นักเรียนแพทย์คะแนนที่หนึ่งศิริราช ปัดไม่ได้สละสิทธิ์ แต่รักษาสิทธิ์นักศึกษาไว้ ก่อนบินไปเรียนทุนเรียนหลวงที่สหรัฐฯ เผยอยากเป็นสูตินรีแพทย์ แต่อยากลองและอยากมีสิทธิ์เลือก
       
          สืบเนื่องมาจากกระแสข่าวว่า นักเรียนที่สอบได้ที่ 1 ของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) เป็นนักเรียนที่สอบได้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันนี้ (10 เม.ย.) ที่โรงพยาบาลศิริราช นพ.ธีระวัฒน์ กุลทนันทร์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ร่วมด้วย นายวรัตถ์ สุขสมปอง หรือน้องจุ่ง อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พร้อม รศ.นพ.สิงห์เพชร สุขสมปอง คุณพ่อ รศ.พญ.สิริลักษณ์ สุขสมปอง คุณแม่ เปิดแถลงข่าวชี้แจงว่า นายวรัตถ์ ซึ่งสอบได้เป็นอันดับ 1 คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ซึ่งได้คะแนน 80.7615 จะสละสิทธิ์ เพื่อไปรับทุนเล่าเรียนหลวง นั้น
       


          นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวว่า นายวรัตถ์ ไม่ได้สละสิทธิ์คณะแพทย์ตามที่เป็นข่าว และยืนยันว่า จะเข้าศึกษาต่อที่ศิริราชพยาบาล และวันนี้นายวรัตถ์ ได้เดินทางมาสอบสัมภาษณ์ และคาดว่าจะผ่านกระบวนการรับรองผลอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (11 เม.ย.) อย่างไรก็ตาม นายวรัตถ์ ไม่ได้สละสิทธิ์ที่ศิริราชพยาบาล แต่อาจใช้วิธีการรักษาสิทธิ์ หรือดร๊อปไว้ ตามเวลาของระเบียบการสามารถดร๊อปไว้ตามจำนวนของหลักสูตรที่เรียน ซึ่งคณะแพทย์จะรักษาสิทธิ์ได้ถึง 6 ปี
       
          “นายวรัตถ์ ได้รับทุนเล่าเรียนหลวงจริง แต่สามารถรักษาสิทธิ์ของตนเองไว้ได้ ส่วนที่ว่าสละสิทธิ์ออกไปไม่ทราบว่าออกไปได้อย่างไร เพราะความจริงคือนักเรียนที่ได้อันดับ 1 ของกลุ่ม กสพท.ยังคงเป็นนักเรียนที่สอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล”
       
          นายวรัตถ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยบอกใครว่าจะสละสิทธิ์คณะแพทย์ ศิริราช แต่จะรักษาสิทธิ์เอาไว้ แล้วจะไปใช้ทุนเล่าเรียนหลวงก่อน เพื่อไปทดสอบเรียนดู ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) บังคับให้นักเรียนทุกคนที่ได้ทุนนี้ต้องไปเรียนในระดับมัธยมปลาย ในประเทศที่ได้รับทุนเพื่อเตรียมความพร้อมก่อน 1 ปี ซึ่งตนเลือกรับทุนไปเรียนที่สหรัฐฯ จะเดินทางปลายเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม ส่วนสาขาที่จะไปเรียนนั้น ยังไม่ได้ตัดสิน แต่คาดว่าคงเรียนเกี่ยวกับสายวิทยาศาสตร์ เพราะตนเองมีสิทธิ์ที่จะเลือก
       
          ตนได้รับแรงบันดาลใจที่อยากเป็นแพทย์มาจากพ่อแม่ ทำให้รู้ว่า อาจารย์แพทย์ เป็นอาชีพที่สามารถช่วยเหลือ และคิดว่า ในขณะที่เรียนมัธยมศึกษา ต้องเองเข้าใจวิชาชีววิทยามากพอสมควร จึงคิดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการเรียนแพทย์ที่ดีได้ โดยเฉพาะแพทย์ทางสูตินรีแพทย์ เหมือนคุณพ่อ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มแพทย์ที่เป็นผู้ให้ชีวิต
       
          ทั้งนี้ สำหรับเทคนิคในการเรียน คือ หมั่นทบทวน และตั้งใจเรียนในห้องเรียน ส่วนเรื่องกวดวิชาคิดว่าไม่จำเป็น เพราะถ้าตั้งใจเรียน และทำความเข้าใจกับวิชาที่อาจารย์สอน แต่ตนเองก็เคยผ่านการเรียนกวดวิชา เนื่องจากขณะนั้นต้องไปเข้าค่ายคณิตศาสตร์โอลิมปิก เพื่อเข้าไปคัดเลือกเป็นตัวแทนของประเทศไทย ซึ่งปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกที่ประเทศเวียดนาม และได้รับเรียนทองแดงกลับมา
       
          “ส่วนที่มีข่าวว่าเด็กเรียนแพทย์น้อยลงนั้น คิดว่า มีเพียงบางส่วนที่กลัวว่าเป็นแพทย์และถูกฟ้อง หากทุกคนคิดแบบต่อไปในอนาคตก็จะไม่มีแพทย์ที่มีคุณภาพ จึงอยากฝากเพื่อนๆ ว่า ทุกคนมีศักยภาพของตัวเอง ถ้ารู้จักพัฒนา เพราะหนทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มีทางเดียว”นายวรัตถ์ กล่าว
       
          รศ.พญ.สิริลักษณ์ คุณแม่ กล่าวว่า วิธีการเลี้ยวลูกปรับเปลี่ยนไปตามสภาพเด็กของแต่ละบ้าน ซึ่งไม่เคยบังคับ แต่จะคอยแนะนำ ถ้าทางไหนที่เราคิดว่าไม่เหมาะสมกับลุก ก็จะดึงลูกกลับมา หรือหากพบว่าช่วงไหนลูกเรียนหนักเกินไป ก็จะหากิจกรรมเพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย เช่น น้องจุ่ง จะชอบเล่นเปียโน อีกทั้งยังส่งเสริมให้ทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ เล่นกีฬา เป็นต้น ส่วนสาเหตุที่น้องจุ่งเลือกคณะแพทย์ ศิริราชอันดับ 1 เนื่องจากเป็นสถาบันทางการแพทย์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียง ซึ่งพ่อแม่ไม่ได้มีอิทธิพลในการตัดสินใจแต่อย่างไร เพราะตอนน้องจุ่งเลือก ไม่ได้ปรึกษาพ่อแม่แต่อย่างไร

 

ด้าน น.พ.อดิศร ภัทราดูลย์ คณบดีคณะแพทย ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ปีนี้นักเรียนที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ที่สอบเข้าคณะแพทย์ จุฬาฯ คือ น.ส.ธัญชนก ธีรรัตน์กุล จากร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ ได้คะแนน 79.9443 ซึ่งขณะนี้มารายงานตัว สอบสัมภาษณ์ และทำสัญญาการเรียนแพทย์ เมื่อจบแล้วจะชดใช้ทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามกรณีของนักเรียนทั่วไปเมื่อรายงานตัวแล้วและเรียนไปได้ระยะหนึ่ง หากได้รับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ ก็สามารถลาออกจากคณะเพื่อเดินทางไปต่างประเทศได้ โดยปกติแล้วเด็กที่ได้ทุนและลาออกไปศึกษาต่อจะได้ทุนเล่าเรียนหลวง ซึ่งเด็กส่วนใหญ่เมื่อได้ทุนนี้แล้วจะไม่ค่อยปฏิเสธ เพราะถือเป็นเกียรติของวงศ์ตระกูล ดังนั้นก็จะสละสิทธิ์จากการเรียนแพทย์ เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ

 

"ไม่แน่ใจว่านักเรียนที่สอบเข้าเป็นอันดับที่ 1 ของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ซึ่งได้คะแนน 80.7615 และได้รับทุนเล่าเรียนหลวง จะสละสิทธิ์หรือไม่ หากสละสิทธิ์รับทุนเล่าเรียนหลวงก็ถือว่าคะแนนในการสอบเข้าเรียนแพทย์ที่จัดโดย กสพท.สูงสุดคือน.ส.ธัญชนก ทั้งนี้ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร น.ส.ธัญชนกก็คือเด็กที่สอบได้ที่ 1 ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และขอยืนยันว่าคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะแข่งขันกันแต่อย่างใด" น.พ.อดิศรกล่าว

 

          สำหรับในปีนี้จำนวนนักเรียนที่เข้าศึกษาต่อในกลุ่มคณะแพทยศาสตร์มากเป็นอันดับ 1 ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล คะแนนสูงสุด 80.7615 ต่ำสุด 61.9972 อันดับ 2 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คะแนนสูงสุด 79.9443 คะแนนต่ำสุด 64.9279 และอันดับ 3 คณะแพทยศาสตร์ รามาธิบดี คะแนนสูงสุด 69.1278 คะแนนต่ำสุด 60.9532 อย่างไรก็ตามคะแนนสูงสุดของประเทศไทยในปีที่แล้ว 80.0217
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากผู้จัดการออนไลน์ และข่าวสด

 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

103 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
*-* 11 เม.ย. 51 11:15 น. 4
เก่งดีอยู่แล้ว ใครจะว่าเค้าก็เชิญออกไปไกลๆเลยนะ คนๆนี้เค้าเก่งด้วยความสามารถของตัวเค้าเอง เค้าจะเรียนแพทย์หรือไม่เรียนก็สิทธิ์ของเค้า เพราะที่เค้าสละสิทธิ์เค้าก็ไปทุนเล่าเรียนหลวงนี่นา จบมาก็ทำงานใช้ทุนให้รัฐบาลสร้างประโยชน์ให้ประเทศอยู่ดี ไม่รู้จะไปว่าเค้าทำไม เราว่านะ คนที่คิดจะว่าเค้าน่ะคงจะอิจฉาเค้า ใช่มั้ยล่ะ หลอกตัวเองว่าไม่อิจฉา มันไม่ดีนะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เชียง 11 เม.ย. 51 11:33 น. 6
มหิดล สู้ๆ มีหลายคนเค้าบอกมาว่า มหิดลจาเน้นวิชาการ จุฬาจะเน้นเฮฮา เห็นรุ่นน้องที่บอกมาว่ามีเรียนแต่งหน้า ลีลาศด้วย แต่มหิดลพวกนี้พวกหมอๆไม่มีเรียนหรอก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด