|
ตอนนี้หลายๆมหาวิทยาลัยคงตีกลอง ร้องเพลงเชียร์ หรือรับน้องกันอยู่..แหม..น่าสนุกจริงๆ ขนาด พี่ลาเต้ ไม่ใช่วัยเฟรชชี่ยังอดไม่ได้ที่จะไปสนุกกับรุ่นน้องๆทุกครั้งไป...ไม่ได้แอ๊บเด็กนะเนี่ย แต่อยากไปจริงๆ..อิอิ.. วันนี้ พี่ลาเต้ เลยมีรับน้องรูปแบบใหม่ แต่ชื่อเก่าอย่างโครงการรักน้องจริง อย่าชวนน้องดื่มมาฝากกันครับ...งานนี้มีรุ่นพี่จากสถาบันต่างๆ มาบอกเล่ากิจกรรมรับน้องในส่วนสถาบันตัวเองอย่างคึกคัก ว่าแต่รุ่นพี่ๆเขาจะพูดอะไรกันนั้น ไป อัพเดท กันเลยครับ "รักน้องจริง อย่าชวนน้องดื่ม" เป็นสโลแกนการรณรงค์ในโครงการรับน้องปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ ปี 2551 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จับมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกลุ่มเครือข่ายภาคี ทำกิจกรรมนี้ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง นายประกิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารแผนฯ สสส. เล่าถึงการรณรงค์ว่า หลังจากจัดกิจกรรมรณรงค์โครงการรับน้องปลอดเหล้าต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ผลการสำรวจของเอแบคโพล พบว่า สถิติการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้น้องดื่มในการรับน้องในปี 2549 ลดลงเหลือร้อยละ 27.6 จากปี 2548 ที่สูงถึงร้อยละ 46.8 และสถิติการใช้บุหรี่ในการรับน้องปี 2549 ลดลงเหลือร้อยละ 8.2 จากปี 2548 ร้อยละ 8.6 ส่วนผลการสำรวจปี 2550 พบว่าโครงการรับน้องปลอดเหล้าช่วยลดความรุนแรงในการรับน้องได้ร้อยละ 81.3 ทำให้ตระหนักถึงโทษของเหล้าได้และอยากให้ผู้อื่นทำตามร้อยละ 76.1 และอยากให้กิจกรรมรับน้องไม่มีเหล้าและบุหรี่ถึงร้อยละ 92.5 นายประกิต กล่าวต่อว่า สำหรับ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใดดื่มแอลกอฮอล์ในมหาวิทยาลัย หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 18 ห้ามสูบบุหรี่ในมหาวิทยาลัย ยกเว้นที่ที่จัดไว้เป็นเขตสูบบุหรี่ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2,000 บาท ทั้งนี้ จากการสำรวจอนามัยและสวัสดิการ สำนักงานสถิติแห่งชาติ อัตราการดื่มแอลกอฮอล์ ในปี 2549 อายุระหว่าง 15-19 ปี ดื่ม 13.8 เปอร์เซ็นต์ อายุระหว่าง 20-24 ดื่ม 33.5 เปอร์เซ็นต์ และการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชากรไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ อัตราการสูบบุหรี่ ในปี 2550 อายุระหว่าง 15-18 ปี สูบ 7.25 เปอร์เซ็นต์ อายุระหว่าง 19-24 สูบ 21.27 เปอร์เซ็นต์
รศ.ดร.ไกรวุฒิ เกียรติโกมล รองประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า กิจกรรมรับน้องนับเป็นกิจกรรมที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง และช่วยให้น้องปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ ยังส่งผลให้เกิดความสามัคคี มีระเบียบวินัย ความภาคภูมิใจในสถาบัน และมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดังนั้น ศธ.ได้มีมาตรการดำเนินกิจกรรมรับน้องใหม่ไว้อย่างชัด เจน เช่น องค์กรนิสิตนักศึกษาที่จะจัดกิจกรรม ต้องทำรายละเอียดโครงการ เพื่อเสนอขออนุมัติจากสถาบันกิจกรรมที่จัดต้องมีลักษณะสร้างสรรค์ สร้างความอบอุ่น มีความสุข อยู่ในกรอบวัฒน ธรรมประเพณีและมารยาทที่สังคมยอมรับ รวมทั้ง เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้ามาสังเกตการณ์การจัด กิจกรรม เป็นต้น ด้าน นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช.ศึกษา ธิการ กล่าวว่า ศธ. เป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลในเรื่องนี้ พร้อมจะสนับสนุน และประกาศเป็นนโยบายให้สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เป็นสถานศึกษาที่ปลอดอบายมุขทุกชนิด ทั้งนี้ ศธ.ได้ขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัย ต่างๆ ให้ช่วยดูแลกวดขันอย่างเข้มงวดในการรับน้องใหม่ หากพบว่ามีมหา วิทยาลัยใดปล่อยปละละเลยมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบ สำหรับบทลงโทษทางมหาวิทยาลัยมีกฎระเบียบอยู่แล้ว นอกจากนี้ ในส่วนของท่าเต้นนั้น ก็ควรที่จะเต้นด้วยความสุภาพเรียบร้อยและควรที่จะยึดขนบธรรมเนียมประ เพณีไทยเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม มีบางมหาวิทยาลัยที่อนุญาตให้ผู้ปกครองสามารถเข้าไปสังเกตการณ์ได้ สําหรับกิจกรรมการเปิดตัว "รักน้องจริง อย่าชวนน้องดื่ม" ในปีนี้เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้รวมพลเอาเฟรชชี่หน้าใสจากรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องปีต่างๆ เข้าร่วมรณรงค์กันอย่างคับคั่ง ทำเอาลานเอ็มบีเค อเวนิว ศูนย์การค้า เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ แน่นขนัดไปเลยทีเดียว หนุ่มหน้าใสจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาคณิตศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ "ป๊อป" หรือ นายศิวพงศ์ เรืองกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 พูดถึงโครงการรับน้องปลอดเหล้า ปี 2551 นี้ว่า "โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากครับ และจะต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ด้วยครับ เพราะโดยปกติสังคมไทยเป็นเมืองพุทธอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องรับน้องแบบ โหด หรือ ดุดัน แบบต่างประเทศก็ได้ การรับน้องในอดีตที่ผ่านมา มีทั้ง เหล้า บุหรี่ มันเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม ตามความคิดของผมเหล้าและบุหรี่กลายเป็นเรื่องล้าหลังที่ควรจะให้หมดไปจากประเทศไทย การรับน้องไม่จำเป็นต้อง มีเหล้า มีบุหรี่ หรือตะโกนโวยวาย อย่างพี่ว้าก แค่พอเข้าไปปีหนึ่ง มีรุ่นพี่ พูดจาดีๆ คอยให้คำปรึกษา ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องกิจกรรม ผมว่าแค่นี้น้องๆ ในปีหนึ่งคงรู้สึกดีแล้วครับ" ส่วนคู่หู 2 สาวคนเก่ง จากรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม "แป้ง"เกวลี ภู่เล็ก และ "หญิง"ปาริชาติ สีเมฆ ก็ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับการรับน้องปลอดเหล้า-บุหรี่ ว่า "กิจกรรมรับน้องเป็นประเพณีที่มีความสำคัญต่อทุกๆ มหาวิทยาลัย และถือเป็นความประทับใจและความทรงจำที่ดีแก่ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง จึงอยากจะให้ทุกคนรักษาประเพณีดีงามเหล่านี้ไว้ อย่างที่มหาวิทยาลัยของแป้งเอง เมื่อปีที่แล้วก็จัดแบบเน้นความสามัคคี ความมีน้ำใจ เคารพรุ่นพี่ ส่วนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่มีรุ่นพี่ที่เป็นผู้ ชายค่อนข้างเยอะ แป้งก็กลัวอยู่ แต่โชคดีค่ะที่มีพี่รหัสคอยให้คำปรึกษาเรื่องเรียนและการใช้ชีวิต รวมทั้งให้หนังสือเรียนด้วย ก็อยากจะฝากว่า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆก็ตาม ไม่ดีทั้งนั้นค่ะ" มาต่อกันที่รุ่นพี่ปี 4 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เอกรัฐประศาสนศาสตร์ ที่ควบตำแหน่งนายกองค์การนักศึกษาในปีนี้ด้วย "โต๋" นายวิริยะ อ่อนรอด เล่าถึงโครงการรับน้องปลอดเหล้าที่จะจัดขึ้นในมหาวิทยาลัย ให้ฟังว่า "ปีนี้ผมเริ่มกิจกรรมด้วยการเรียกตัวแทนแต่ละคณะมาประชุมเพื่อกำหนดขอบเขตของการรับน้อง และมีการจัดอบรมแกนนำนักศึกษาด้วย เพื่อให้เข้าใจถึงโครงการรับน้องปลอดเหล้า ปี 2551 ก็มีกิจกรรม อาทิ เดินขบวนรณรงค์ให้ลดการดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งไม่เพียงแต่ลดการดื่มในมหาวิทยาลัย แต่เราจะเดินขบวนรณรงค์ ชุมชนรอบๆ รวมทั้งลดการสูบบุหรี่ในมหาวิทยาลัยและที่สาธารณะด้วยครับซึ่งเมื่อปีที่แล้วผมมีส่วนร่วมในโครงการรับน้องปลอดเหล้าด้วย แม้ว่าจำนวนนักศึกษาที่จะดื่มก็ลดน้อยลง แต่ปีนี้ผมจะไม่ให้มีในมหาวิทยาลัย ผมเลยครับ" ปิดท้ายที่ นายบุญฤทธิ์ รัตนสุภา ซึ่งปัจจุบันกำลังศึกษาในคณะวิทยาการจัดการ โปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์ ปีที่ 4 ประธานสภานิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยได้รับรางวัลรองชนะ เลิศ จากการร่วมประกวดในโครงการรับน้องปลอดเหล้าของ สสส. ในปีที่ผ่านมาเล่าให้ฟังว่า "กิจกรรมโครงการรับน้องปลอดเหล้า ปีที่ผ่านมา ที่รุ่นพี่ได้เสนอนั้น ปีนี้ก็ได้มีการจัดต่อมาเป็นปีที่ 2 คือ การประชุมผู้ปกครอง ปฐมนิเทศ และที่สำคัญในการรับน้องใหญ่ ที่จะจัดขึ้นทั้งมหาวิทยาลัยเลยครับ เราก็ได้มีการเรียกประชุม ตัวแทนแต่ละคณะและมีการประกาศและกระจาย ข่าวให้ทราบถึงทิศทางในการรับน้องโดยปราศจากเหล้า บุหรี่และอบายมุขต่างๆ ด้วยครับ และกิจกรรมไฮไลต์ คือการบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งทางมหาลัย เราได้จัดติดต่อกันมาตั้งแต่อดีต ซึ่งผลที่ตามมาและการตอบรับที่ได้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่าง มากเลยทีเดียว" |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดพ |


0 ความคิดเห็น