|
|
| |
|
|
|
|
| |
| |
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว dek-d ทุกคน ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณน้องๆ เป็นอย่างมากนะคะ ที่ให้ความสนใจกับกระทู้แรกมากๆ วันนี้พี่ก็จะมาเล่าต่อเกี่ยวกับการเรียนในสถาบันไอทิม สถาบันที่พี่รักและทำให้พี่ประสบความสำเร็จจนทุกวันนี้
พี่ยังจำความรู้สึกตอนที่เรียนที่ไอทิมได้เป็นอย่างดี คิดไม่ผิดเลยค่ะที่เลือกเรียนที่ไอทิม เพราะเป็นสถาบันที่ไม่ใหญ่โตแต่มีความอบอุ่นเป็นกันเอง อาจารย์ทุกคนเอาใจใส่นักเรียนมากๆ ตั้งแต่ช่วงเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ (ภาษาอังกฤษก่อนเข้าเรียนของพี่ไม่ได้เรื่องเลยล่ะค่ะ ^_^ แต่พอเรียนที่นี่ได้ซัก 2-3 เดือนก็โต้ตอบกับอาจารย์ได้แล้วล่ะ เพราะอาจารย์ค่อนข้างจะใส่ใจกับนักเรียนที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยดีเพื่อให้เรียนตามเพื่อนๆทัน) ที่สำคัญอาจารย์ที่สอนที่นี่ ไม่ใช่แค่อาจารย์ หรือผู้สอนธรรมดา เป็นระดับผู้จัดการโรงแรม ระดับเจ้าของกิจการ ที่รักในการสอนจริงๆ นอกจากนี้ก็มีอาจารย์ชาวต่างชาติที่หลากหลายไม่ว่าจะมาจากอเมริกา ออสเตรเลีย ออสเตรีย ฝรั่งเศส เป็นต้น การเรียนการสอนก็เน้นการปฏิบัติและเรียนเพื่อให้ใช้งานได้จริงๆ ตรงส่วนนี้พี่เริ่มรู้จากตอนที่ได้ไปฝึกงานค่ะ หัวหน้าแผนกแทบจะไม่ต้องสอนอะไรมากเลย และพี่ยังได้เรียนรู้งานในทุกๆ แผนก เพื่อประโยชน์ในการเป็นผู้บริหารในอนาคต ทั้ง front office, housekeeping, F&B service และแผนกที่พี่สนุกที่สุดคือแผนกครัวหรือ Kitchen Operations |
| |
| |
|
|
| |
| |
ตามหัวข้อเลยค่ะ การเรียนของเราจะเน้นภาคปฏิบัติซะส่วนใหญ่ ไม่ต้องมาเรียนวิชาสามัญพื้นฐานเหมือนตอนมัธยม ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคม ฯลฯ อีกแล้ว และที่ห้องเรียนปฎิบัติการต่างๆ ก็มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ครบครัน อย่างที่ใช้จริงในโรงแรม ห้องเรียนวิชาครัว ซึ่งจะมีครบทั้ง ครัวร้อน ครัวเย็น และเบเกอรี่ ซึ่งจะพิถีพิถัน และสอนพื้นฐานการทำอาหารแต่ละประเภทอย่างละเอียด มีห้องจำลองจากโรงแรมจริงๆ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนวิชา House keeping ห้องเรียน Front office หรือการปฏิบัติการส่วนหน้า มีบาร์ สำหรับเรียน Beverage Operations และมี Ballroom สำหรับใช้ในการเรียน Restaurant service และการจำลองการจัดงานเลี้ยงประเภทต่างๆ ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนตั้งแต่การจัดโต๊ะ โดยจะต้องคำนวณจากพื้นที่และแขกที่จะเข้ามารับประทาน (มีแขกจากข้างนอกเข้ามาเยี่ยมชมและรับประทานอาหารอยู่เป็นประจำ ทั้งชาวไทย และต่างชาติ) การปูโต๊ะ การพับผ้าเช็ดปาก การจัดดอกไม้ รวมถึงการเสริฟ ซึ่งนักศึกษาจะได้ทำเองทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้ในการเรียนโปรแกรมเกี่ยวกับการโรงแรม และด้านสายการบิน เช่นการสำรองห้องพัก การจัดทำตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ ห้อง Sound Lab ภาษาอังกฤษ และห้องสมุดสำหรับศึกษาค้นคว้า(ห้องสมุดของเราเป็นห้องสมุดทางด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวค่ะ) และคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ทำงาน ศึกษาค้นคว้า และใช้อินเตอร์เนตที่รวดเร็วและใช้ได้ตลอดทั้งวันอีกด้วย |
| |
| |
|
|
| |
| |
หลังจากเรียนที่ไอทิมเป็นระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ก็จะถึงช่วงที่นักศึกษาจะต้องออกไปฝึกงานจริงๆ (ซึ่งการเรียน5เดือน ฝึกงาน5เดือนนี่ ริเริ่ม และปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานในหลักสูตรการโรงแรมของสวิสฯ ทุกแห่งเลยค่ะ) ตัวพี่เองเลือกฝึกงานที่ โรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit ในแผนก F&B หรือ Food & Beverage (ซึ่งปัจจุบัน พี่ก็เป็น Manager อยู่ที่นี่แหละค่ะ) สำหรับการฝึกงาน พี่ใช้ใช้ความรู้ที่เรียนมาไม่หมดด้วยซ้ำค่ะ เพราะการเรียนที่ไอทิม อาจารย์สอนรายละเอียดปลีกย่อยในการปฏิบัติมากกว่าอีกค่ะ แต่ที่ยากกว่าก็คือในเรื่องของความรับผิดชอบ เพราะการฝึกงานก็เหมือนกับการทำงานจริงๆ ยอมรับว่าช่วงเวลาการฝึกงาน 5 เดือนนั้นเหนื่อยมาก ต้อง Active ตลอดเวลา ต้องทำงานแข่งกับเวลา และนอกจากทำเร็วแล้ว ยังต้องรักษามาตรฐานความถูกต้องให้ได้ด้วย ส่วนหัวหน้า และผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ก็ดีมากค่ะ คอยสอน และให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา ที่นี่ทำงานกันเป็นระบบมาก พี่ได้เรียนรู้อย่างมากในเรื่องของระบบการทำงาน ความรับผิดชอบ ความกระตือรือร้นในการทำงาน และทำให้มองเห็นภาพการทำงานจริงๆ ได้ดีมากๆ เลยล่ะค่ะ |
| |
| |
|
|
| |
| |
ส่วนในปีที่ 2 ความฝันของพี่ก็เป็นจริงค่ะ พี่ได้ไปฝึกงานที่ ห้าดาวระดับโลกที่มีชื่อเสียงมากๆ ที่ Palm Beach, Florida ประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ (ขอสงวนสิทธิ์ไม่เอ่ยนามโรงแรมนะคะ) โดยมีระยะเวลาการทำสัญญา 1 ปีเต็ม โดยไม่ได้ไปแบบธรรมดาด้วยค่ะ พี่ไปโดยได้รับทุนจากทางโรงแรม ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยในการไป และที่ยิ่งภูมิใจ ก็คือ โรงแรมนี้ จะรับนักศึกษาเพียง 20 คนจากทวีปเอเชีย และเพียง 2 คนจากประเทศไทยเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 คนจากประเทศไทยนั้น รับจากสถาบัน I-TIM เพียงแห่งเดียว ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนนะคะว่า การที่จะเลือกฝึกงานในต่างประเทศได้นั้น จะต้องรักษาเกรดเฉลี่ย และคะแนนความประพฤติกันพอสมควรเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ที่ตั้งใจจริงค่ะ (พี่เองก็ไม่ใช่คนเรียนเก่ง ยังทำได้เลยค่ะ) มาตรฐานการทำงานที่นี่ สูงกว่าประเทศไทยมาก และการทำงานก็ยากกว่าค่อนข้างมาก เพราะมีแขกจากหลากหลายประเทศ และที่สำคัญ แขก VIP ระดับบุคคลสำคัญของประเทศต่างๆ ก็เยอะทีเดียวค่ะ ดังนั้นการทำงานจึงต้องเนี๊ยบมากๆ ห้ามมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติงานเลยค่ะ |
| |
| |
|
|
| |
| |
การมาฝึกงานในครั้งนี้ ทำให้พี่ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อาจจะหาไม่ได้จากการเรียนที่ไหน นอกจากประสบการณ์ทำงานที่ดีมากๆ (เรียกว่ากลับจากที่นี่ โรงแรมระดับ 5 ดาวในประเทศ ต้องแย่งตัวเรากันเลยล่ะค่ะ) พี่ได้พบกับเพื่อนร่วมงานจากหลายชาติ ได้รับรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ และการทำงานที่นี่ ต้องกระตือรือร้น กว่าที่เมืองไทยมากๆ แทบจะต้องวิ่งทำงานเลยล่ะค่ะ การทำงานก็เป็นระบบ แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน และที่สำคัญ ค่าตอบแทนค่อนข้างสูงมากทีเดียว ทิป และเซอร์วิสชาร์จ ก็ดีมากๆ เลยค่ะ สรุปว่าพอกลับมาเมืองไทย พี่ได้เงินเก็บกลับมาหลักล้านบาทเลยล่ะค่ะ ซึ่งนับว่าคุ้มมาก ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งประสบการณ์ชีวิต แถมยังได้เที่ยวไปทั่วอเมริกาเลยค่ะ ค่าเดินทางก็ไม่แพง พี่ได้ไปทั้ง แกรนด์แคนยอน, ดิสนีย์แลนด์, ยูนิเวอร์แซล , น้ำตกไนแองการ่า, นิวยอร์ค, วอชิงตัน ดีซี ฯลฯ (พูดไม่หมดเลยค่ะ พอดีเป็นคนชอบเที่ยวด้วยสิคะ ^_^ ) เป็นประสบการณ์ชีวิตที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วค่ะ |
| |
| |
|
|
| |
| |
สำหรับในบทความนี้ก็คงพอเท่านี้ก่อนนะคะ ยังไงก็ขอขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่อ่านบทความชุดนี้ และพี่ก็หวังว่าอาจจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งให้น้องๆ ตัดสินใจ ตอนนี้สถาบันไอทิมกำลังเปิดรับสมัครอยู่ค่ะ หากน้องๆ
สนใจก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 02-732-0170-3 กด 0 เว็บไซด์ http://www.i-tim.ac.th/ หรือเข้ามาสอบถามและสมัครที่ไอทิม (ซอยรามคำแหง 50) เลยก็ได้นะคะ |
| |
54 ความคิดเห็น
1. ไม่ทราบว่าตอนนี้พี่ได้เงินเดือนเท่าไหร่เหรอคะ เห็นว่าตอนนี้เป็นผู้จัดการอยู่ เงินเดือนก็คงจะเยอะอยู่ใช่ป่ะ หรือถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไรนะคะ
2. แล้วเงินเดือนๆแรกได้เท่าไหร่คะ
3. ตอนที่พี่เรียนจบได้ไปต่อปอตรีหรือเปล่า หรือว่าจบมาสองปีก็ทำงานเลย (แล้วก็ได้ไปที่เมกา เก่งจัง )
4. คนที่อเมริกานิสัยดีหรือเปล่าคะ
5. วอชิงตันฯเป็นเมืองหลวง ส่วนนิวยอร์กเป็นเมืองท่าใช่ป่ะ แบบว่า เป็นเมืองที่เจริญที่สุด (เกี่ยวไรอ่า)
หนูก็สนใจนะคะแต่ตอนนี้หนูก็ยังเลือกที่เรียนไม่ได้เลยคะ คือหนูกำลังเรียนป.ตรีอยู่อะคะ คณะศิลปศาตร์ เอกภาษาอังกฤษแต่อยากเรียนด้านนี้ด้วย ก็กำลังมองของ มาทาน่าด้วยอะคะ แต่ที่อยากทราบจริง ๆ คือ ถ้าจบป.ตรีแล้วจะเรียนได้ไหมคะ เพราะหนูสนใจหลักสูตร 2 ปี ค่ะ
ยิ่งเห็นยิ่งอยากเรียนค่ะ น่าเรียนสุดๆ