|
การสอบผ่านแอดมิชชั่นเข้าสู่การเป็นนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย นับเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักเรียนมัธยมปลาย น้องขวัญ-ยอดขวัญ คูวัชระเจริญ นักเรียนโรงเรียนศรีอยุธยาก็มีจุดมุ่งหมายไม่ต่างจากคนอื่น ความดีใจเกิดขึ้นเมื่อเธอเป็นหนึ่งในเด็ก 79,286 คน ที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าเรียนในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และยังเป็นหนึ่งในสองของผู้พิการทางสายตาที่สอบผ่านในปีนี้ กว่าจะถึงแอดมิชชั่น ของน้องขวัญจึงเต็มไป ด้วยความพยายาม ความมุ่งมั่น และอดทนเป็นสองเท่ามากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ
น้องขวัญมีปัญหาทางสายตาตั้งแต่เกิดเพราะคุณแม่มีน้องขวัญตอนอายุมากแล้ว แถมเธอคลอดออกมาตอนอายุเพียงแค่ 6 เดือน แต่การมองไม่เห็นไม่ได้เป็น อุปสรรคสำหรับน้องขวัญเลย เพราะเธอยังใช้ชีวิตวัยเด็ก วัยเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากจบ ม.6 จากโรงเรียนสอนคนตาบอดแล้ว น้องขวัญได้เข้าเรียนร่วมกับเด็กสายตาปกติในโรงเรียนสามเสน ที่นี่นอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว น้องขวัญ ยังเป็นนักกิจกรรมตัวยง เธอกวาดรางวัลทั้งการประกวดสุนทรพจน์ การแต่งกลอน ซึ่งเคยชนะการประกวดในระดับเขตการศึกษามาแล้ว การร้องเพลงยังเป็นสิ่งที่ขวัญชื่นชอบ เธอได้เป็นนักร้องประจำโรงเรียน และชนะเลิศการประกวดร้องเพลงสำหรับคนพิการประจำปี 2547 อีกด้วย ขวัญประกวดสุนทรพจน์ แต่งกลอนได้ประกาศ นียบัตรรวม ๆ แล้ว 20 กว่าใบ แต่ขวัญมีไม่ครบหรอกค่ะ เพราะมีบางส่วนที่ทางผู้จัดประกวดบอกว่าจะส่งมาให้ตามหลังแต่ไม่ได้ส่งมา ส่วนเรื่องร้องเพลงก็ชอบมากค่ะ ร้องได้ทุกแนวไม่ว่าจะเป็นลูกทุ่ง หรือไทยสากล แต่ที่หลาย ๆ คนบอกว่าร้องดีและทำให้ได้รับโล่จากการแข่งขันร้องเพลงก็คือแนวของพี่โบ-สุนิตา ลีติกุล แต่พอมาเรียนที่โรงเรียนศรีอยุธยาไม่ค่อยได้ประกวดร้องเพลง เพราะต้องเรียนหนักและเตรียมตัวเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้ไม่มีเวลาฝึกซ้อมร้องเพลง
น้องขวัญมองว่าการเรียนร่วมกับคนสายตาปกติไม่ใช่อุปสรรคของเธอ แต่ก็อาจจะมีปัญหาบ้าง เช่น ครูที่พูดน้อย เนื่องจากเธอต้องการสื่อสารทางเสียง หรือวิชาเรียนที่ต้องใช้ทักษะด้านสายตา อย่างเช่น วิชาพลศึกษา ส่วนวิชาที่ต้องใช้ทักษะทางปากหรือหู อย่างเช่น อังกฤษ สังคม ฯลฯ ก็ไม่เป็นปัญหา อย่างที่บอกแล้วว่าน้องขวัญต้องใช้ความอดทน ความพยายามมากกว่าคนอื่น อย่างเช่น หนังสือเรียนซึ่งจะเป็นหนังสือปกติไม่ใช่อักษรเบลล์ เธอก็จะได้พี่ ๆ อาสาสมัครจากโรงเรียนสอนคนตาบอดช่วยโดยการอ่านและอัดเสียงมาให้ฟัง นอกเหนือจากที่เธอพยายามทำความเข้าใจกับบทเรียนตามที่ครูสอนในชั่วโมงเรียนให้มากที่สุด เธอใช้เวลา 2 ปีเตรียมตัวเพื่อสอบเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งก็ได้พี่ ๆ อาสาสมัครช่วยอ่านแนวข้อสอบให้ฟังอีกเช่นเคย และเมื่อได้เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย น้องขวัญก็ต้องเตรียมตัวเช่นกัน ซึ่งเธอบอกว่าพี่ ๆ อาสาสมัครมีส่วนสำคัญมาก ไม่เพียงเธอเท่านั้นแต่ผู้พิการทางสายตาคนอื่น ๆ ที่เรียนร่วมกับคนสายตาปกติ และหากทางสถาบันมีอาสาสมัครมาช่วยอ่านหนังสือก็จะทำให้คนสายตาพิการเรียนกับเพื่อนคนอื่นๆได้ ทุกวันนี้น้องขวัญใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป นั่งรถเมล์ ไปไหนมาไหนคนเดียว วันหยุดก็นั่งรถทัวร์หรือรถตู้กลับบ้านที่ชะอำ เพชรบุรี น้องขวัญบอกว่าอยากให้ทุกคนมองว่าผู้พิการทางสายตาก็เหมือนคนทั่วไป แต่ถ้ามีน้ำใจช่วยเหลือกันบ้างในบางครั้งก็จะทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้ ในอนาคตขวัญอยากเป็นนักธุรกิจมีกิจการเป็นของตัวเอง แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นธุรกิจอะไร ถึงแม้ครอบครัวจะมีธุรกิจบ้านจัดสรรแต่เธอก็ไม่คิดจะเจริญรอยตาม เพราะเธอบอกว่าไม่อยากยืมจมูกคนอื่นหายใจ อยากสร้างธุรกิจขึ้นมาด้วยมือของตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยคนอื่นช่วยตัดสินใจ |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์พ |






24 ความคิดเห็น
เหนแล้วอาย .. ตาดี ๆ อย่างเรากลับขยันไม่เท่าครึ่งของเค้า T^T
เก่งมากมายเลยครับ
มีความอดทนที่เยี่ยมมาก
ดีใจด้วยนะคะ
พี่เก่งมากเลย
หนูอยากขยันบ้าง
แต่ไม่รู้ทำไมถึงขี้เกียจอย่างนี้
เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆๆ