นายสมพงษ์ จิตระดับ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเด็กด้อยโอกาส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า แนวโน้มเด็กที่กำลังจะเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาคิดสั้นฆ่าตัวตายเพราะความเครียดและยากจน จะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5-6 ปีข้างหน้า เพราะเวลานี้การเรียนในระดับอุดมศึกษาไม่ได้เข้ายากเหมือนเมื่อก่อน แต่เด็กทุกระดับโดยเฉพาะชนชั้นล่างมีโอกาสเข้าสู่สถาบันอุดมศึกษาง่ายขึ้น เพราะสถาบันอุดมศึกษามีจำนวนมากขึ้น และต่างก็เปิดสาขาวิชาและหลักสูตรมากมายเพื่อแย่งชิงลูกค้า ซึ่งการเปิดกว้างให้โอกาสเด็กทุกชนชั้นเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาคือการผลักภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้เรียนรับผิดชอบมากขึ้น จากเดิมผู้เรียนอุดมศึกษารับภาระค่าใช้จ่าย 30-40% ที่เหลือรัฐสนับสนุน แต่ปัจจุบันถูกโยนให้ผู้เรียนต้องลงทุนเอง และต้องรับผิดชอบมากขึ้นเป็น 50-60% ค่าใช้จ่ายระดับอุดมศึกษาในปัจจุบันจึงแพงขึ้น

 

 

นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า กรณีนักเรียน ร.ร.สิงห์บุรี สอบเข้าคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรีได้ ต้องเสียเงินลงทะเบียนเรียนถึง 25,000 บาท ขณะที่พ่อแม่หาเช้ากินค่ำ ค่าครองชีพก็สูง พ่อแม่ไม่สามารถหาเงินก้อนโตดังกล่าวมาได้ จนเป็นเหตุให้เด็กผูกคอตาย สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยที่สูงเกินกว่าที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่ยากจนจะแบกรับภาระได้ กรณีที่ผู้เกี่ยวข้องแต่ละคนออกมาพูดถึงกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือกองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีทุนรองรับนักศึกษาที่ด้อยโอกาสนั้น ต้องยอมรับว่าในสภาพความเป็นจริง เด็กยากจนส่วนใหญ่มักจะไม่เปิดเผยตัว เก็บเงียบ ไม่ค่อยคุยกับคนที่ไม่ไว้ใจ เด็กเหล่านี้จะพูดคุยเฉพาะกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือครู ดังนั้น จึงเป็นปัญหารอยต่อระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่อุดมศึกษาที่ทุกฝ่ายจะต้องหันมาเอาใจใส่ดูแลให้มากขึ้น

 

ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเด็กด้อยโอกาส จุฬาฯ กล่าวด้วยว่า ที่น่าห่วงอีกด้านเรื่องค่าใช้จ่ายที่แพงในระดับอุดมศึกษา อาจจะทำให้เด็กต้องไปหาไซด์ไลน์ ทำงานพิเศษ โดยเฉพาะงานที่ไม่พึงประสงค์และเสี่ยงต่อการขายบริการทางเพศ หรือบางคนก็อาจจะสอบได้แล้วไม่ได้เรียนต่อ หรือไม่ก็ต้องอยู่ในภาวะซึมเศร้าจนต้องก่อเหตุร้ายแรงในอนาคต เพราะพ่อแม่ก็ต้องพยายามหาเงินมาจ่าย บางคนก็ต้องขายที่ ขายนา ขายควาย หรือไม่ก็ต้องก่อหนี้เพื่อให้ลูกได้เรียน ขณะที่อุดมศึกษาก็มีแต่จะหากำไรจากเด็ก ซึ่งเท่าที่ทราบมหาวิทยาลัยเก่าแก่ ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง แค่รายได้จากค่าสมัครรับตรงในแต่ละปีได้ถึง 20-30 ล้านบาท เพราะเด็กสมัครเป็นหมื่นแต่รับเข้าแค่ 200-300 คน

 

         “ผมทำงานเรื่องทุนการศึกษามาเยอะ พบว่าคนที่จนจริงๆมักไม่มีโอกาสเข้าถึงทุนได้ เพราะเด็กเหล่านี้ไม่ค่อยเปิดเผยตัว ขณะที่พวกจนไม่จริงจะรู้ช่องทางการขอทุนต่างๆ เอาเปรียบเด็กด้อยโอกาส ดังนั้น ผู้เกี่ยวข้องต้องเป็นฝ่ายรุก หาโอกาสเข้าถึงและช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ โดยเฉพาะครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว และพ่อแม่ผู้ปกครองที่รู้ปัญหาดี ควรเป็นฝ่ายรุกแก้ปัญหา ไม่ใช่มัวแต่ตั้งรับปัญหา รัฐบาลควรจัดตั้งกองทุนการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส ช่วงรอยต่อระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐานกับการอุดมศึกษา อาจจะให้ทุนเรียนอย่างต่อเนื่อง หรือให้กู้ยืมโดยปลอดดอกเบี้ย ให้ครูประจำชั้นและครูแนะแนวเป็นผู้บริหารกองทุนนี้ เนื่องจากจะรู้ปัญหาของเด็กแต่ละคนว่ายากจนแค่ไหน มีอุปสรรคในการศึกษาต่อหรือไม่” นายสมพงษ์กล่าว
 

พี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

10 ความคิดเห็น

ไม่บอกนะครับ 20 พ.ค. 51 18:14 น. 2
ผมเห็นใจนะกับคนที่เจอแบบนี้ ยิ่งคนที่คิดจะฆ่าตัวตายแล้ว ผมยิ่งรู้สึกถึงความรู้สึกนั้น เพราะผมเจอปัญหาเดียวกันกับเขา ครั้งแรกผมก็คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่พอผมแอดติด ที่ ม.ราชภัฏสวนดุสิต นิเทศศาสตร์ ต้องจ่ายเงิน 23000 ว่าบาท ไหนจะค่าหอ มัดจำล่วงหน้า 10000 กว่าบาทครับ ทำเอาครอบครัวผมกระอักเลยครับ คิดหาหนทางไม่ได้เลย ผมอยู่กับตา 2 คน ตามีเงิน 12000 บาทให้ผมเดินทามมาสอบสัมภาษณ์ วันที่ 17 ทื่ผ่านมา เงินแค่นี้ มันไม่พอยาไส้ ไม่พอจ่ายเลย ผมไม่ได้ร้องไห้มาหลายปีแล้ว ผมต้องมาเสียน้ำตากับเรื่องเรียน ทั้งๆที่ผมเรียนดีมาตลอด ใครที่เคยรู้สึกแบบนี้ถึงจะเข้าใจครับ แต่ผมไม่คิดจะฆ่าตัวตาย แค่ชั่ววูบที่ทำร้ายตัวเอง...
0
กำลังโหลด
:+:llก้วกัaยา:+: Member 20 พ.ค. 51 18:20 น. 3
เรพสองลองมองๆทุนมหาวิทยาลัยดูมั๊ยคะ

เราก็อยากเข้านิทเศศาสตร์เหมือนกัน ^^


ไม่งั้นลองโทรไปCall Center ที่ผอ กรอ บอกเลยก็ได้ค่ะ ;)))





*สู้ๆน้ะ
0
กำลังโหลด
คนน่ารัก 20 พ.ค. 51 22:46 น. 4
มันเครียดจริงๆนะ เรื่องเอนท์ติดแต่ไม่มีเงินเรียนเนี่ย คือตั้งใจเรียนมา อ่านหนังสืออย่างหนักมา เดินทางไปสอบนั่นนี่ รอลุ้นผลแอด พอแอดตติดแต่กลับไม่ได้เรียนเพราะไม่มีเงิน ชอกช้ำในโชคชะตานะเนี่ย จริงๆ เพราะฉะนั้น คนที่กำลังจะเอนท์ ควรเก็บเงินไว้บ้างก็ดีนะคะ สำรองๆ จะขอพ่อแม่ตลอดก็ไม่ไหวใช่มั้ย เกิดมันช๊อตพอดีทำไง อิอิ
0
กำลังโหลด
เดกกู้เรียน 21 พ.ค. 51 02:21 น. 5
ก้อทุนกู้ยืมน่ะ ยืมอยู่ครับ แต่รอชาวงเวลาต่อสัญญากู้นี่แหละ จึงต้องจ่ายดก่อนงัย ช่วงนี้แหละแย่ๆมากๆ
0
กำลังโหลด
ปัญหาย่อมมีทางออก 21 พ.ค. 51 11:17 น. 6
เข้าใจความรู้สึก ช่วง เวลาแบบนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ บานใครก็เจอปัญหา แต่ วิธีแก้ ปัญหามันก็มี อย่างกองทุนกู้ยืม ทางรัฐบาลเค้าก็มีให้เดี๋ยวนี้ ไม่ศึกษา หาละ คนรวยคนจนเค้าก็กู้กันเยอะอ่ะ เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ คงไม่มีใครอยาก ใช้เงินก้อน หรอก ไม่ได้ว่าและไม่เข้าใจนะ แต่ ไม่ยอมศึกษา แล้วคิดอะไรสั้นๆ แบบนี้ แย่อ่ะ ใครจะว่าเราก็ว่าเหอะ แต่เราไม่เห็นด้วยเลย ที่คิดสั้นแบบนี้ ไม่อยากให้มีการค่าตัวตายด้วยเรื่องแบบนี้อีก!
0
กำลังโหลด
KAo JiTLHON Member 23 พ.ค. 51 03:06 น. 7
ผมว่าเพราะสังคมไทยมีค่านิยมแปลกๆเรื่องการศึกษา มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องเรียนมหาวิทยาลัย
ตอบก็งานส่วนใหญ่ต้องจบป.ตรีก่อนจึงจะทำได้ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ตอบเพราะคนที่เรียนสูงน่าจะมีความสามารถมากกว่าคนที่เรียนต่ำ
มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ ....... คนส่วนใหญ่อยากทำงานโดยต้องการมีหน้าที่การงานดีๆ มีตำแหน่งสูงๆทันที
ในความเป็นจริง คนที่ไม่เรียนหนังสือก็สามารถทำงานได้อย่างดีเพราะเขาสามารถเรียนรู้งานได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา
โดยอาจต้องเริ่มจากงานระดับล่างๆก่อน ในอเมริกาคนส่วนใหญ่หลังจบไฮสคูลจะยังไม่เรียนมหาวิทยาลัย ส่วนหนึ่งทำงาน อีกส่วนออกเดินทาง
เพื่อให้เวลาตนเองได้ศึกษาว่าจะเรียนอะไรที่จำเป็นกับชีวิตของเขาดี ผมไม่ได้สนับสนุนว่าที่อเมริกาดี เพียงแต่อยากให้พวกเรามีโลกทัศน์ที่กว้าง ที่จะรอเวลาที่เหมาะที่จะทำสิ่งต่างๆ มีคนไทยหลายคนที่พอมีอายุมากขึ้น มีความพร้อมมากขึ้นแต่ไม่กล้าสอบเข้าเรียนเพราะกลัวอายเด็ก ที่สำคัญระบบการเข้ามหาวิทยาลัยทุกวันนี้ก็บีบเด็กมากเกินไป