|
ทปอ. มีมติแอดมิชชั่น 53 พร้อมให้เพิ่มสอบภาษาต่างประเทศที่ 2 ได้ ยันข้อเสนอแยกข้อสอบวิทยาศาสตร์ทำไม่ได้ ต้องปรับหลักสูตร ม.ปลายใหม่ แถมฉะคดีอาจารย์วิศวะ มธ. ร้ายแรง สั่งเข้มงวดรับอาจารย์และกำชับดูแลสถานที่อาจารย์พบ นศ. อย่ามิดชิด เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้มีการประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดย รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ในฐานะประธาน ทปอ.กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติยืนยัน องค์ประกอบและค่าน้ำหนักที่จะนำมาใช้ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือแอดมิช ชั่น ประจำปีการศึกษา 2553 ที่จะใช้ผลการเรียนเฉลี่ยสะสมม.ปลาย (GPAX) 20% ผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) 30% การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) 10-50% และการทดสอบความถนัด ทางวิชาชีพ (PAT) 0-40% และมีมติให้เพิ่ม แบบวัดศักยภาพทางภาษาต่างประเทศที่ 2 หรือ PAT 7 เป็นองค์ประกอบหนึ่งในแอดมิชชั่น ที่ให้จัดสอบ 6 ภาษาคือ ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน บาลี และอาหรับ โดยขอความร่วม มือให้ทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นผู้ออกข้อสอบให้ จัดสอบปีละ 3 ครั้ง ในเดือนมกราคม พฤษภาคม และธันวาคม เริ่มตั้งแต่ปี 2552 และเก็บคะแนนไว้ใช้ได้ 2 ปี ส่วนนักเรียนที่จะสอบได้ต้องเป็นนักเรียนเทียบเท่า ม.5 ขึ้นไป
รศ.ดร.มณฑล กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อเสนอที่ประชุมคณบดีคณะ วิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยเสนอให้แยกข้อสอบเป็นวิชา คือ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา และเห็นว่าทำไม่ได้ เพราะหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับม.ปลายจะจัดกลุ่มการเรียนเป็น 8 กลุ่มสาระ ซึ่งวิชาฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา เป็นกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ดังนั้นจะแยกสอบ ไม่ได้ แต่ถ้าจะมีการแก้ไขเรื่องนี้ต้องไปปรับเปลี่ยนหลักสูตรม.ปลายใหม่ อย่างไรก็ตามระบบแอดมิชชั่นทำให้นักเรียนไม่ต้องวิ่งรอกสอบ เด็กไม่เครียด เพราะจำนวนวิชาสอบไม่ได้มากอย่างที่หลายฝ่ายเป็นห่วง และเท่าที่ดูสอบไม่เกิน 3 วิชา จากเดิมต้องสอบ 3-6 วิชา และยังให้สอบได้หลายครั้ง แต่ต้องยอมรับว่าคงไม่ทำให้ลดการกวดวิชาได้มากนัก แต่ทปอ.ก็พยายามให้ความสำคัญกับการเรียนในห้องเรียนและการวัดความถนัดมากขึ้น ทปอ.ยังหารือกรณีอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม และเห็นว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่ทปอ.มีมติร่วมกันว่าเรื่องดังกล่าวร้ายแรง หากมหาวิทยาลัยใดพบต้องดำเนินการ ขณะเดียวกัน ต้องมีมาตร การดูแลเรื่องของสถานที่ในการพบปะระหว่างอาจารย์และนิสิตนักศึกษาที่ต้องไม่มิดชิด หรือ เป็นที่ลับตาคน ให้สภาอาจารย์ และองค์การ นิสิตนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลกัน พร้อมทั้งมีจรรยาบรรณของอาจารย์และวินัยของนิสิตนักศึกษาควบคุมอยู่แล้ว และที่สำคัญจะต้องมีความเข้มงวดในเรื่องของการคัดเลือกอาจารย์เข้ามาทำงานมากขึ้น รศ.ดร.มณฑล กล่าว |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์พ |


32 ความคิดเห็น
ชิบหายรุ่นตู แงแง
เราศิลป์ จีน ปี 53 พอดี อิอิ
ชอบๆๆๆ ดีแระๆๆ