|
มลพิษในอากาศเป็นอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวเรา อย่างที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ... โดยเฉพาะที่ภายในเขตเมืองหลวงที่มีการจราจรที่คับคั่ง บวกกับควันพิษที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้ในหนึ่งวัน เราสูดเอาสารพิษที่ตกค้างอยู่ในอากาศเข้าไปมากมาย และเมื่อสะสมไว้เป็นเวลานานทำให้สามารถเกิดโรคร้ายขึ้นได้โดยที่บางครั้งเราเองก็ไม่ทราบสาเหตุ
และเพื่อให้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการได้รับสารพิษในอากาศ วันนี้ "เตือนภัยเด็กดี" พี่เหมี่ยวก็มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับมลพิษทางอากาศมาฝากน้องๆ Dek-D กันค่ะ
น้องๆ Dek-D ทราบรึเปล่าคะว่า คนเรานั้นหากขาดอากาศหายใจเพียง 3 นาที ก็อาจทำให้เราตายได้ ...

ในหนึ่งวันเราหายใจสูดเอาอากาศเข้าและออกประมาร 20,000 ครั้งต่อวัน และเมื่อนำมาเปรียบเทียบแล้วพบว่าในหนึ่งวันนั้นมีอากาศเข้าไปในปอดของเราถึง 12,000 ลิตร หรือเท่ากับ 3,000 แกลลอน (น้องๆ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าในอากาศมีมลพิษอยู่มาก เราจะต้องสุดเอาควันพิษเข้าไปในร่างกายเท่าไหร่?)
สิ่งที่น่าตกใจคือ มีผลจากการสำรวจพบว่าคนทั่วโลกเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรจากมลพิษทางอากาศปีละถึง 2,400,000 คน สำหรับคนไทยมลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพคิดเป็นมูลค่าความเสียหายถึง 5,866,000,000 บาทต่อปี ซึ่งจากผบกระทบที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพจิตดังกล่าวนั้น ทำให้ในปี 2551 กรมควบคุมมลพิษได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางอากาศมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ เทียบสัดส่วนได้ถึง 67% ของการร้องเรียนเรื่องมลพิษอื่นๆ
|
ทั้งนี้มีข้อมูลเปรียบเทียบที่น่าสนใจเกี่ยวกับปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ... สำหรับในกรุงเทพฯ มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยคนละ 7.3 ตันต่อปี ในขณะที่คนนิวยอร์กปล่อย 7.1 ตันต่อปี และคนลอนดอน 6.9 ตันต่อปี (ในกรุงเทพฯ นั้นการจราจรเป็นต้นเหตุการปล่อยคาร์บอนของคนกรุงเทพฯ ถึง 40%) นอกจากนี้สารฟอร์มาลดีไฮด์ (สารที่เกิดจากการเผาไหม้และอาจทำให้เป็นมะเร็ง) ริมถนนหลายสายในกรุงเทพฯ มีค่าสูงเกินมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาถึง 5 เท่า และสูงกว่าในเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น และเมืองออนแทริโอ ประเทศแคนาดา 3-5 เท่า |
ส่วนอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากมลพิษในอากาศนั้น โรคระบบทางเดินหายใจเป็นสาเหตุการป่วยไข้อันดับที่ 1 ของประเทศไทย โดยมีการสำรวจพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจถึง 44% ส่วนสารระเหยเบนซินที่องค์การอนามัยโลกระบุว่าคนไม่ควรจะสูดดมเข้าไปในร่างกายเลย จึงไม่อาจกำหนดค่าที่ปลอดภัยได้ แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ บริเวณริมถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ กลับวัดได้สูงถึง 5.2 ไมโครกรัม/ลบ.ม.
จากผลการสำรวจดังกล่าวนั้น ได้สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะมลพิษทางอากาศในเขตเมืองที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ... พี่เหมี่ยวว่านอกจากเราจะป้องกันมลพิษด้วยการใส่หน้ากากป้องกันแล้ว เราอาจจะต้องหันกลับไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างเช่น ปัญหาการจราจรต่างๆ ลดปริมาณการใช้รถยนต์ เพราะการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุน่าจะเป็นการช่วยลดมลพิษในเขตเมืองได้อย่างถูกต้องมากกว่า การป้องกันเพียงอย่างเดียว


ข้อมูลอ้างอิง : มูลนิธิโลกสีเขียว
|
9 ความคิดเห็น
น่าจะมีเครื่องดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์
มาทำให้มันควบแน่นแล้วมาทำเชื้อเพลิงขายเนอะ
ประเทศไทยจะได้รวยๆ
คนไทยจะได้รวยๆกันทุกคน
อากาศในกทม ทำให้ฉันนอนไม่หลับอย่างรุนแรง รู้สึกมันอึดอัด(ไหนจะเสียงมอเตอไซด์แว๊นอีก)
หรือเวลานั่งรถเมล์ไปเรียน ฉันจะหาวบ่อยมาก ที่หาวนี่ไม่ได้ง่วง แต่ขาดออกซิเจน
ภาวนาๆๆ ออกจากกทม โดยเร็ว อีกแค่สองปี หรืออีกสี่ปีเท่านั้น
บางคนเริ่มหาซื้อที่แถว ๆ ภาคเหนือบ้างแล้วล่ะ
(จริง ๆ คือ กลัว กทม เป็นเมืองใต้น้ำ - - )
เมืองหลวงอย่างกรุงเทพก็อย่างนี้ล่ะเนอะ ควันมลพิษเยอะ พ่อหนูถึงจ้องจะไปซื้อที่แถวต่างจังหวัด ควันไม่ค่อยเยอะ
กรุงเทพฯ ไม่น่าอยู่เลย มีแต่สารพิษ สารเคมี
ดีนะที่ไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