กสพท.ประกาศผลสอบแพทย์-ทันตแพทย์แล้ว เผยผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ 1,350 คน เพิ่มจากที่รับ 1,218 คน กันสละสิทธิ น.ร.เตรียมอุดมฯ เมินเรียนแพทย์ ชี้เหตุกลัวถูกคนไข้ฟ้อง บอกนิยมเรียนนิติศาสตร์ค่าตอบแทนสูง เป็นทนายความชั่วโมงละหมื่นกว่าบาท ขานรับสังคมไทยที่นิยมฟ้องร้องกันมากขึ้น

            

นพ.อาวุธ ศรีศุกรี เลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กสพท. เมื่อวันที่ 7 เมษายน ว่า ที่ประชุมมีมติให้มีการประกาศผลการสอบคัดเลือกระบบรับตรงของ กสพท.เพื่อรับบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2551 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. วันที่ 7 เมษายน จากกำหนดการเดิมวันที่ 8 เมษายน 

          สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ได้ทางเว็บไซต์ของคณะ/วิทยาลัยแพทยศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ที่ร่วมสอบคัดเลือก ได้แก่

http://www.si.mahidol.ac.th/
http://www.ra.mahidol.ac.th/
http://www.md.kku.ac.th/
http://www.md.chula.ac.th/
http://www.med.cmu.ac.th/
http://www.med.tu.ac.th/
http://www.med.nu.ac.th/
http://www.rsu.ac.th/
http://www.medicine.swu.ac.th/ 

          ซึ่งคาดว่าเว็บไซต์จะไม่ล่มแน่นอน แต่ขอฝากให้กระจายเข้าไปดูคะแนนตามเว็บไซต์ต่างๆ อย่าแห่เข้าไปดูเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง ไม่เช่นนั้นเว็บไซต์อาจล่มได้

             

ด้าน พญ.บุญมี สถาปัตยวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมจัดสอบคัดเลือกระบบรับตรงของกลุ่ม กสพท. กล่าวว่า กสพท.ได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์จำนวน 1,350 คน จากที่ประกาศรับ 1,218 คน เพราะทุกปีจะมีคนสละสิทธิจำนวนหนึ่ง และจากนี้นักเรียนจะต้องไปสอบสัมภาษณ์ตามวันที่แต่ละสถาบันกำหนด เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ส่วนที่นักเรียนบางคนระบุว่าคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ 2 ได้น้อย เพราะ สกอ.ตรวจผิดนั้น สอบถามไปยัง สกอ.แล้ว ยืนยันว่าตรวจถูกต้องจึงได้ประมวลผลและต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนที่วางไว้ให้เสร็จก่อนวันที่ 18 เมษายน เพราะต้องส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก กสพท.ให้ สกอ.ตัดสิทธิ ก่อนจะดำเนินการคัดเลือกตามระบบแอดมิสชั่นส์ต่อไป

            

วันเดียวกัน นายสมพงษ์พันธ์ ศิริปัญจนะ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์ กล่าวถึงกรณีนักเรียน ม.6 มีค่านิยมเรียนหลักสูตรอินเตอร์ นิติศาสตร์และคอมพิวเตอร์กันมากกว่าคณะนิเทศศาสตร์ว่า ส่วนตัวชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและชอบเล่นคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตมานานแล้ว ดังนั้น คิดว่าถ้าเรียนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจึงน่าจะดีกว่าด้านอื่น ที่สำคัญเมื่อเรียนจบแล้วจะหางานทำง่ายกว่าสาขาอื่นๆ เพราะทุกบริษัทจะต้องมีคนดูแลเรื่องคอมพิวเตอร์ จึงไม่น่าจะตกงาน ส่วนการเรียนสาขานิเทศศาสตร์ คงไม่เลือกเรียนแน่นอน เนื่องจากไม่ค่อยชอบ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหางานยากและผลตอบแทนไม่มาก เสี่ยงตกงานสูง

            
 

นายนรวิทย์ เอนกสัมพันธ์ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า คิดว่าการที่เด็กเก่งๆ มีค่านิยมสมัครเรียนคณะนิติศาสตร์กันมาก น่าจะมีสาเหตุมาจากจบมาแล้วมีค่าตอบแทนค่อนข้างสูงมากกว่าเรียนแพทย์ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการถูกฟ้องร้องจากคนไข้ และเท่าที่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่เลือกเรียนนิติศาสตร์ส่วนใหญ่ที่บ้านจะมีอยู่บริษัทอยู่แล้วจบออกมาก็จะมาช่วยกิจการของที่บ้านได้ ซึ่งนอกจากคณะนิติศาสตร์แล้ว คณะบัญชีและคณะบริหารธุรกิจ ก็มีแนวโน้มที่เด็กเก่งเลือกเรียนเยอะ จึงทำให้คะแนนของคณะเหล่านี้สูงขึ้นทุกปี

            

นายพิชญุตม์ รฐาเศรษฐศิริ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า เลือกเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะคะแนนถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ 7,300 คะแนน และที่สำคัญ เป็นคณะที่น่าสนใจ มีอนาคตจบมาแล้วหางานทำไม่ยาก สามารถไปสอบเป็นอัยการ ผู้พิพากษา มีความมั่นคงในชีวิตมาก ตั้งใจว่าถ้าได้เข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ตามที่หวัง เมื่อจบออกมาอยากจะเป็นทนายความ เนื่องจากเป็นอิสระมากกว่าการเป็นอัยการและผู้พิพากษา ยิ่งช่วงหลังๆ สังคมไทยมีการฟ้องร้องกันมากขึ้น หากเป็นทนายความที่เก่งๆ จะได้ค่าตอบแทนที่ค่อนข้างสูง ชั่วโมงละหมื่นกว่าบาท

            

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตลอดทั้งวันมีนักเรียนและผู้ปกครองเกือบ 200 คน ทยอยมาซื้อระเบียบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2551 และกลุ่มที่มายื่นคำร้องขอดูกระดาษแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง เนื่องจากไม่มั่นใจในคะแนนของตนเอง เพราะคิดว่าน่าจะได้คะแนนมากกว่านี้ ซึ่ง สกอ.จะเปิดให้นักเรียนดูกระดาษคำตอบได้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนเป็นต้นไป

            

สำหรับบรรยากาศช่วงเช้าที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มีนักเรียนและผู้ปกครองประมาณ 50 คน มาที่ สทศ. เพื่อยื่นคำร้องขอดูผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต เนื่องจากเข้าไปดูผลคะแนนทางเว็บไซต์ http://www.niets.or.th/ ไม่ได้ แต่ก็ต้องผิดหวัง เนื่องจากยังไม่มีเจ้าหน้าที่ สทศ.ให้บริการ และ สทศ.เองก็ไม่ได้เปิดทำการ เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงทำให้นักเรียนและผู้ปกครองต้องกลับไปก่อน โดยนักเรียนที่มานั้นไม่มั่นใจในผลคะแนนที่ประกาศ เนื่องจากได้คะแนนต่ำ

            

นายวรินทธิ์ ธนกิจสุนทร นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ กล่าวว่า ตนและครอบครัวดูคะแนนโอเน็ตตั้งแต่ช่วงที่ให้เข้าดูคะแนนได้ ต้องผิดหวัง เพราะเข้าเว็บไซต์ไม่ได้เลยทั้งคืน ทำให้ร้อนใจกันไปทั้งครอบครัว จึงตัดสินใจมาดูคะแนนที่ สทศ. แต่ต้องผิดหวังอีก เพราะ สทศ.ปิดทำการ

             

ด้าน นางอุทุมพร จามรมาน ผอ.สทศ. กล่าวว่า กรณีนักเรียนบางคนยังมีข้อมูลส่วนตัวเป็นศูนย์ เนื่องจากมีการขอเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือเลขที่นั่งสอบ ซึ่ง สทศ.พยายามแก้ไขมาตลอด และแก้ไขไปได้แล้ว 80% แต่ยังมีบางรายเมื่อเข้าไปแก้ไข จะเกิดผลกระทบโดยทำให้ข้อมูลบางส่วนหายไปได้ ดังนั้น สทศ.จึงตัดสินใจที่จะยังไม่แก้ไขข้อมูล เพื่อว่าคะแนนที่ประกาศไปกับคนที่เข้าสอบ จะได้เป็นคนเดียวกันไม่ผิดตัว

            

          จากนี้ สทศ.จะพยายามแก้ไขไปเรื่อยๆ ซึ่งจะไม่มีผลกระทบต่อการนำคะแนนไปยื่นสมัครแอดมิสชั่นส์แน่นอน ส่วนการยื่นคำร้องเพื่อขอดูกระดาษคำตอบนั้น นักเรียนสามารถยื่นเรื่องได้ที่ สทศ. ตั้งแต่เวลา 08.30 น. วันที่ 8 เมษายน ซึ่ง สทศ.ได้จัดเจ้าหน้าที่ 10 คน ดูแลเรื่องนี้ และคาดว่าจะให้ดูกระดาษคำตอบได้ตั้งแต่ในวันที่ 9 เมษายนเป็นต้นไป ผอ.สทศ.กล่าว
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

56 ความคิดเห็น

กดเกหเเหกด 8 เม.ย. 51 12:05 น. 1
อย่ามาวิศวคอมน่ะเฮ้ย เรียนนิติเยอะๆดีแล้ว จุฬาเต็มธรรมศาสตร์ก็มีน่ะ สู้ๆ อย่ามาวิศวคอมน่ะ
0
กำลังโหลด
แอม 8 เม.ย. 51 12:38 น. 2
โหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห อารัยกานนี่ ทามไมต้องเข้านิติ กันเยอะด้วยอ่ะ แล้วชั้นหล่ะจะติดมั่ยเนี่ย ฮือออออออๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
sorcerer198819 8 เม.ย. 51 13:18 น. 5
ก็ดีนะครับ มีกระแสอะไรแรงก็เห่อเรียนอันนั้น ตัดสินใจเองไม่ได้ ไม่มีจุดยืนของตัวเอง ที่จริงการศึกษาน่าจะเป็นแบบนี้มากกว่านะครับ คือ เราตัดสินใจว่าจะประกอบอาชีพอะไร แล้วเรียนเพื่อที่จะตามความต้องการ ความทะยานอยากของตนว่าอยากเป็นอะไร แล้วเรียนเพื่อไปสู่จุดหมาย แต่ในปัจจุบันเหมือนเป็นการเลือกว่าเอาสาขาไหนดีที่ควรเข้าและไม่ตกงาน แต่ไม่ได้ตามีความต้องการของตนเอง การศึกษาไทยปัจจุบันเป็นแบบกลับหัวกลับหางแล้วครับ คือหาวุฒิไว้ก่อนจบแล้วค่อยดูว่ามีงานอะไร เป็นการหาวุฒินิยม ประโยชน์เบื้องหน้าคือ ติดไว้ข้างฝา ว่าบ้านนี้มีคนจบปริญญาแล้วเหมือนกันนะครับ ***หากไม่เชื่อลองถามเพื่อนดูว่าอยากเป็นอะไร เชื่อเลยว่าตอบกันไม่ค่อยได้หรอก จะโทษเด็กก็ไม่ได้นะครับต้องโทษพ่อแม่ด้วยที่อยากให้เข้าคณะดี ๆ แต่ไม่สนใจความชอบของลูก*** ***สำหรับผู้ที่เรียนกฏหมายด้วยใจที่ไม่รักแล้ว พี่ว่าอย่าเลยนะครับ เพราะงานกฏหมายมันจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต จนเราตายจึงยากที่คนไม่ชอบจะทำแล้วประสบความสำเร็จ ผมขอปรามาสเด็กที่เก่ง ๆ แต่ใจไม่รักแล้วมาเรียนนะครับ ว่าไม่มีทางประสบความสำเร็จในทางสายนี้หรอกถ้าไม่รักจริง เพราะมันจะอยู่กับคุณตลอดชีวิตแล้วมันจะทำลายความสุขของคุณไปถ้าคุณไม่มีใจรักในสายนั้น*** พี่เห็นมามากแล้วนะครับคนที่ไม่มีใจรักแล้วมาเรียนกฏหมาย ส่วนมากอยากเปลี่ยนคณะทั้งนั้นเพราะเรียนแล้วไม่มีความสุข ซึ่งสายนี้ต้องคนชอบจริง ๆ ครับ เพราะคุณต้องอ่านหนังสือทั้งวัน อ่านประมวล คำพิพากษาศาลฎีกา แล้วไม่ใช่เฉพาะตอนเรียนนิตินะครับ ตอนเรียนเนติอีก ตอนทำงานก็ยังต้องเรียนอีก ดังนั้นที่คนว่าไว้ว่าชีวิตนักกฎหมายจะมืด3ครั้งสว่าง2ครั้ง คือ ตอนเรียนนิติมืด1ครั้งจบแล้วสว่าง เรียนเนติมืดอีก1ครั้งสว่างตอนเรียนจบ(ชึ่งเนติส่วนมากไม่ค่อยจบในปีเดียวหรอกครับ) มืดอีกครั้งตอนทำงานจะสว่างอีกทีก็ตอนตายโน่น คนที่ทำงานอยู่ยังต้องอ่านหนังสือทุกวันเลย แล้วกฎหมายใหม่ก็ย่อมมีแก้ไขหรือมีมาเรื่อย ๆ อีก ไม่ใช่ว่าจบป.ตรีก็เทพแล้วนะน้อง
0
กำลังโหลด
sorcerer198819 8 เม.ย. 51 13:22 น. 6
ขอแก้ใขเน้อ อันบนผมพิมพ์ผิด ต้องเป็น ***มืด3ครั้งสว่าง3ครั้ง*** มันกดผิดอัน สำหรับคนที่อยากเรียนเพราะใจรักจริงมาปรึกษาผมได้เลยครับ sorcerer_o@hotmail.com
0
กำลังโหลด
ซิ่วเย้ 8 เม.ย. 51 13:27 น. 7
จะซิ่วจะเรียนนิติ เพราะอยากเรียนมากกกก ไม่ใช่ตามกระแสแน่นอน ขอเตือน เรียนอยากที่อยากเรียนเถอะค่ะน้องๆ แล้วจะมีความสุข
0
กำลังโหลด
iiii 8 เม.ย. 51 13:39 น. 8
นิติศาสตร์ ยากมากนะน้อง น้องต้องท่องจำหนังสือหนาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆแต่น้องมาจากการคำนวณจะทามให้ระสบผลได้น้อยนะ เพราะคนต่างคนเรียนมา ถนัดมาไม่เหมือนกัน ไม่ลองลงอย่าที่ตนเองจะลงตอนแรกแล้วสู้บปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยใจรักมิใช่บังคับดีกว่ามั้ย ไม่อยากโดยฟ้องก็ป้องกันกก่อนดิ จะแย่งกันลงในสิ่งที่ไม่ชอบทามไม คิดดูดีๆๆนะ
0
กำลังโหลด
sorcerer198819 8 เม.ย. 51 13:41 น. 9
สำหรับคนที่เรียนไม่เก่งแต่อยากเรียนนิติเพราะใจรักอย่าพึ่งเสียใจนะครับถ้าเข้าม.ที่ต้องการไม่ได้ เรียนที่รามก็ได้ครับ เพราะรามเรียนคล้ายเนติมาก แต่ต้องใส่ใจมาก ๆ นะครับ คุมตัวเองให้อยู่เพราะต้องพึ่งตัวเองหมดเป็นการฝึกตนครับ ส่วนมากเด็กรามที่ไปเรียนเนติจะสบายกว่าที่อื่นเพราะการเรียนจะคล้าย ๆ กัน สำหรับคนที่ไม่เก่งก็ไม่ต้องกลัวเลยครับเพราะเคยมีกรณีศึกษาหลายอันจากที่ผมเคยเห็นด้วย คนเรียนม.ปลายเก่งไม่ใช่ว่าจะเรียนนิติเก่งเสมอไป แต่คนเรียนธรรมดาบางคนพอมาเรียนนิติแล้วเทพเลยก็มี
0
กำลังโหลด
sorcerer198819 8 เม.ย. 51 13:42 น. 10
รามคำแหง คือ โรงเรียนเตรียมเนติ (ใครว่าเปรียบไว้ก็ไม่รู้นะครับจำไม่ได้แต่ผมคิดว่าจริงเลยทีเดียว)
0
กำลังโหลด
~<[[SMLUL_6M6M]]>~ Member 8 เม.ย. 51 13:48 น. 11
แต่ก็นะ ถ้าเลือกเรียนนิติกันเยอะนักข้าก็หลุดสิ ..ไม่อยากเห็นแก่ตัว แต่อยากให้คิดดีดีนะ แล้วค่อยเลือก ข้าละน้อยใจจริงๆ คะแนนข้าไม่ได้ออกมาเลิศอ่ะ
บางคนคะแนนเยอะจัง ถ้าเข้าไปเรียนแล้วอย่าซิ่วนะ เพราะถ้าข้าหลุดแล้วเห็นคนซิ่วข้าคงเสียใจมาก 

..ใจรัก แต่ก็(อาจ)มิได้นำพา..
0
กำลังโหลด
เด็ก Ad 8 เม.ย. 51 13:56 น. 12
ถูกอย่างที่ คห. 5 พูดอ่านะ เพราะ รุ่นพี่เราเรียนอยู่เค้าบอกว่า ปี 1 มีคนเรียนเยอะ แต่พอปี 2 ก็ย้ายคณะกันหมด เพราะเรียนไม่ไหว ปี 1 ก็ต้องจำมาตราอย่างน้อย 20-30 มาตราแล้ว กฎหมายมาตรานึงอาจจะ 1 วรรค 2 วรรค หรือ บางทีก็เป็นหน้าหน้าเลย และ ยิ่งกฎหมายอาญา เราจำเป็นต้องจำทุกตัวอักษร เพราะกฎหมายอาญาสามารถตัดสินชีวิตคนๆหนึ่งได้ สำหรับเรา เราว่ากฎหมายอาญาเป็นกฎหมายที่สำคัญมาก เฉพาะฉะนั้นเราว่าถ้าใจไม่รักจริงๆ เธออาจจะต้องเสียเวลาไป 1 ปีเลยก็เป็นได้ เราว่าหาตัวเองให้เจอดีกว่า ว่าเราชอบอะไร เราเองอยากเรียนจิตวิทยา คะแนนแค่ 5000 กว่าๆ แต่เราก็จะเลือก 4 อันดันเป็นจิตวิทยาหมด เพราะเราคิดว่า เราเลือกในสิ่งที่ชอบและรัก เรามั่นใจว่าเราสามารถทำมันได้ดีอ่านะ คือเราไม่เครียดเรื่องสถาบันอ่านะ พอเดี๋ยวจบป.ตรี เราก็ต้องต่อป.โท ถึงเวลานั้นเราค่อยเลยมหาลัยที่เราอยากจะก็เข้าได้ ส่วนเรื่องงานเราว่าส่วนใหญ่มันอยู่ที่ประสบการณ์ ที่บ้านพี่เราเค้าก็เปิดธุรกิจเล็กๆ เวลาสมัครงานเค้าไม่ได้ดูที่มหาลัยหรือเกรดการเรียนอ่านะ แต่เค้าดูที่ประสบการณ์ ศักยภาพในการทำงาน ส่วนเงินเค้าก็ให้ตามเกณฑ์ หรืออาจจะมากกว่านั้น เฉพาะเราว่าทำในสิ่งที่เราชอบดีกว่า
0
กำลังโหลด
sorcerer198819 8 เม.ย. 51 13:57 น. 13
อีกอย่างเน้อถ้าอยากเรียนเพราะได้เงินเยอะ อย่าคิดเลยเน้อ เพราะกฎหมายคือเครื่องอำนวยความยุติธรรม ถ้าเห็นแก่เงินมากแต่ไม่สนใจความยุติธรรมก็อย่าเลย ยิ่งไปทำงานยิ่งแล้วใหญ่ บาปนะครับถ้าไม่ยุติธรรม
0
กำลังโหลด
ยัยคุนหมอหน้ากลม 8 เม.ย. 51 14:07 น. 14
นิติหรือหมอเลือกแล้วแต่ความชอบเถอะค่ะ แต่พี่อยากบอกว่าทำงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจดีนะ มั่นคงดี เด็กสมัยนี้ชอบไปงานบริษัทเยอะ ความเสี่ยงสูงนะ ไม่ค่อยมั่นคง ถึงจะเป็นบริษัทที่ก่อตั้งมานานก้อเหอะ เศรษฐกิจช่วงนี้ก็ไม่ดีด้วยนะ แถวบ้านพี่เนี้ยบริษัทล้มละลายไปเยอะแล้วนะ พี่เคยถามคนที่ทำงานในบริษัทแถวบ้านพี่อ่ะ เค้าบอกว่าแต่ก่อนอ่ะนะ ได้เงินเดือนเยอะ โบนัสดี แต่เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจแย่ เงินเดือนได้น้อยลงด้วยอ่ะ พี่อยากให้น้อยให้ความสนใจกับส่วนงานราชการกันหน่อย ถึงเงินเดือนน้อย แต่ความมั่นคงสูงกว่านะ ขอให้น้องๆที่สอบแอดมิชชั่นปีนี้ สมหวังทุกคนนะ
0
กำลังโหลด
ขอเถอะนะ 8 เม.ย. 51 14:12 น. 15
อย่ามาแย่งนิตเราเลยน้า อีก2ปีเราก้อจะแอด ถ้าคะแนนสูงๆขึ้นทุกปี เพราะมีแต่คนเก่งๆมาเลือก เราก้อแย่ซิ ไปวิศวะเถอะ อย่ามานิติเลย สาธุ
0
กำลังโหลด
ของเค้าแรง 8 เม.ย. 51 14:15 น. 16
กะเงี่ยมันเป็นกระแส ถาปัดอีก อย่าง เพื่อนเรียนเรียนด้วย คนนั้นเรียนแล้วเค้าดัง พวกไม่มีรากฐานจุดยืนอ่ะ คนมีอุดมการณ์อยากเรียนจริงๆไม่เกี่ยวนะ อันนั้นเอาเลยเต็มที่สนับสนุน แต่พวกเห่อกระแสอ่ะ เรียนไปหัวหงอกกะม่ะจบ เพราะมันไม่ใช่ตัวเอง พิจารณาดูให้ดี ว่าจะเรียนเพื่ออนาคตที่ดีของตัวเอง หรือจะเรียนตามกระแสเพื่อเกาะกลุ่มเรียนซ้ำให้ชาวบ้านเค้าหัวเราะเยาะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด