|
เปิด หนังสือพิมพ์ข่าวสด อ่านเมื่อช่วงเช้า พี่ลาเต้ ก็ได้ไปสะดุดกับเนื้อของบทความหนึ่งที่พูดถึงระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัยในไทย...ซึ่งอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายเลยทีเดียว...อีกทั้งยังอาจจะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆที่กำลังจะเลือกคณะแอดมิชชั่นในปีนี้...พี่ลาเต้ เลยไม่พลาดที่จะนำมาฝากกันครับ... เวลาแห่งการปิดภาคเรียน เป็นเวลาเดียวกับการรับสมัครนักเรียน นักศึกษา และสอบคัดเลือก ซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว บางแห่งประกาศผลเรียบร้อย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่ง ภาคเรียนปีการศึกษาใหม่ 2551 มหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งจำนวนผู้สมัครเข้าเรียนลดน้อยลง แม้จะมีบางคณะวิชาเพิ่มจำนวนขึ้น แต่ต้องไปดูจำนวนจริงเดือนมิถุนายน เปิดภาคเรียน
นับวันการเรียนระดับปริญญาตรีมีจำนวนผู้เรียนเพิ่มขึ้น แต่จะกระจายไปตามสถาบันการศึกษาซึ่งมีจำนวนมาก โดยจัดแบ่งความนิยมได้เป็น 3 กลุ่ม คือประเภทมหาวิทยาลัยดั้งเดิม ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีอายุการก่อตั้งเก่าแก่ที่สุดคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยา ลัย ต่อมาคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีก 3 แห่งคือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหา วิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยแพทย ศาสตร์ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร แต่เดิมคือวิทยาลัยวิชาการศึกษา ซึ่งมีวิทยาเขตหลายแห่ง สุดท้ายวิทยาลัยเหล่านี้ปรับเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ ตั้งในหลายจังหวัด จากนั้นเป็นมหาวิทยาลัยในภูมิภาค เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยที่เอ่ยนามมานั้นเป็นมหาวิทยาลัย ที่ต้องสอบคัดเลือกเข้าทั้งสิ้น กระทั่งมีมหา วิทยาลัยรามคำแหงเกิดขึ้น บรรดาผู้ที่สอบเข้าในระบบคัดเลือกไม่ได้ หรือจำนวนไม่น้อยที่ไม่ต้องการเรียนในระบบจริงจังจึงมาเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
การเติบโตของระบบการศึกษาขั้นปริญญาตรีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งเมื่อเกิดมหาวิทยาลัยเปิดอย่างแท้จริง ไม่ใช่ตลาดวิชาอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และรามคำแหง คือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ทำให้ผู้ประกอบอาชีพครูที่ไม่มีวุฒิปริญญาตรีเข้าเรียนนับแสนคนเพื่อเพิ่มวิทยฐานะของครูแต่ละคนขึ้น นอกจากนั้น ยังมีมหาวิทยาลัยเอกชนที่ปรับเปลี่ยนจากโรงเรียนเป็นวิทยาลัย และเป็นมหาวิทยาลัยในที่สุด เช่น วิทยาลัยธุรกิจบัณ ฑิตย์ วิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นต้น ครั้นวิทยาลัยครูปรับหลักสูตรให้มีการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีเพิ่มสาขาวิชาขึ้น และมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ การเรียนระดับปริญญาตรีก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับการปรับระดับวิทยาลัยครูอาชีวศึกษา และวิทยาลัยการอาชีวศึกษา เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ขณะที่ขณะนี้บรรดาโรง เรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษาปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้เรียนได้ถึงปริญญาตรี ต่อไปบรรดานักเรียนชั้นมัธยมปลาย ไม่ว่าจะในระบบหรือนอกโรงเรียน โอกาสที่จะขึ้นไปเรียนถึงระดับปริญญาตรีก็ยิ่งมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
วิถีการเรียนขณะนี้และในอนาคตคงต้องมีการเรียนในหลากหลายรูปแบบ เพราะปริญญาตรีเพียงแผ่นเดียวหรือสองแผ่นคงไม่สามารถช่วยให้การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพได้อย่างปลอดโปร่งโล่งอก ต้องมี "อย่างอื่น" นอกจากผลการศึกษาระดับปริญญาตรีมาผนวกไว้ด้วย อย่างอื่นที่ว่า เป็นกิจกรรมที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยทุกแห่ง และนับวันกิจกรรมจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งในระดับโรงเรียนมัธยม และมหาวิทยาลัย... |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดพ |




52 ความคิดเห็น
เห็นตึก GMM อยู่ไกลๆ
อ้อนั่นไง " มศว ประสานมิตร "
ซอยสุขุมวิท 23 (ซอยประสานมิตร) เขตวัฒนา กทม.
ถ้าหาไม่เจอ
ลงรถไฟฟ้า
บีทีเอส สถานีอโศก
หรือ รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสุขุมวิท หรือ สถานีเพชรบุรี
ให้สังเกต ตึก จีเอ็มเอ็ม ไว้ให้ดีดี
นั่นแหละประตูทางเข้า มศว ประสานมิตร
สำหรับ มศว องครักษ์
เลยดรีมเวิร์ลไป 13 คลอง
รับรงเห็นตึกสูงๆหลังคาสีแดง
นั่นแหละ มศว องครักษ์
ยังกลัวๆแอ๊ดอยู่เลย...ปีนี้คนเยอะมากแต่ในระบบกลางก็คงมีคนสละไปแล้วบ้างเห้นว่าตัดสิทธิ์แอ๊ดกลางวันที่ 11 เม.ย.ถ้าใครมอบตัวไปแล้วนั่นก็คือตัดสิทธิ์แต่เรายังไม่รุ้เลยว่าคะแนนปีนี้ที่จะยื่นอ่าได้เท่าไหร่กลัวๆเหมือนกัน
เจ๋งมากค่ะ ชอบๆ ตอนนี้จะขึ้น ม.5 แล้ว
จะพยายามเต็มที่นะคะ ^^