|
ถึงวันนี้ น้องหนูที่ร่ำเรียนระดับพื้นฐาน คือตั้งแต่ ม.6 ลงไปถึง ป.1 "Back to School" เรียบร้อยแล้ว คงเหลือแต่น้องหนู "น้องใหม่" ทั้งหลายที่จะเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยตั้งแต่ต้นเดือนนี้เป็นต้นไป การเป็นนักเรียนขั้นพื้นฐาน ไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้น ยกเว้นบางโรงเรียน เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งเปิดเรียนเฉพาะชั้น ม.ปลาย จะมีกิจกรรมที่เรียกว่ารับ "น้องใหม่" เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัย หลายปีที่ผ่านมา กิจกรรมรับน้องใหม่ของชาวมหาวิทยาลัยที่ผู้เรียนเข้าสู่วัยเริ่มแรกของการเป็นผู้ใหญ่ ระดับความรับผิดชอบย่อมต้องปรับเปลี่ยนไปตามอายุ และชั้นเรียน จากนักเรียนนุ่งกางเกงขาสั้น ผมรองทรง หรือสั้นเกรียน ต้องปรับเปลี่ยนสภาพไปเป็นนิสิตนักศึกษานุ่งกางเกงขายาว สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวหรือแขนสั้น และแทบทุกมหาวิทยาลัยสำหรับนิสิตนักศึกษาปี 1 ครั้งแรก ต้องแต่งเครื่องแบบให้ถูกต้องตามระเบียบ
ทั้งยังต้องมีรุ่นพี่ของมหาวิทยาลัย รุ่นพี่คณะที่เรียน และรุ่นพี่ "รหัส" มาคอยดูแลเอาใจใส่ โดยเฉพาะรุ่นพี่ที่คณะจะเข้มงวดกวดขันเป็นพิเศษ มีนักศึกษาอีกพวกหนึ่งที่พยายามจะปรับตัวเตรียมตัวเป็นผู้ใหญ่ แต่สถานภาพยังก้ำกึ่ง คือนักศึกษาอาชีวศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช. คือระดับมัธยมปลายเท่านั้น ยังไม่ได้ขึ้นสู่ระดับ ปี 1 ปริญญาตรี แต่มักจะมีกิจกรรม "รับน้องใหม่" เกิดเรื่องกันเป็นประจำ กิจกรรมรับน้องใหม่ เริ่มชิมลางขึ้นตั้งแต่นักเรียนรู้ผลการสอบ "แอดมิชชั่นส์" หรือผลการสอบเข้าเรียนคณะนั้นคณะนี้ ต้องไปมอบตัวกับมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับรุ่นพี่จะไปรอรับแล้วจัดการ "ต้อน" เข้าห้องเพื่อสร้างความคุ้นเคยและทำความรู้จักกันตั้งแต่วันแรกเปลี่ยนจากกางเกงขาสั้นเป็นขายาว ปีนี้เห็นว่าบรรดาผู้ใหญ่ไก่ "ไม่" เขี่ย ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต่างพูดคุยกันเป็นเสียงเดียวกันถึงเรื่องพิธีรับน้องใหม่ว่า แม้จะเป็นกิจกรรมของน้องนิสิตนักศึกษาที่ควรจะรับผิดชอบกันเองก็ตาม แต่ต้องขอให้อาจารย์ อาทิ รองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษาบอกกล่าวกับรุ่นพี่อย่าได้รับน้องด้วยสุรายาเมาเป็นอันขาด หลายปีที่ผ่านมา แทบจะทุกมหาวิทยาลัยมีบรรยากาศเรียกร้องไม่ให้รับน้องด้วยสุรายาเมา หรือเหล้าธรรมดาด้วยคำขวัญและคำเรียกร้องหลายประการ ซึ่งน่าจะได้ผลในระดับหนึ่ง แสดงถึงความรับผิดชอบของรุ่นพี่ที่มีหน้าที่รับน้อง ตั้งแต่นิสิตนักศึกษาชั้นปี 4 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแล นิสิตนักศึกษาปี 3 ที่เป็นเจ้าภาพรับน้อง และนิสิตนักศึกษาปี 2 ที่เป็นพี่เลี้ยงและผู้ช่วย พยายามไม่เอาเรื่องเหล้ายาปลาปิ้งเข้าไปให้น้องได้ลิ้มลอง หรือใช้เป็นเครื่องมือรับน้อง ซึ่งก็ยังได้รับความสนุกสนานและสร้างความประทับใจให้กับน้องทั้งหลาย แม้จะมีข่าวกระเส็นกระสายออกมาบ้างว่า สถาบันแห่งนั้นทารุณ หรือรับน้องแรงเกินเหตุเป็นเหตุให้น้องนิสิตนักศึกษาชายหญิงบางคนต้องได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างแรง เป็นข่าวออกมาสู่สาธารณะ มหาวิทยาลัยเริ่มเปิดภาคเรียนแล้ว น้องหนูรู้แล้วว่าได้เรียนที่ไหนกันบ้าง ขณะที่การรับน้องเริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอให้โชคดีโดยปราศจากแอลกอฮอล์ ส่วนบรรดาวิทยาลัยอาชีวศึกษาทั้งหลาย วันนี้สถานภาพของวิทยาลัยมิได้เป็นเพียงวิทยาลัยอาชีวะเช่นเมื่อก่อน เพราะเป็นสถาบันการศึกษาที่มีสถานภาพคาบเกี่ยวระหว่างสถาบันการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (มัธยมศึกษาตอนปลาย) กับระดับอุดมศึกษา (อนุปริญญาและปริญญาตรี) หมายความถึง นักเรียนที่สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นก็มีสิทธิเข้าเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) แล้วเรียนต่อ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเมื่อจบมัธยมปลายสายสามัญแล้วเข้าศึกษาระดับ ปวส. แล้วเรียนต่อปริญญาตรีได้ทันที เมื่อน้องหนูอาชีวะมีสถานภาพคาบเกี่ยวอย่างนี้ ขอให้รุ่นพี่ที่มีผู้ใหญ่ไก่ "ไม่" เขี่ย ตั้งแต่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาลงมาเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี จงปรับเปลี่ยนตัวเองเป็น "คนพันธุ์อา (R)" คอยดูแลรุ่นร้องให้ดี ด้วยผู้คนในสังคมเริ่มมองเห็นศักยภาพของน้องหนูออกมาในทางที่ดีขึ้นแล้ว โปรดทราบ |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชนพ |


40 ความคิดเห็น
พี่เหนื่อยแต่น้องเบื่อ แล้วพี่จะรับน้องไปเพื่อ........
อย่ากลัวเหนื่อยอย่ากลัวร้อน
..เราอ่ะชอบมากเลยรับน้อง ไม่มีสุราไม่มีความรุนแรง มีเกมมีเต้น มีพี่ที่ดูแลดีมากแล้วก็เพื่อนใหม่เต็มเลย
ทำให้พี่น้องรู้จักกัน และกล้าแสดงออก
สนุกดีออกรับน้อง ได้ทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำได้ ได้รู้จักมิครภาพทั้งระหว่างรุ่นพี่เองและเพื่อนด้วยกัน ได้รู้ว่าจริงๆแล้วรักสถาบันมากแค่ไหน
ไม่เคยเสียใจเลยที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ ถือว่าเป็นความประทับใจที่นึกถึงเมื่อไรก็มีความสุขทุกที
ถ้าใครรู้สึกว่ารับน้องแล้ว ลำบาก เหนื่อย น่าเบื่อ พอมาทำงานจะรู้ว่ายังมีสิ่งที่โหดกว่านั้นมาก
อยากไปรับน้องกะเค้ามั่งจัง
แต่พอดีอยุ่แค่ม.5
ยังมั่ยถึงวัย 55