|
จากข้อเรียกร้องให้เพิ่มองค์ประกอบแอดมิชชั่นปี 2553 โดยจัดสอบแบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพด้านภาษาต่างประเทศที่ 2 ประกอบกับมีผู้คัดค้านองค์ประกอบแอดมิชชั่นปี 2553 นั้น ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า ตนได้หารือร่วมกับ รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เกี่ยวกับผลการรับฟังความคิดเห็นองค์ประกอบแอดมิชชั่น ซึ่ง ทปอ.ให้แสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ของ สทศ. โดยมีผู้ไม่เห็นด้วยกับองค์ประกอบดังกล่าวถึงร้อยละ 66.85 โดยเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยมากที่สุดคือ การที่ ทปอ.ไม่ กำหนดให้มีการสอบภาษาต่างประเทศที่ 2
และจากการหารือเบื้องต้นนี้ รศ.ดร.มณฑล รับว่าจะนำผลรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้เข้าหารือในที่ประชุม ทปอ. ซึ่งมีแนวโน้มค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ทปอ.จะเพิ่มการสอบแบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ หรือ Professional Aptitude Test (PAT) ที่ 7 ซึ่งเป็นการวัดความถนัดด้านภาษาต่างประเทศที่ 2 เพราะกระแสเรียกร้องจากนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้เกี่ยวข้องแรงมาก หากกำหนดให้วิชาชีพอื่นๆ อาทิ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ จะต้องวัดศักยภาพความถนัดในวิชาชีพภาษาต่างประเทศที่ 2 ก็ถือเป็นหนึ่งในวิชาชีพที่ควรกำหนดไว้เช่นกัน โดยการประชุมคณะทำงานแอดมิชชั่นของ ทปอ.ในวันที่ 4 เม.ย. น่าจะได้ข้อสรุป และคาดว่า สทศ.จะจัดสอบภาษาต่างประเทศ ที่ 2 เพียง 4 วิชาเท่านั้น ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมัน จีน และญี่ปุ่น เพราะเป็นภาษาที่โรงเรียน ม.ปลายเปิดสอน ด้าน รศ.ดร.มณฑล กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่ขัดข้องที่จะจัดสอบ PAT ที่ 7 แต่มติ ทปอ.จะเป็นอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยจะมีการประชุม ทปอ.ในวันที่ 3พ.ค. เพื่อชี้ขาด ม.ร.ว.กัลยา ติงศภัทิย์ อาจารย์ภาควิชาภาษาศาสตร์ และรองอธิการบดีจุฬาฯ ด้านวิชาการ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นความจำเป็นต้องมี PAT 7 เพราะประเทศไทยต้องมีคนกลุ่มหนึ่งที่เก่งด้านภาษาต่างประเทศที่ 2 เพื่อเป็นล่าม ซึ่งถ้าเด็กเรียนภาษาต่างประเทศที่ 2 ตั้งแต่มัธยมก็จะทำให้การเรียนภาษาต่างประเทศในมหาวิทยาลัยได้ดียิ่งขึ้น |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐพ |


15 ความคิดเห็น
ทางที่ดีอย่ามาเปี่ยนระบบสอบเรยเหอะ
อย่ามาเอารุ่นช้านเปนหนูทดลอง - -
เห็นใจเด็กด้วยนะ
แต่ก็ดีละ เด็กศิลป์อย่างผมไม่โดนกดแล้ว