ถึงแม้จะมีหาวิทยาลัยเปิดมากมาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าค่าใช้จ่ายก็แตกต่างกันมากแม้ทุกวันนี้มหาลัยรัฐออกนอกระบบจะเริ่มมีค่าใช้จ่ายสูงก็ตามที แต่ก็ยังถูกกว่าเอกชนอยู่ดี และบางคณะในมหาวิทยาลัยเอกชนก็ไม่เปิดอีกด้วย ทำให้โอกาสที่เด็กจะมีเวลาที่จะสร้างความพร้อมทั้งทางด้านปัจจัยต่างๆทั้งร่างกาย จิตใจ รวมถึงเศรษฐกิจก็หมดไป สิ่งเหล่านี้อยากชวนให้ทุกคนได้ใคร่ครวญดู
0
กำลังโหลด
Snow Butt Member 23 พ.ค. 51 05:56 น. 8
บางคนก็เลือกไม่ได้ คุณลองคิดถ้าคุณเป็นเด็กคนนั้นผลออกมาคือคุณสอบติด คุณกำลังดีใจ แล้วมาถูกพ่อแม่มาบอกว่าไม่มีปัญญาส่งเรียน คุณคิดว่าเด็กคนนั้น ขณะนั้นจะคิดยังไง เสียใจ น้อยใจ เก็บตัวเงียบ อยากเรียน อุตส่าห์ตั้งใจเตรียมตัวมา พอสอบติด ถูกปฏิเสธไม่ให้ไปเรียน เพราะไม่มีเงิน สิ่งที่เด็กคนนั้นคิดคือเราจะเรียนมาเพื่ออะไร ตั้งใจเรียนไปเพื่ออะไร เพื่อใคร ช่วงนั้นเป็นคุณก็คงมืดแปดด้านเหมือนกัน แล้วความคิดชั่ววูบก็เกิดขึ้นมา อยู่ไปก็ไม่มีค่า สู้ไม่อยู่ซะดีกว่า จะได้ไม่เป็นภาระแก่พ่อแม่ แล้วตัดสิ้นใจเอาเชือกผูกคอฆ่าตัวตาย ถ้าช่วงเวลานั้นมีคนมาเห็นแล้วช่วยทันก็ดีไป แต่ถ้าช่วงนั้นอยู่คนเดียว ไม่มีใครช่วยก็สูญเสียชีวิต ส่วนใหญ่คนคิดฆ่าตัวตาย ถ้าช่วยได้ทัน คนเหล่านั้นจะไม่คิดกลับไปฆ่าตัวตายอีก เพราะมนุษย์ทุกคนกลัวตาย คนที่ตายส่วนใหญ่เกิดมาจากความคิดชั่ววูบทั้งนั้นแหล่ะ ประชดชีวิตประมาณนั้น ถ้าคิดได้ก็คงไม่ทำหรอก ก็ถูกที่บอกว่ามีทุน แต่ทุนที่ว่าก็คือทุนที่คุณต้องแบกภาระชดใช้คืนทั้งหมด ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ คือคุณคนที่ใช้ทุนเรียนจบออกมาคุณก็มีภาระหนี้ที่คุณต้องชำระคืนทุกปี เมื่อคุณมีงานทำแล้ว ทุนที่ได้ก็คือเงินที่คุณกู้มาใช้ก่อน ภาระการชำระเงินก็เป็นของคุณอยู่ดี อย่างค่าเทอมๆละ25000 เรียน4ปี 200000 คุณจบออกมาพร้อมหนี้สองแสนพร้อมดอกเบี้ยที่คุณต้องชดใช้ ชึ่งเงินส่วนนี้มหาลัยได้จากกยส.หรือกรอ.แล้ว พอคุณมีงานทำก็มาใช้หนี้ เพราะฉะนั้นมหาลัยยิ่งขึ้นค่าเทอมมาเท่าไหร่ภาระหนี้ของเด็กทุนก็เยอะเท่านั้น ดังนั้นควรแก้ที่ต้นเหตุว่าทำไมมหาลัยถึงได้เก็บค่าเทอมแพง เพราะออกนอกระบบเพื่อจะได้บริหารจัดการแสวงหาเงินเอง จะตั้งค่าเทอมหรือจำนวนที่รับเท่าใดก็ได้ สอบแอดมิดชั่นรับน้อย แต่เน้นรับภาคสมทบเยอะๆ  ตอนนี้มหาลัยรัฐก็เหมือนมหาลัยเอกชนดีๆนี่เองแต่อยู่ในคราบปกคลุมว่าเป็นมหาลัยรัฐ เอาไปช่วยคิดกันดูแระกัน
0
กำลังโหลด
KAo JiTLHON Member 23 พ.ค. 51 23:26 น. 9
เพิ่งสังเกตุเห็นอ่ะนะครับ ไม่ทราบว่าบทความนี้เป็นของนักจิตวิทยาหรือครับ
ผมไม่แน่ใจในส่วนของบุคคลที่ให้ข้อมูลอ่นะครับ คือเห็นชื่อกระทู้ตั้งไว้ว่าคำตอบของนักจิตวิทยา
อ่านแล้วน่าจะเป็นนักวิจัยนะครับ
0
กำลังโหลด
ZePhyrE Member 26 พ.ค. 51 19:03 น. 10
อย่างที่ความเห็นที่ 8 ล่ะค่ะ ส่วนตัวคิดว่า ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือในส่วนของทางมหาวิทยาลัยมากกว่า ผู้ใหญ่ที่เรารู้จักท่านหนึ่งทำงานเป็นข้าราชการในมหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งหนึ่ง ท่านบอกกับเราเลยว่า ช่วงปีหลังๆ ทางมหาวิทยาลัยเอากำไรกับนักศึกษาเกินควร คือ แค่จะมอบตัวเข้ามหาลัยต้องใช้เงินเลย ไม่ได้สนใจว่า เด็กจะซิ่วออกภายหลังหรือไม่ได้มาเรียน และที่สำคัญ เด็กกว่า 20% จะถูกรีไทร์ออกในปีที่ 2 โดยมีสาเหตุ 2 ประการคือ เกรดไม่ถึง กับ ไม่มีค่าลงทะเบียน และที่สำคัญค่าเล่าเรียนมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆด้วย พอฟังแล้วรู้สึกหดหู่ใจนะ โดยส่วนตัวเราเองแล้วต้องเรียน 6 ปี (เราเรียนทางสายวิทยาศาสตร์การแพทย์) ค่าเทอมก็สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในปีสุดท้ายนี่สิ ค่าเทอมต่อปี เป็น 75,xxx บาท เลย รู้สึกเกรงใจพ่อแม่มาก ทั้งๆที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเอกชนนะ ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเราคงไม่มีโอกาสได้เรียนแล้วด้วยซ้ำไป
0
กำลังโหลด
เครียดจนต้องตาย 20 มี.ค. 59 00:09 น. 11
เราเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดจบชีวิตเพราะไม่มีเงินจ่ายกยศ. ตอนนี้เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนก้อจะโดนยึดทรัพย์ แต่ตัวเราไม่มีทรัพย์ให้ยึดนะ มีแต่คนค้ำคือพ่อที่เสียชีวิตไปแล้วมีที่ดินที่รวมบ้านอยู่ด้วยซึ่งยังไม่ได้แบ่งแยกพ่อเอาไปค้ำประกันเงินกู้ให้พี่ชาย ยังไม่ได้ไถ่ถอน ทางกยศ.กำลังจะยึดขายทอดตลาด เราไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ทุกคนไม่มีบ้านอยู่ พี่ชายต้องเดือดร้อน และเราก้อไม่มีปัญญาจ่ายหนี้งงวดเดียวหมด150000บาท ทางกยศ.ไม่เจรจาไกล่เกลี่ยแล้ว ถ้าเราตายหนี้สินดังกล่าวจะโดนยกเลิก แม่ น้องสาว พี่ชาย รวมทั้งสามีและลูกของเราก็จะได้ไม่ต้องย้ายไปไหน พลี1ชีวิตเพื่อรักษาหลายชีวิต ถ้าเป็นไปได้อย่าคิดกู้กยศเรียนเลยนะค่ะ เงินต้น 70140. ที่เหลือเป็นดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ แค่อีกไม่กีีวันเราก้อคงต้องจบชีวิตแล้วเสียใจ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด