|
ประเทศไทยเราเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ชาวต่าชาติเลือกที่จะเข้ามาเรียนกันเยอะนะครับ..เพราะเขามองว่าเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมสวยงาม และบ้านเมืองสงบ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็เตรียมทำหลักสูตรนักศึกษาแลกเปลี่ยนกันเต็มที่ ล่าสุดทางมหาวิทยาลัยนเรศวร ก็ส่งเสริมเรื่องนี้เต็มที่ โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศภูฏาน ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ไป อัพเดท กันเลยครับ รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) กล่าวว่า ประเทศภูฏานเป็นประเทศที่ประกาศว่าจะไม่สนใจจีดีพี (Gross Domestic Product หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ)แต่จะสนใจจีดีเอช (Gross Domestic Happiness หรือความสุขรวมภายในประเทศ) แทนประเทศภูฏานและประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีในระดับรัฐบาลและประมุขของประเทศ ทั้งสองประเทศมีความเหมือนกันในด้านศาสนาและวัฒนธรรม สาธารณสุขและการศึกษา
ทั้งนี้คณะผู้บริหาร มน.ยังเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์กับกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศภูฏาน โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในเวลา 10 ปี จนถึงปี 2558 มน.จะจัดสรรทุนการศึกษาให้นิสิตภูฏานปีละ 6 คน หลักสูตรปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ พร้อมจัดทุนอบรมภาษาไทยฟรี (ฟัง พูด อ่าน เขียน) เป็นเวลา 1 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเรียนเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันมีนิสิตประเทศภูฏานเข้ามาศึกษาที่มน.รวมทั้งสิ้น 33 คน โดยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน มน.จัดพิธีปฐมนิเทศนิสิตใหม่รศ .ดร.มณฑล กล่าวต่อว่า แผ่นดินภูฏานมิได้เป็นเพียงสมบัติของชาวภูฏานเท่านั้น แต่ยังเป็นสมบัติของคนทั้งโลก เป็นแหล่งรวมอารยธรรม ธรรมชาติบริสุทธิ์อันน่าตื่นตาตื่นใจและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่แวดล้อมหมู่บ้าน วัดวาอารามธงภาวนา และกงล้อภาวนาจำนวนนับไม่ถ้วน" บรรดาประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัย มีภูฏานเป็นประเทศเดียวที่ยังรักษาอธิปไตยของตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่นและเด็ดเดี่ยว เช่นเดียวกับวัฒนธรรมไทยที่เหมือนกันตรงที่ผู้คนส่วนใหญ่มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างมีรอยยิ้มที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ ทุกคนคือพี่น้องร่วมโลก สมควรต้องคอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันสู่ดินแดนแห่งความสุขแห่งนี้" รศ.ดร.มณฑล กล่าวเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจมากเลยนะครับ ต่อไปนี้ชาวนิสิตนเรศวรคงได้เพื่อนใหม่เป็นชาวภูฏานเยอะแน่เลยครับ...อิอิ... |
|
พพี่ลาเต้ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกพ |


3 ความคิดเห็น
อยากรู็จักนักศึกษาภูฏานมาก ทำไงดีครับ