|
สวัสดีค่ะน้อง ๆ dek-d.com ... พอกับพี่เหมี่ยวอีกครั้งในวันแรกของสัปดาห์นะคะ สำหรับ "อัพเดทข่าวไลฟ์สไตล์" ในเช้าวันนี้เพื่อเป็นการร่วมรณรงค์ในเดือนของการรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงต่อสตรี พี่เหมี่ยวก็ขอนำข่าวดี ๆ เกี่ยวกับพระกรณียกิจของ "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา" ในบทบาทของ "ทูตสันถวไมตรี" ของกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเฟม เพื่อรณรงค์ในประเด็นการหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง ค่ะ
สำหรับบทสัมภาษณ์พิเศษในครั้งนี้ "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา" ได้ทรงประทานสัมภาษณ์ไว้ในรายการเจาะใจ ของบริษัท เจเอสแอล โดยรายการจะออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา 22.25 น. ทางททบ. 5

ส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ที่พระองค์หญิงได้ทรงประทานไว้ กล่าวถึงเรื่องชีวิตการทรงงานในหน้าที่ "ทูตสันถวไมตรี" ของกองทุนยูนิเฟม ว่า
"ที่ทำให้ตัดสินใจมาเป็นทูตของยูนิเฟม มองเห็นว่าเรื่องความรุนแรงต่อสตรีเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสังคมไทย ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสังคมใดๆ เพราะความรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อเกิดผลกระทบที่สูญเสียมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรบุคคล ทรัพยา กรทางเศรษฐกิจ จิตใจ ความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติบ้านเมือง ความรุนแรงต้องยุติ และมีการรณรงค์ให้สังคมยอมรับว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงและมีหนทางแก้ไข การศึกษาขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย และแม้แต่สังคมช่วยดูแลกันเอง
จริงๆ แล้วโครงการนี้มองถึงความรุนแรงต่อสตรีในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย การฆ่ากันตาย การข่มขืน รวมไปถึงการคุกคามทางด้านจิตใจ สติปัญญา การกดขี่ข่มแหงในด้านอื่นๆ ประเด็นหนึ่งที่สำคัญในประเทศไทยคือความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งอาจจะเป็นกรณีสามีทำร้ายภรรยา พ่อแม่ทำร้ายลูก บางทีมักจะเป็นปัญหาที่มองไม่เห็นจากบุคคลภายนอก และหาทางแก้ไขเยียวยาได้ยาก ส่วนนี้จะมาสอดรับกับพระราชบัญญัติความรุนแรงในครอบครัวที่มีการประกาศใช้ได้มาครบรอบหนึ่งปีแล้วที่จะเข้าไปจัดการปัญหาความรุนแรงในครอบครัวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และหวังว่าให้เป็นหนทางเยียวยาแก้ไขและสมานฉันท์ปรับปรุงให้มีความสามัคคีกันได้มากขึ้น"
และนั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้เกิดโครงการ "หนึ่งเสียงของท่าน ช่วยยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง"
พระองค์หญิงทรงกล่าวถึงกิจกรรมแรกในโครงการนี้ว่า "สำหรับโครงการแรกคือการรวบรวมลายเซ็นของผู้ที่มีความตั้งใจทั้งหลายที่จะสนับสนุนโครงการนี้ อย่างที่ปรากฏในโปสการ์ด ในเว็บไซต์ ที่หลายท่านร่วมออกเสียงกันไปแล้ว การออกเสียงคือการแสดงจุดยืนอันมั่นคงว่าในสังคมไทยเราไม่ต้องการความรุนแรงต่อสตรีไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดๆ
โดยทางส่วนตัว คิดว่าปัญหานี้น่าจะเริ่มแก้ไขกันจากขั้นพื้นฐานของจิตใจ คือเริ่มจากการศึกษา การปลูกฝังภายในบ้านว่าการทำความรุนแรงต่อผู้อื่นนั้นจริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นสตรีหรือไม่ก็เป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดปัญหาทั้งตนเองและผู้อี่นในระยะยาว
อยากจะขอความร่วมมือของประชาชนทุก ๆ คนให้ตระหนักถึงปัญหา อย่านิ่งดูดายกับปัญหา ไม่ว่าจะสิ่งเล็กน้อยประการใดที่จะช่วยกันได้ ปลูกฝังจิตสำนึกดี ๆ ต่อกันได้ก็อยากจะเริ่มจากตรงนั้นก่อน บางทีอาจจะมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในทางวิชาการ ในแง่มุมไม่ว่าจะเป็นกฎหมายและในทางสังคมศาสตร์ เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวอย่างยั่งยืนต่อไป"
ในรายงานดังกล่าว พระองค์ภาทรงประทานสัมภาษณ์ถึงการทรงงานในฐานะอัยการที่จังหวัดอุดรธานีอีกด้วย

"ถ้ารวมเวลาทั้งหมดรับราชการเป็นอัยการมาได้เป็นระยะเวลาสองปีแล้ว เข้ามาในระยะเริ่มแรกก็จะอยู่ในตำแหน่งอัยการผู้ช่วยก่อน พูดง่าย ๆ ก็คือ เทรนนี่ เด็กฝึกงานนั่นเอง มีหลักสูตรการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ พอครบหนึ่งปีก็ถือว่าได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นอัยการเต็มตัว แล้วก็จะมีการส่งไปรับราชการตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ในรุ่นเดียว กันที่อบรมคือรุ่น 39 จะมีรวมตัวเองเป็น 60 คน กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศไทย ณ ขณะนี้
ที่อุดรฯ ก็เพิ่งไปอยู่ตั้งแต่เมษายนปีนี้ อยู่ได้ 6-7 เดือนแล้ว ทำงานจันทร์-ศุกร์ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ บางทีก็อยู่ที่โน่น ถ้าไม่มีงานอะไรก็ไม่ได้เข้ามากรุงเทพฯ จะเข้ากรุงเทพฯ ก็เข้ามางาน เข้ามาหาเพื่อนฝูงบ้าง
ลักษณะงานเป็นงานที่เคยทำมา จะอยู่ในสำนักงานอัยการส่วนของจังหวัด จะเป็นคดีที่มีโทษสูงเกินกว่าสามปีขึ้นไป คดีจะหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฆ่า พยายามฆ่า ข่มขืน คือคดีอาญาทั่วไปตามปกติ และคดียาเสพติด ส่วนหนึ่งก็เป็นคดีตามพ.ร.บ. ต่างๆ เช่น พ.ร.บ.ป่าไม้
สไตล์การทำงานขึ้นอยู่ว่าพยานเป็นใคร เป็นคดีลักษณะไหน ถ้าเป็นคดีที่ใช้ความนุ่มนวล เช่น ผู้เสียหายอายุน้อย หรือเป็นคนที่มีจุดอ่อน เป็นสตรีที่ถูกทารุณกรรมทางเพศก็คงจะเบาๆ กับเขานิดหนึ่ง แล้วแต่ลักษณะคดี
ความประทับใจในการทำงานคงเป็นเรื่องของคดีไปอยู่ต่างจังหวัด เขาพูดภาษาถิ่น ก็อาจจะมีความพยายามในการเข้าใจเขาพอสมควร แต่เดี๋ยวนี้ก็เข้าใจเขาและชินมากขึ้น"
ถึงแม้พระองค์จะดำรงพระยศ พระเจ้าหลานเธอฯ แต่พระองค์ภาทรงใช้ชีวิตเรียบง่าย ที่พักเป็นเรือนพักรับรองของกองทัพอากาศ พักอยู่ในเขตกองบิน 23 ติดสนามบิน ไม่ไกลจากสำนักงานมาก ตรัสว่าขับรถไปห้านาทีก็ถึงแล้ว สบายทีเดียว สะดวกมาก น้ำไหล ไฟสว่าง
"ชีวิตที่โน่นนอกจากทำงาน ก็ไปวิ่ง ขี่จักรยาน ร่วมงานกับเพื่อนๆ ในสำนักงาน ไปเที่ยวจังหวัดใกล้เคียง"
เมื่อผู้ดำเนินรายการทูลถามถึงความสะดวกสบายในการดำรงชีวิตว่า แตกต่างจากในวังหรือไม่นั้น พระองค์ภาตรัสว่า "เท่าที่มีอยู่ก็มีความสุขมากทีเดียว"
จากส่วนหนึ่งของการประทานสัมภาษณ์พิเศษของพระองค์หญิงในครั้งนี้ ทำให้เราซึ่งเป็นเยาวชนชาวไทยได้เห็นถึงตัวอย่างในการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย พอเพียง และความทุ่มเทเอาใจใส่ให้กับการทำงานร่วมถึงหน้าที่ในการดูแลประชาชน ...
พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดค่ะ |
11 ความคิดเห็น
ท่านเก่งจริงๆ ^^
คือ เป็นที่รักของประชาชนชาวไทย
ท่านน่ารักจริงๆ
มิวะได้ไปปั่นจักรยานกับพระองค์ด้วยอ่ะ = =''
ไม่เห็นท่านเลยสงสัยไม่มีบุญ
แต่ก็มองไม่เห็นหรอก จะปั่นตามเพื่อนยังไม่ค่อยทันเลย
คนเยอะมากกก
แต่ไม่เห็นเพราะอยู่หลังสุด(บุญไม่ถึง)
แต่วันลอยกระทงท่านไปที่บึงไม้หอม
ที่เดียวกัน เห็นพอดี
^^
เป็นแบบอย่างที่ดี ของปวงชนชาวไทย
พระองค์ท่านน่ารักมากจริงๆค่ะ