|
เซอร์ โฮเวิร์ด สตริงเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานบริษัท โซนี่ คอร์โปเรชั่น กล่าวว่า ความมุ่งมั่นในการปฏิรูปโซนี่ และหลอมรวมความเป็นเลิศในเชิงอิเล็กทรอนิกส์ บันเทิง และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันเพื่อผู้บริโภคทุกครัวเรือนนั้น สิ่งที่สำคัญยิ่งก็คือการผสมผสานทุกส่วน รวมทั้งแบรนด์เมสเซจที่เป็นหนึ่งเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นการจุดประกายจิตวิญญาณแห่งความริเริ่มสร้างสรรค์ให้แก่พนักงาน และผลิตภัณฑ์ให้กลับคืนมาอีกครั้ง make.believe จะสร้างความแตกต่างระหว่างโซนี่กับคู่แข่งซึ่งมีอยู่มากมาย และจะสร้างแรงบรรดาลใจให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลกในการยอมรับในความเป็นโซนี่ด้วย Believe คือความเชื่อ สื่อความหมายถึงความคิด และอุดมคติของโซนี่ อันเป็นความสามารถในการคิด จินตนาการ และความฝัน ในขณะที่ make หรือการสร้างสรรค์ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพขององค์กรอันโดดเด่นเฉพาะตัว ในการถ่ายทอดความคิดสู่ความเป็นจริง หรือรูปธรรม ส่วน dot หรือจุด คือจุดบรรจบของแรงบรรดาลใจและความสร้างสรรค์ และยังเป็นจุดบรรจบของการสร้างสรรค์ และความจริงอันเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แทนบทบาทของโซนี่ในการนำเอาจินตนาการมาสรรค์สร้างให้กลายเป็นจริงขึ้นมา make.believe จะพิสูจน์ตัวเองให้เห็นได้จากเหล่าผลิตภัณฑ์อันล้ำหน้า เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ไปจนถึงเนื้อหาที่สดใหม่ และบริการเครือข่ายที่จะนำพาผู้บริโภคไปสัมผัสกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เร็วๆ นี้ ข้อความ make.believe จะถูกใช้ในงานโฆษณา สื่อส่งเสริมการขาย สปอนเซอร์ทางด้านกีฬา บรรจุภัณฑ์ หน้าร้าน เนื้อหาข้อมูลบนออนไลน์ และ สื่ออื่นๆ อีกมากมายทั่วโลก โดยเริ่มตั้งแต่งาน IFA ในกรุงเบอร์ลิน และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่อเมริกาเหนือในงาน CES เดือนมกราคม 2553 นี้ค่ะ นอกจากนี้ ในงานแถลงข่าวครั้งล่าสุดที่จัดขึ้น ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี โซนี่ก็ได้แสดงตัวอย่างของการใช้ make.believe ผ่านผลิตภัณฑ์ และการบริการต่างๆ ด้วย...
และในไม่ช้า พี่จูนก็เชื่อว่าน้องๆ ชาว Dek-D.com และทุกๆ คนจะติดหูติดตากับคำว่า make.believe กันมากขึ้น และก็จะได้ร่วมกันพิสูจน์ด้วยว่าคีย์เวิร์ดที่โซนี่ใช้นี้จะครอบคลุมบทบาทของโซนี่ได้ครบถ้วนอย่างที่บอกหรือไม่ ตามหลักกาลามสูตรไงคะ อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา... พี่จูนขอท้าให้น้องๆ ลองพิสูจน์เองค่ะ ^^
|


0 ความคิดเห็น