|
สวัสดีวันเด็กแห่งปีวัวไฟคร๊าบ..ไปดูมาแล้ว ไปดูมาแล้ว พี่ลาเต้ และ พี่มิ้งค์ สองคอลัมนิสต์สุดหล่อ[พ่อไม่รวย]แห่งเว็บไซต์เด็กดีดอทคอมไปดูภาพยนตร์ที่รอคอยอย่าง "ความสุขของกะทิ" มาแล้วครับในรอบสื่อมวลชน.. แต่ก่อนอื่นต้องบอกว่า พี่ลาเต้ เองไม่เคยอ่านหนังสือ "ความสุขของกะทิ" มาก่อน..ขณะเดียวกันเพื่อนซี้ตีสองอย่าง พี่มิ้งค์ ได้เคยอ่านมาแล้วบ้างในบางครั้ง..ซึ่งอยากจะบอกว่า คนที่เคยอ่าน กับคนที่ไม่เคยอ่าน พอได้มาดูภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมกันแล้ว จบออกมาคนละอารมณ์กันเลยครับ..จะเป็นอย่างไรไปอ่านดูครับ..
ความสุขของกะทิ เป็นเรื่องราวของ "กะทิ" เด็กหญิงวัย 9 ขวบที่กำลังจะต้องสูญเสียแม่ ซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง แม่รู้ตัวดีว่าไม่สามารถเลี้ยงดูกะทิได้ จึงฝากกะทิให้ตากับยายเลี้ยง กะทิเติบโตมาด้วยความรักของตาและยาย มีชีวิตอย่างสุขสบายในบ้านหลังน้อยริมคลองอันอบอุ่น แต่ในความสุขก็มีความเศร้า เพราะในชีวิตที่สุขสงบนี้ กะทิกลับต้องเผชิญประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ต้องสูญเสียแม่ไปอย่างไม่มีวันกลับ.. ภาพยนตร์เรื่องนี้ 40 นาทีแรกจากเริ่มฉาย พี่ลาเต้ ให้คะแนนเต็ม 100 แต้ม เพราะมีการเริ่มต้น และเล่าเรื่องได้น่าติดตาม ทุกคนจะสนุกสนานไปกับ เด็กหญิงกะทิ ในภาพนักเรียนชั้นประถม ขณะเดียวกันเพื่อนฝูง รุ่นพี่ และคุณครูของกระทิ ก็ทยอยออกมาสร้างสีสัน และรอยยิ้มให้คนในโรงภาพยนตร์ได้ไม่น้อย.. ช่วงเวลา 40 นาทีแรกนี้คนดูจะได้เห็นความน่ารักตัวละครเอกอย่าง "กะทิ" ความแซนแก่นแอบซ่าของเพื่อนๆร่วมโรงเรียนของกะทิ วิธีชาวบ้านของครอบครัวกะทิ ที่ถ่ายทอดซะจนอยากจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดซะเลย และที่สำคัญความสนุกสนานในชีวิตเด็กต่างจังหวัดที่ พี่ลาเต้ เชื่อว่าเด็กกรุงเทพฯหลายๆคนคงไม่มีโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้แน่นอน..
ถัดจาก 40 นาทีต่อมาอารมณ์ของเนื้อเรื่องเริ่มบีมคั้นมากขึ้น โดยจะเข้าสู่เนื้อหาบทบาทของแม่กะทิ ที่ต้องป่วยหนักชนิดสาหัส เสียงหัวเราะในโรงหนังเริ่มจางหาย กลับกลายเป็นสายตาที่จ้องจออย่างไม่กระพริบ..โดยเฉพาะฉากคำพูดที่แม่ของกะทิ บอกสาเหตุออกมาว่า "ทำไมถึงไม่อยู่กับกะทิ.." ซึ่งสร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับคนที่ไม่รู้เนื้อเรื่องอย่าง พี่ลาเต้ ได้มากทีเดียว... ฉาก[เกือบจะ]เรียกน้ำตาของภาพยนตร์เรื่องนี้ พี่ลาเต้ ขอยกให้ฉากกะทิวิ่งร้องไห้ ขณะที่ไปเยี่ยมแม่ที่ริมชายหาด ซึ่งเป็นเวลากว่า 5 นาทีเต็ม ที่คนดูจะได้สัมผัส จดจำเสียงร้องไห้ และความรู้สึกอารมณ์ของกะทิในขณะนั้น..ต้องบอกว่าร้องไห้ออกมาได้ธรรมชาติ และเศร้ามากๆ.. ตัวละครที่สร้างความฮาเรียกรอยยิ้มในภาพยนตร์เรื่องนี้ คงต้องยกให้กลุ่มเพื่อน 3 สาวของกะทิที่แม้จะเด็กไปหน่อย แต่ความคิดความอ่านไปไกลจริงๆ และรุ่นพี่คนสำคัญ "ป้อมยักษ์" ที่ปรากฏตัวเมื่อไหร่ ยังไม่ทันพูดอะไร คนดูก็เตรียมไปอ้าปากหัวเราะได้ทันที..
ตัวอย่างภาพยนตร์ ความสุขของกะทิ [เพลงเพราะมากๆ] ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะไม่ตื่นเต้นเหมือนภาพยนตร์แนวผี แต่ต้องบอกว่าน่าติดตาม เพราะคนดูจะอยากรู้ว่าจะตายยังไง จะเป็นยังไง แล้วจะเกิดอะไรต่อไป อารมณ์ของคนดูคือเรื่อยๆ ไม่น่าเบื่อ หรือน่าตื่นเต้นจนเกินไป..อีกสิ่งหนึ่งที่อดที่จะชมเชยไม่ได้นั้นก็คือ "ภาพ" ที่สวยงามมากๆ ไม่มีสะดุดอารมณ์แม้แต่ฉากเดียว แม้กระทั่งฉากตำพริก ขูดมะพร้าว ก็เติมเต็มได้อย่างสวยงามจริงๆ ความสุขของกะทิ จะดำเนินต่อไปให้น้องๆได้ไปค้นหากันในโรงภาพยนตร์ ว่ามันคืออะไร..แต่ความสุขของคนดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งคนที่รู้เนื้อเรื่องมาก่อนอย่าง พี่มิ้งค์ และไม่รู้เนื้อเลยอย่าง พี่ลาเต้ คือ..ได้ดูภาพที่สวยงาม อารมณ์ขันของเด็กๆ อารมณ์เศร้าของการสูญเสีย และอารมณ์ความรู้สึก ความน่าอยู่ของเมืองไทยในวิถีชีวิตคนต่างจังหวัดครับ.. 5 ฉากเด็ด ให้ติดตามในภาพยนตร์เรื่องนี้.. - ฉากการปรากฏตัวของตัวละครชื่อ "ป้อมยักษ์" พร้อมอุปกรณ์ในมือของเขา.. - ฉากเพื่อนๆกะทิยกมือตอบคำถามคุณครู [เน้นเฉพาะนักเรียนชาย 2 คนแรก..] - ฉากในสนามบอล ที่เพื่อนกะทิที่เป็นผู้รักษาประตูเกิดอุบัติเหตุ จนต้องเปลี่ยนให้กะทิไปเล่นแทน.. - ฉากกะทิวิ่งร้องไห้ริมชายหาด..จนกระทั่งไปเจอสัตว์ตัวหนึ่ง.. - ฉากเหตุการณ์เชือกโยงเรือ หลุดจากมือแม่ของกะทิ.. |
ไปดูมาแล้ว "ความสุขของกะทิ"
พี่ลาเต้ ขอขอบคุณ สหมงคลฟิลม์ ที่เอื้อเฟื้อที่นั่งภาพยนตร์ในครั้งนี้ครับ..




60 ความคิดเห็น
อยากดูจังเลย น่าดูดี
น้องพลอยน่ารักมาก =)
เคยอ่านแต่ในหนังสือ ยังมะได้ดูเปงภาพยนตร์เลย



น้องพลอยน่ารักดีนะ
อยากดูจ้าา า
อยากไปดู เป็นหนังบ้างงง
น้องพลอย น่ารักจริงๆครับ..ส่วนน้องคนที่เล่นเป็น "ทอง" ก็หล่อน่ารักเหมือนกัน..ท่าทางจะอนาคตไกลทั้ง 2 คนเลย..น้องๆที่ไปดูมาแล้ว อย่าลืมมาเล่าให้ฟังด้วยนะคร๊าบ..ว่าชอบฉากไหนมากที่สุด..
ซึ้งตังแต่อ่านหนังสือแล้ว
เป็นเรื่องที่น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ
อยากให้รีบสร้างภาคสองเร็ว ๆ
น้องเค้าน่ารักมาก ..>.<
อยากดูๆๆๆๆ
อยากได้ดูมากๆเลย
เคยอ่านจากหนังสือ
ซึ้งมากมาย
T^T
และก็ชอบน้องพลอย มากๆด้วย
พี่ลาเต้คะ....นั่นมันน้องปลาหมึกนี่นา

ดูท่าทางน้องเค้าสูงน่ะเนี่ย
น่าจะสนุก และน่ารักมากแน่ๆ
เราชวนเพื่อนเราไปดูไม่มีใครอยากดูเลย
แต่เราจะต้องไปดูให้ได้ !!