปเรื่องนี้แล้ว ก็ทำให้นึกถึงปัญหาอีกแง่มุมหนึ่งของการสอบแอดมิชชั่นเลยนะครับ...ที่มีการยกเลิกการสอบวิชาภาษาต่างประเทศที่ 2 สร้างความงุงงง และตกใจ แก่อาจารย์ นักเรียนสายศิลป์อย่างมาก...ซึ่งก็ต้องดูต่อไปนะครับว่าผลสรุปจะออกมาในรูปแบบไหน เรียนได้ว่ากระทบกันทั้ง สายวิทย์ สายศิลป์กันเลยทีเดียว...
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ken 26 มี.ค. 51 18:37 น. 4

สอบแยกวิทยาศาสตร์เถอะ  สงสารเด็กสายวิทย์บ้าง  อุตส่าห์เรียน

มาตั้ง  3  ปี แยกหมด ชีว เคมี ฟิสิกส์  อยู่ดีๆเอามารวมสอบคะแนนเต็ม  100

ทำไมสังคม ไทย วิชาละ 100 เหมือนกันล่ะ  อีกอย่างแยกสอบก็เพื่อให้เด็ก

รู้และเข้าใจตัวเองว่าตนเองนั้นมีความสามารถด้านใดทางวิทยาศาสตร์

จะได้ไม่หลงทาง  เมื่อจะเลือกเรียนในมหาวิทยาลัย

0
กำลังโหลด

42 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
ken 26 มี.ค. 51 18:37 น. 4

สอบแยกวิทยาศาสตร์เถอะ  สงสารเด็กสายวิทย์บ้าง  อุตส่าห์เรียน

มาตั้ง  3  ปี แยกหมด ชีว เคมี ฟิสิกส์  อยู่ดีๆเอามารวมสอบคะแนนเต็ม  100

ทำไมสังคม ไทย วิชาละ 100 เหมือนกันล่ะ  อีกอย่างแยกสอบก็เพื่อให้เด็ก

รู้และเข้าใจตัวเองว่าตนเองนั้นมีความสามารถด้านใดทางวิทยาศาสตร์

จะได้ไม่หลงทาง  เมื่อจะเลือกเรียนในมหาวิทยาลัย

0
กำลังโหลด
เด็กเอนท์ปี53 26 มี.ค. 51 19:00 น. 5
ขอให้ปี53มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเถอะสอบแยกวิทย์อ่ะเราว่าดีกว่านะเพราะใครถนัดวิชาไหนก็รู้กันไปเลย แล้วGPA GPAXอ่ะไม่อยากให้เอามาคิดเลยเพราะคุณภาพของโรงเรียนมันต่างกันอ่ะอย่างโรงเรียนเรากดเกรดน่ะก็เสียเปรียบอ่ะอยากให้ใช้เอนท์ระบบเก่ามากกว่าอ่ะ
0
กำลังโหลด
wonderful 26 มี.ค. 51 19:41 น. 6
ใช่ๆ เห็นด้วย แยกเลยๆๆๆๆๆๆ ทปอ.โปรดพิจารณาด้วย ไหนๆก็ฟังเด็กศิลป์แล้ว ฟังเด็กวิทย์บ้างนะ
0
กำลังโหลด
เด็กวิทย์ 26 มี.ค. 51 20:03 น. 8
เห็นด้วยนะที่จะแยกอ่ะ .. เห็นด้วยมากๆ หึหึ ปี53มันปีเราหนิ แต่เราก็โออ่ะแยกซะก็ดี ไม่ใช่จะเรียนกันง่ายๆ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะเนี่ย เอามารวมกัน100คะแนนี่เราว่ามันดูจะเอาเปรียบเด็กวิทย์นะ ภาษาไทย อังกิดไรงี้อ่ะ มันก็ไม่ได้ยากเว่อนะ แต่วิทย์นี่ดิ่ยากมากๆอ่ะ เอามาแยกก็ดี เค้าก็พูดถูกอ่ะ บางคนได้ไทย สังคม งี้เยอะก้อเข้าคณะดีๆได้ ดีแล้วๆ ดีใจ อย่างน้อยไม่ได้ฟิสิกส์ก้อได้เคมีกะชีวะก็ยังดีอ่านะ ^^
0
กำลังโหลด
•.,¨♣aρe°Ω Member 26 มี.ค. 51 21:28 น. 10
เราว่าถ้าแยกก็ดีกว่านะ

เด็กสายวิทย์เรียนเฉพาะเป็นวิชาๆก็เยอะ

ไม่น่าจะสอบรวมวิชาเลย เสียเวลาเรียนแย่ค่ะ
0
กำลังโหลด
ปี 53 26 มี.ค. 51 21:43 น. 11
ก้อเหนด้วย นิดนึง เพราะ ถ้าแยก ฟิสิกก้อร้อยข้อเรยเร๊อะ หรือยังไง ถ้าเปนฟิสิกร้อยข้อเรย -*- ไม่คิดกันหัวบานเรยเหรอ แร้วเคมีจะคิดทันเหรอ -*- ยังไงอะ ไม่เข้าจัยอยุดี แต่แยกก้อดีอะ เราว่าเด็กที่มาจากแอดมิชชั่นถ้าหากเค้าได้คะแนนสูงจิงๆ แต่ดันไปเลือกในคณะที่ใช้วิทมากแต่เค้าดันไม่ถนัด แต่ได้คะแนนมาเพราะจีแพค เยอะไรงี้ มันก้อไม่ดีชั่ยปะ หรือยังไง ก้อ .. ต้องแร้วแต่ผู้ใหญเค้า
0
กำลังโหลด
~mini_thirds Member 26 มี.ค. 51 21:51 น. 12
คห.11 แยกแต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้อง 100 ข้อเลยนิ อย่างเลขเงี้ย ก็ไม่ได้มี 100 ข้อซะหน่อย เราว่าก็ควรแยกนะ อย่างจะเข้าวิดวะเงี้ย ต้องมานั่งอ่านชีวะ อะไรงี้ สงสารเด็กรุ่นน้องอะ
0
กำลังโหลด
G0t Me³ 26 มี.ค. 51 21:53 น. 13
เราเดกวิทย์กะลังขึ้นม.6 อยากให้รวมมากกว่า บางคนม่าเก่งเรยเคมีอะ เช่นเรา 555 แต่ในหลายๆคนไม่เก่งฟิสิกส์ ถ้าคะแนนมันรวมกานก่ะช่วยให้ดึงๆคะแนนวิทย์อะ ถ้าไม่ยังงั้น คณะวิทย์ก่ะดูแต่คะแนนวิทย์ เลข อังกริดสิ ทำไมไปดูไทยสังคมจาดูทำเพื่อ เราว่ามันก็โอเคอะ คิดได้ในหลายๆแง่ ถ้าวิศวะก่ะเอาแต่ฟิสิกส์สิ รายเงี้ย แต่ว่าบางคนม่าเก่งฟิสิกส์แต่อยากเรียนวิดวะสิ่งแวดล้อม 555 น่าจะช่วยๆเดกบ้างอะ เราเรียนสายวิทย์รุ้เรยกับการทำข้อสอบอย่างเดียว ฟิสิกส์100คะแนน สอบใหญ่ๆ50คะแนน อีก50คะแนนสอบย่อยแต่ซ่อมได้ครึ่งนึง เพราะงั้นทั้งห้องได้ฟิสิกส์4ปามาน5คนจากนร.50คน ชีวะเกรด4 ได้เยอะมากทั้งๆที่เปนวิชาที่เกบคะแนนเหมือนฟิสิกส์เพราะเปนท่องจำ เคมีได้เกรด4ปามาน10คนโดยปามาน ขนาดมีคะแนนช่วยพาวเวอร์พอยท์15คะแนน นอกนั้นก็สอบรวดๆ คือแบบว่าใครได้เกรด4 เจ๋งจริงอะ ความคิดเราอะอยากให้เค้าสอบย่อยซัก60 แต่รร.บอกเด๋วไม่ได้คุณภาพ แล้วถ้าสอบโอเนตไปนั่งสอบแยกอะมันยากมากๆ ใครที่บอกว่าไหนๆก่ะเรียนมาขอให้คุ้ม แต่คืออาจจะคิดว่าได้คะแนนเพิ่มแต่บางคนมันจะฉุดซะน่าใจหาย เพราะคนเราไม่ได้เก่งทุกวิชา
0
กำลังโหลด
อ้อย 26 มี.ค. 51 22:07 น. 14
อยากได้แบบว่า แยกมากๆครับ พวกเข้า วิศวะ จะได้ไม่ต้องมานั่งเกร็ง เก็ง เล็ง ชีวะให้มากนัก หรือพวกเข้า เภสัช จะได้ไม่ต้องกังวลฟิสิกส์ให้มากไป เรียนตั้งสามปี เนื้อหา 6 เล่มหนาๆ กับข้อสอบเพียง 20-40 ข้อ !! โฮ้วว แต่ก็นับว่ามีข้อดี ตรงที่เอาเวลามาโปะวิชาที่ทำไม่ค่อยจะทันอย่าง ฟิสิกส์และเคมีได้ จากชีวะ นั่นเอง ข้อดีข้อเสียก็มี
0
กำลังโหลด
เด็ก IT@KMITL 26 มี.ค. 51 22:12 น. 15
"ถ้าคุณทำเคมีไม่ได้แต่ชอบอ่านชีวะ ถ้าคุณไม่ชอบฟิสิกส์แต่เก่งเคมี ถ้าคุณอ่อนชีวะแต่ฟิสิกส์คุณคล่อง" ถ้าคุณสอบรวมๆไป คุณรู้หรือว่า คะแนนที่คุณได้ มาจากวิชาอะไรมากที่สุด การแยกสอบจะทำช่วยให้คุณตอบตัวเองได้ว่า คุณถนัดในสาขาไหนมากที่สุด ในฐานะคนที่ผ่านการสอบแอดมิชชั่นมาแล้ว อยากจะแนะนำว่า อย่าคิดแต่ว่า ขอแค่ให้เอ็นทร้านติดเข้าไปก็พอแล้ว เพราะมีหลายคนที่คิดแบบนั้น แล้วไปไม่รอดในระดับอุดมศึกษา แล้วคนเหล่านั้น ก็ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกครั้งในปีถัดไป ถ้าจะเลือก ขอให้เลือกในสิ่งที่คุณถนัดจริงๆดีกว่านะคะ แต่ก็ไม่รู้นะคะ ระบบการศึกษาไทย อยู่ในกำมือของผู้ใหญ่ เด็กอย่างเราๆ ก็เฝ้ามองกันต่อไปละกันค่ะ ว่าจะเป็นไปในแนวทางไหน
0
กำลังโหลด
ไม่รู้อ่ะมั้ง 26 มี.ค. 51 22:24 น. 16
คะแนน GPA GPAX ของแต่ละโรงเรียน ถ้าคุณภาพคุณดีจริง ถึงอาจารย์เค้ากดเกรดก้ไม่ต้องสนใจอ่ะ เพราะรู้สึกว่าเค้าเอามาแชร์กันนะ คะแนนสอบกับคะแนน GPA อ่ะ สมมุติถ้า GPA สูงคะแนนสอบต่ำ = ฉุดหมด คะแนนรวมห่วยเลย แต่ถ้า GPA ต่ำแล้วคะแนนสอบเอ็นท์สูง = ดึงคะแนนขึ้นได้เลยนะ :) .. น่าจะ *
0
กำลังโหลด
VioletBoy Member 26 มี.ค. 51 22:37 น. 17
เราเข้าใจทั้งสองด้านเลย แบบแยกอ่ะจะดีมากเพราะว่ามันทำให้เด็กบางคนที่ตั้งใจจะเข้าคณะใดขณะหนึ่งไม่ต้องอ่านหลายวิชา เช่น จะเข้าวิศวะ ก้อต้องสอบแต่ฟิสิกส์ทำให้เด็กพวกนี้มีเวลาเตรียมตัวกับคำว่าฟิสิกส์มากสุดๆ แล้วคนส่วนใหญ่ที่จะเข้าวิศวะ หรือคณะอื่นๆ ก็มันจะมีความชอบในวิชาหลักของสาขานั้นอยู่แล้ว เราว่ามันดีมากๆ ที่ทำให้เราไม่ต้องไขว้เขวไปทางไหน แต่สำหรับเราแล้วแบบไหนก็ได้ แต่ถ้าให้คิดว่าเหมาะล่ะก็เราชอบแบบแอชมิชชั่นมากเหมือนกัน พูดจริงๆ มันอาจจะเป็นดวงของเราจริงๆ ก็ได้ ถ้าเป็นระบบเอนทรานซ์เผลอ เราคงไม่ต้องลุ้นเลยว่าจะติดแพทย์รึป่าว เพราะเราเป็นคนที่เรียนหัวกลางๆ แต่เราอ่านหนังสือเยอะมาก แต่ก็จำได้แค่ระดับคนหัวกลางๆ อ่ะ ซึ่งทำให้เราไม่มีวิชาไหนเด่นเลยในฟิสิกส์เคมีชีว ที่ รร เราก็ได้ 3.5 เป็นประจำเลย 3 วิชานี้ คือจะเก่งไรก็ไม่เอาสักอย่าง เราอิจฉาเพื่อนมาก ที่บางคนชอบฟิสิกส์ก็เน้นแต่ฟิสิกส์ๆๆๆ เห็นกี่ทีก็ฟิสิกส์ตลอด แต่เราไม่โดดเด่นเลยทุกอย่างกลางๆ ตลอด เพราะแอชมิช เอามารวมกันทำให้เราโกยคะแนนได้เต็มที่ จริงๆ นะ แต่พูดจริงๆ เราก็เห็นว่าแบบแยกดีกว่านะ แต่แค่จะบอกให้ฟัง เพราะแบบรวมคนที่ไม่มีความโดดเด่นวิชาใดเลย แต่มีความรู้ระดับกลาง ๆ ถึง ดี จะทำคะแนนได้ดีพอสมควร
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ตาดำ 27 มี.ค. 51 01:16 น. 20
ถ้าคิดว่าจะทำคะแนนไทย สังคมดีๆเพื่อเข้าแพทย์ วิศวะหรืออะไรทำนองนี้ เราว่าไปเข้าในทางทีทำคะแนนได้ดี มันจะไม่ดีกว่าหรอ ไม่ใช่เอาวิชาไทย สังคมไปฉุดวิทย์ให้มันดีขึ้น ถึงแอดติดก็โดนออกมันคุ้มกันไหม เสียเวลาไป พอเรียนไม่ไหวก็บอกว่าไม่ใช่ ทั้งที่มันก็ไม่ใช่อยู่แล้ว ได้วิทย์ซะ 40 ไทย สังคม อย่าง ละ 70-80 แล้วมันจะเรียนวิศวะไหวไม่นั้น ผู้ใหญ่ ก็ยังจะดื้อดึงเอาอะไรก็ไม่รู้มาวัดเด็กอีก เห็นๆอยู่ว่ามันไม่ได้ช่วยพัฒนาอะไรเลย เราว่าแบบเก่ายังดูดีกว่าปัจจุบันอีก ไม่มีให้เด็กมาเฟคเอาคะแนนจากครู เหมือนสมัยนี้อ่ะ เราว่าการสึกษาไทย มันควรปรับปรุงแล้วหล่ะ ปล พออ่านไปเหมือนมันไม่เข้ากับหัวข้อเลย อิอิ ปล 2 ใช้ การสึกษาไทยอ่ะถูกแล้ว เพราะตอนนี้มันสึกมามากแล้ว ขอระบายหน่อย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด