ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยผลการจัดอันดับผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียน ม.6 ปีการศึกษา 2550 ว่า จากการจัดอันดับคะแนน O-NET ของโรงเรียน 2,898 โรง จากที่เข้าสอบทั้งสิ้น 3,638 โรง โดยใช้เกณฑ์แบ่งกลุ่มตามขนาดของสถานศึกษา และผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรก ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) พบว่า ภาพรวมคะแนน O-NET ของกลุ่ม โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ และโรงเรียนขนาดใหญ่ ทั้งกลุ่มที่มีผลประเมินของ สมศ.ระดับดี และต่ำกว่าระดับดี สามารถทำคะแนนแต่ละวิชาโดยรวมอยู่ในระดับกลาง แต่ก็ทำคะแนนได้ดีกว่าโรงเรียนขนาดกลางและเล็ก เพราะมีความพร้อมเกือบทุกด้าน

 

แต่ก็มีข้อสังเกตว่าโรงเรียนขนาดเล็ก มีคะแนนหลายวิชาสูงกว่าโรงเรียนขนาดกลาง ซึ่งอาจเป็นเพราะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีโครงการต่าง ๆ เข้าไปช่วยเสริมแก่โรงเรียนขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม สทศ.จะศึกษาเชิงลึกถึงสาเหตุที่คะแนน O-NET โดยรวมไม่สูง ทั้งที่ข้อสอบไม่ยากเกินไป และดูว่าที่โรงเรียนขนาดเล็กพัฒนาดีขึ้นเป็นเพราะอะไร เพื่อนำข้อมูลเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพัฒนาโรงเรียนต่อไป ส่วนโรงเรียนที่เหลือ สทศ.ไม่ได้นำมาจัดอันดับ เพราะชื่อโรงเรียนในฐานข้อมูลของ สทศ.กับ สมศ.ไม่ตรงกัน

 
 

ผอ.สมศ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับคะแนนที่นักเรียนแต่ละกลุ่มโรงเรียนทำได้ คือ กลุ่ม โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ นักเรียนมากกว่า 2,000 คน ผลประเมินระดับดี 268 โรง ทำคะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทยได้ 57.47 สังคมศึกษา 41.68 ภาษาอังกฤษ 35.15 คณิตศาสตร์ 36.60 วิทยาศาสตร์ 39.29 สุขศึกษา 54.62 ศิลปะ 44.26 และการงานอาชีพฯ 52.03 ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี 125 โรง ได้คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 52.96 สังคมศึกษา 38.67 ภาษาอังกฤษ 31.10 คณิตศาสตร์ 33.03 วิทยาศาสตร์ 35.33 สุขศึกษา 53.37 ศิลปะ 42.66 และการงานอาชีพฯ 50.49 กลุ่ม โรงเรียนขนาดใหญ่ นักเรียน 1,001-2,000 คน ผลการประเมินระดับดี 231 โรง คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 48.15 สังคมศึกษา 36.13 ภาษาอังกฤษ 29.09 คณิตศาสตร์ 30.55 วิทยาศาสตร์ 32.55 สุขศึกษา 52.40 ศิลปะ 40.72 และการงานอาชีพฯ 48.88 ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี 265 โรง ได้คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 46.79 สังคมศึกษา 35.39 ภาษาอังกฤษ 27.73 คณิตศาสตร์ 29.65 วิทยาศาสตร์ 31.37 สุขศึกษา 51.62 ศิลปะ 40.05 และการงานอาชีพฯ 48.36

 

กลุ่มโรงเรียนขนาดกลาง นักเรียน 301-1,000 คน ผลการประเมินระดับดี 454 โรง คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 45.42 สังคมศึกษา 34.93 ภาษาอังกฤษ 27.86 คณิตศาสตร์ 29.61 วิทยาศาสตร์ 31.34 สุขศึกษา 51.34 ศิลปะ 39.58 และการงานอาชีพฯ 47.45 ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี 966 โรง ได้คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 43.29 สังคมศึกษา 33.78 ภาษาอังกฤษ 26.80 คณิตศาสตร์ 28.35 วิทยาศาสตร์ 29.92 สุขศึกษา 50.42 ศิลปะ 38.47 และการงานอาชีพฯ 46.40 กลุ่ม โรงเรียนขนาดเล็ก ผลการประเมินระดับดี 138 โรง คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 48.22 สังคมศึกษา 36.19 ภาษาอังกฤษ 29.38 คณิตศาสตร์ 31.04 วิทยาศาสตร์ 33.16 สุขศึกษา 51.94 ศิลปะ 40.40 และการงานอาชีพฯ 48.15 ผลการประเมินต่ำกว่าระดับดี 451 โรง ได้คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 43.41 สังคมศึกษา 33.79 ภาษาอังกฤษ 27.13 คณิตศาสตร์ 28.58 วิทยาศาสตร์ 30.17 สุขศึกษา 49.94 ศิลปะ 38.17 และการงานอาชีพฯ 45.64

 

           ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ สทศ.ยังได้เปรียบเทียบการสอบ O-NET ของนักเรียน ม.6 ในช่วง 3 ปี คือ ปีการศึกษา 2548-2550 ผลปรากฏว่าคะแนนที่ออกมาไม่ต่างกันมากนัก ดังนี้ ภาษาไทย 48.62-50.33-50.70 สังคมศึกษา 42.64-37.94-37.76 ภาษาอังกฤษ 29.81-32.37-30.93 คณิตศาสตร์ 28.46-29.56-32.49 และวิทยาศาสตร์ 34.01 -34.88-34.62 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าโรงเรียนหรือครู โดยรวมไม่ได้มีการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่จะทำให้เด็กมีผลการเรียนที่สูงขึ้น หรือแม้แต่ตัวนักเรียนก็มีความรู้ความสามารถก็ไม่แตกต่างกันในแต่ละปี และยังไม่มีการนำผลการสอบ O-NET ไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน ดังนั้น สทศ.จะทำการศึกษาต่อไปว่า ทำไมครูจึงยังไม่นำผล O-NET ไปใช้ด้วย
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

9 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
เหอๆ 12 พ.ค. 51 19:12 น. 3
ทุกๆปีมันก็ต้องมีเด็กเก่งเด็กอ่อนคละกันไปดิวะ จะให้เด็กมันเก่งทุกปีมันจะเป็นไปได้ไง แล้วก้อเวลาแค่3ปีจะให้คะแนนมันดีขึ้นอะไรนักหนา การศึกษามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและค่อยเป็นค่อยไป มันจะเปลี่ยนทีเดียวพรวดเลยไม่ได้หรอก ดูจากระดับข้อสอบสมัยก่อนกะสมัยนี้ก้อน่าจะรุ้ว่าเด็กก็มีพัฒนาการเหมือนกัน นี่เล่นเด็กพัฒนาขึ้น แต่ข้อสอบก็ดันพัฒนาตาม แล้วงี้คะแนนมันจะเพิ่มได้ไงหล่ะ
0
กำลังโหลด
cuchalec 12 พ.ค. 51 21:33 น. 4
มันไม่พัฒนาให้เด็กเรียนตามความสนใจอ่ะ เรียนตั้ง 13-15 วิชา จะเอาเวลาที่ไหนไปทบทวนให้รู้ลึกๆแบบต่างชาติเขา ต่างประเทศเรียนไม่กี่วิชาเองครึ่งหนึ่งของบ้านเราเสียด้วยซ้ำ มีวิชาหลักแค่ 3-4 วิชา ที่เหลือก็ให้เลือกเรียน ถ้าใช้แบบนี้นักเรียนคงจะมีความสุขและสนุกกับการเรียนมากขึ้นนะครับ
0
กำลังโหลด
รหัส 49 12 พ.ค. 51 21:41 น. 5
ปัญญาอ่อน ไม่ต่างบ้าบออะไร มองในภาพรวมอาจจะอย่างนั้น เพราะคะแนนมันเฉลี่ยเยอะ แต่ความจริง อย่างรุ่นที่แล้ว รหัส 50 คะแนนโอเน็ตเฟ้อมาก คะแนนปีที่แล้วจึงพุ่งสูงลิบลิ่ว มาปีนี้ คะแนนเลยตกลงมา ห่วยแตกบรมระบบอ่ะ จะทำอะไรก็น่าจะทดสอบให้ดีซะก่อน ไม่ใช่เอาเด็กมาทดลอง ** เซงวะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
- -* F**K 18 พ.ค. 51 20:36 น. 9
****เราคิดว่าน่าจะมีการวัดหรือให้เด็กเลือกเอาเองว่า เค้ามีความชอบในวิชาอะไรบ้าง แล้วเอาวิชาเหล่านั้นเป็นตัวหลัก เช่น ชอบวิทย์กับคณิตก็ส่งเสริมให้เน้นทางด้านนี้ ส่วนอีกพวกชอบดนตรีก็เน้นหนักไปด้านดนตรีเลยดิ เล่นมาให้เรียนตั้งเป็น 10ๆ วิชาเนี่ย มันไม่ไหวม๊างงงง ดูอย่างต่างชาติเค้าสิ (ยุโรป สหรัฐ) หน่ะ วันๆนึงเค้าเรียนกันนิดเดียว พอช่วงบ่ายๆ เค้าก็จะเล่นกิจกรรมที่ตัวเองสนใจ เค้าส่งเสริมให้เด็กเรียนในแบบที่เด็กชอบ แล้วให้เก่งจริงๆไปเลย มุ่งทางนั้นไปเลย ต่างกับเราที่เน้นมันทุกกระบวนวิชา ไม่แยกตามที่เด็กชอบและสนใจ แล้วอย่างนี้จะเอาไปเทียบกับเขา ได้อย่างไร **มันคนละโลกกันเลยหละ**
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด